KEY POINTS
ปลายปี 2568 เศรษฐกิจเวียดนามยังได้แรงหนุนจากภาคส่งออกและท่องเที่ยว
แต่การบริโภคในประเทศเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เข้าสู่ช่วงระบายสต็อก
คาดฟื้นตัวในครึ่งแรกปี 2569 หากแรงกดดันเชิงวัฏจักรคลี่คลาย
การบริโภคในประเทศเริ่มแผ่ว
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่ายอดค้าปลีกเดือนพฤศจิกายนโตเพียง 6.6% ลดลงจาก 11.5% ในเดือนก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสองปีที่ 8.4% ต่อเนื่อง 5 เดือน สะท้อนแรงกดดันจากยอดขายรถยนต์ที่หดตัวแรงถึง 14.9% ซึ่งเกิดจาก
ฐานสูงในปีก่อนจากมาตรการกระตุ้นและโปรโมชั่น
อุปสงค์ในประเทศอ่อนแรงลง
ดัชนีสินค้าคงคลังของภาคการผลิตยานยนต์ลดลงพร้อมการผลิตที่ชะลอ ผู้ผลิตจึงปรับกลยุทธ์เชิงป้องกันด้วยการลดกำลังการผลิตและเร่งระบายสต็อก (Destocking) เพื่อรักษาสภาพคล่องและลดความเสี่ยงจากสินค้าคงคลังส่วนเกิน ส่งผลให้การลงทุนในกลุ่มยานยนต์มีแนวโน้มชะลอระยะสั้น
ขณะเดียวกัน การเปิดตัวโมเดลใหม่ถูกจำกัด และพฤติกรรมผู้บริโภคที่รอเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันต่อยอดขาย
อย่างไรก็ดี ปัญหานี้เป็นแรงกดดันเชิงวัฏจักร ไม่ใช่โครงสร้างถาวร คาดว่ายอดขายรถยนต์จะฟื้นตัวหลังสต็อกกลับสู่ปกติ ซึ่งน่าจะเกิดในครึ่งแรกปี 2569 เมื่อแรงกดดันจากฐานสูงทยอยลดลง
ส่งออกยังแข็งแกร่ง แม้ชะลอเล็กน้อย
มูลค่าส่งออกเดือนพฤศจิกายนขยายตัว 15.3% แม้ลดลงจากเดือนก่อนราว 7% สะท้อนอุปสงค์สินค้าส่งออกที่ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ
อิเล็กทรอนิกส์ (คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และส่วนประกอบ)
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ รองเท้า และของเล่น
การส่งออกที่โตต่อเนื่องช่วยให้เวียดนามรักษาดุลการค้าเกินดุลสะสมกว่า 20,567.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และส่งผ่านไปยังภาคการผลิตที่ยังขยายตัวสองหลัก 10.8% ในเดือนพฤศจิกายน ช่วยชดเชยแรงกดดันจากอุปสงค์ในประเทศ
ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
การชะลอตัวเล็กน้อยของส่งออกอาจเป็นสัญญาณล่วงหน้าจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการขับเคลื่อน GDP เวียดนามในปี 2569
ท่องเที่ยวฟื้นแรง หนุนโครงสร้างเศรษฐกิจ
ภาคการท่องเที่ยวเวียดนามปี 2568 เติบโตโดดเด่นเกินคาด โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ม.ค.-พ.ย. อยู่ที่กว่า 19.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 20% และสูงกว่าปี 2562 ถึง 117% หนุนจากนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาเที่ยวเวียดนามมากขึ้น
แม้รายได้จากท่องเที่ยวยังคิดเป็นเพียง 8% ของ GDP แต่การฟื้นตัวนี้ช่วยลดการพึ่งพาส่งออกเพียงด้านเดียว และเสริมเสถียรภาพดุลบัญชีเดินสะพัด หากเวียดนามรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้ จะเป็น Buffer สำคัญพยุง GDP ปี 2569 ท่ามกลางความผันผวนของวัฏจักรการค้าโลก
มุมมองนักลงทุน
เศรษฐกิจเวียดนามยังมีแรงหนุนจากส่งออกและท่องเที่ยว แม้บริโภคในประเทศแผ่ว
อุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอระยะสั้น แต่คาดฟื้นตัวหลัง Destocking สิ้นสุด
ติดตาม: ความเสี่ยงจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ และทิศทางการบริโภคในประเทศ
ภาคท่องเที่ยวเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างในระยะกลาง
ที่มา : บทวิเคราะห์ Cross Asset Strategy ฉบับเดือนมกราคม 2569
KEY POINTS
SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำเพียง 1.5% จากแรงกดดันทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญในประเทศคือความไม่แน่นอนทางการเมืองช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ซึ่งกระทบความต่อเนื่องของนโยบายและการใช้จ่ายภาครัฐ
ภาคการส่งออกมีแนวโน้มกลับมาหดตัว ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกที่รุนแรงขึ้นเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญต่อเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำเพียง 1.5% ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปีที่อัตราการขยายตัวอาจต่ำกว่า 1% จากแรงกดดันทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกกลับมาเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ
SCB EIC ระบุว่า แรงส่งหลักของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มแผ่วลง โดยเฉพาะเม็ดเงินสนับสนุนจากภาครัฐซึ่งจะลดลงในช่วงรัฐบาลรักษาการ หลังจากก่อนหน้านี้เศรษฐกิจได้รับแรงหนุนจากมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายและงบประมาณผูกพันรอเบิกจ่ายในระดับสูง ประกอบกับความเชื่อมั่นภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้นชั่วคราวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี แรงส่งดังกล่าวมีแนวโน้มอ่อนแรงลงเมื่อเข้าสู่ปี 2569
ในด้านภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ SCB EIC มองว่ายังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องจากรายได้แรงงานที่ฟื้นตัวช้า ระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาวะการเงินที่ตึงตัวจากสินเชื่อที่ยังหดตัว โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนและธุรกิจ SMEs
ภาคการส่งออกซึ่งเคยขยายตัวดีในปี 2568 มีแนวโน้มกลับมาหดตัวในปี 2569 จากผลกระทบของภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่จะเห็นชัดเจนขึ้น หลังจากการเร่งส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ในปีก่อน ประกอบกับการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เร่งตัว
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังพอมีแรงพยุงจากภาคการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป กลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพจากยุโรป อินเดีย และสหรัฐฯ ยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากการเพิ่มเส้นทางบินใหม่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป
สำหรับปัจจัยการเมืองภายในประเทศ SCB EIC ประเมินว่าการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่จะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน และคาดว่าจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ในเดือนพฤษภาคม 2569 อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงที่ไทม์ไลน์ดังกล่าวอาจล่าช้าออกไปจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การร้องเรียนผลการเลือกตั้ง ประเด็นคดีการเมือง หรือสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ซึ่งอาจกระทบต่อความต่อเนื่องของนโยบายและการใช้จ่ายภาครัฐ
ทั้งนี้ การจัดทำพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อาจประกาศใช้ล่าช้าเพียง 1-2 เดือน แต่หากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ หรือมีการแก้ไขร่างงบประมาณเพื่อรองรับนโยบายใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐตลอดทั้งปี
SCB EIC ยังชี้ว่า แม้นโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองเริ่มให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น หนี้ครัวเรือน ความสามารถในการแข่งขัน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างประชากร และธรรมาภิบาลภาครัฐมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังเน้นนโยบายอุดหนุนเป็นหลัก และยังไม่เห็นแนวทางปฏิรูปรายได้และรายจ่ายภาครัฐที่เป็นรูปธรรม ภายใต้แรงกดดันด้านการคลังที่เพิ่มขึ้น จากระดับหนี้สาธารณะซึ่งมีแนวโน้มเข้าใกล้เพดานเร็วขึ้น และความเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศ
ด้านนโยบายการเงิน SCB EIC คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะปรับลดลงสู่ระดับ 1% ภายในครึ่งแรกของปี 2569 และทรงตัวตลอดปี สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย โดยการผ่อนคลายนโยบายการเงินจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการภาครัฐในการบรรเทาภาระหนี้ของครัวเรือนและ SMEs
ขณะเดียวกัน SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะขยายตัว 2.5% ชะลอลงจาก 2.7% ในปี 2568 จากผลกระทบของกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่ชัดเจนขึ้น ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นความเสี่ยงสำคัญ ทั้งการปรับกลยุทธ์ความมั่นคงของสหรัฐฯ ความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่น รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก ซึ่งจะยังเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มี 2 ประเทศ โค้งสุดท้ายเวียดนาม ส่งออกโต บริโภคแผ่ว และ SCB EIC ชี้เศรษฐกิจไทยปี 69 โตต่ำ 1.5%