คิดใหม่วันอาทิตย์ โดย อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ (NationTV)
ขอเว้นวรรคว่าตอนที่ 2 ระบบเรทติ้งทีวีใหม่ :ดัชนีชี้เป็นชี้ตายทีวีดิจิทัล เพื่อวิเคราะห์"เกมวัดใจ" ในวันที่ 1 ก.ย.ระหว่างคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.)บริษัท บางกอกเอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน)ที่เป็นเจ้าของช่อง 3 ที่ถือเป็นการเดิมพันอนาคตของทีวีดิจิทัล 24 ช่องว่าจะเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกไปสุ่ระบบดิจิทัลได้ในอัตราเร่งระดับไหน
กสท.จะมีการประชุมในวันที่ 1 ก.ย.เวลา 9.30 น.เพื่อพิจารณาปัญหาการออกอากาศของช่อง 3 ที่มติทุเลาให้สามารถออกอากาศ ผ่านโครงข่ายจานดาวเทียมและเคเบิลทีวี ทั้งท้องถิ่นและระดับชาติอย่างเช่นทรูวิชั่นส์และ CTH ตามกฎ Must Carry จะครบ 100 วันในวันที่ 1 ก.ย.นี้ และพิจารณาหนังสือจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ได้ส่งเรื่องที่ช่อง 3 ไปร้องคสช.ว่าอยู่ภายใต้ประกาศฉบับที่ 27 ลงวันที่ 24 พ.ค. 2557 ที่สามารถออกอากาศได้ทุกโครงข่ายเช่นเดิม
หลังจากศาลปกครองกลางที่มี"รังสิกร คุปพงศ์"เป็นหัวหน้าคณะผู้พิพากษาศาลปกครองกลางได้ไต่สวนไปหลายครั้งแล้ว
มีคำสั่งลงวันที่ 29 ก.ค. ยกคำร้องของช่อง 3 ที่ขอการคุ้มครองชั่วคราวจากศาลปกครองกลาง ในระหว่างการฟ้องให้กสท.เพิกถอนมติกสท.วันที่ 3 ก.พ.ที่ทำให้สถานะของฟรีทีวีทุกช่องสิ้นสุดสถานะความเป็นทีวีระดับชาติหรือบริการทั่วไป ภายหลังจากครบกำหนด 30 วันหลังจากทีวีดิจิทัล 24 ช่องได้รับใบอนุญาตที่ครบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา
ทางออกของกสท.มีอยู่แค่ 2 ทางเท่านั้นที่เป็นการเดิมพันความเป็นความตายของทีวีดิจิทัลที่กำลังหายใจรวยรินออกอาการพะงาบๆ อยู่
แนวทางแรก กสท.ยืนตามมติเดิม 3 ก.พ.และไม่ต่ออายุการเยียวยาช่อง 3 ไปอีกต่อไป
รวมทั้งมีความเห็นว่า
คำสั่งคสช.ฉบับที่ 27 มีเจตนาใช้เป็นการชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาให้ฟรีทีวีออกในทุกโครงข่ายหลังจากคสช.ออกประกาศฉบับที่ 23 ระบุแค่ภาคพื้นดิน จึงไม่สามารถให้ช่อง 3 อนาล็อกที่สิ้นสุดสภาพโทรทัศน์บริการทั่วไปหรือทีวีระดับชาติไปแล้วยังสามารถออกอากาศในโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีได้ตามปกติที่โฆษณาได้ 12 นาทีที่เป็นการเอาเปรียบช่องทีวีดิจิทัลรายใหม่ๆ และช่องฟรีทีวีอนาล็อกช่องอื่นๆ ที่ยอมออกคู่ขนานดิจิทัล
เพราะมติเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ให้เยียวยาอยู่ในช่วงหลังคสช.ยึดอำนาจ ซึ่งพ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท.ได้ให้เหตุผลที่รับฟังได้ว่าเนื่องจากเป็นช่วงเวลาต้องให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารโดยครบถ้วน โดยทีวีระบบอนาล็อกยังเป็นช่องทางที่สำคัญ ในช่วงนั้นพ.อ.ดร.นทียอม"เปลืองตัว"ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าพยายามเอื้อผลประโยชน์ช่อง 3 ระบบอนาล็อกที่ยังไม่สนใจจะผลิตรายการในช่องดิจิทัลทั้ง 3 ช่องมากนัก
แนวทางที่สอง กสท.มีความเห็นว่าคำสั่งคสช.ฉบับที่ 27 สามารถให้ช่อง 3 อนาล็อกออกอากาศผ่านทุกโครงข่ายได้ หากออกแนวทางนี้เท่ากับเป็นการเพิกถอนมติกสท.วันที่ 3 ก.พ.สถานะฟรีทีวีอนาล็อกทั้ง 6 ช่องจะกลับมีสถานะเท่ากับทีวีดิจิทัล 24 ช่องคือออกได้ทุกโครงข่าย
ผลพวงจากแนวทางนี้จะทำให้เกิด
"ความล่าช้า"กับกระบวนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกสู่ดิจิทัลและสร้างปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกหลายระลอก อาจจะถึงขั้น
"หายนะ"ของทีวีดิจิทัลได้
1.การแจกคูปองส่วนลดเพื่อให้ผู้บริโภคนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน( DVB-T2 ) จะลดแรงจูงใจให้ผู้บริโภคไม่นำไปแลกซื้อกล่องเพราะจะไม่มีช่อง 3 อนาล็อกออกอากาศผ่านกล่องทีวีดิจิทัล
2.ช่อง 3 อนาล็อกจะดำรงความได้เปรียบในการแข่งขันกับทีวีดิจิทัล 21 ช่อง(ยกเว้น 3 ช่องที่เป็นของช่อง 3 ) เพราะได้สิทธิพิเศษออกอากาศบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีที่มีโฆษณาได้ปกติ 12 นาที
3.ช่อง 7 และช่อง 9 อนาล็อกที่ออกอากาศคู่ขนานกับช่องดิจิทัล HD ที่ประมูลมาได้อาจจะเปลี่ยนใจไม่ออกอากาศคู่ขนาน แล้วขอสิทธิพิเศษแบบเดียวกับช่อง 3 บนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวี
4.ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะเสียเปรียบในการแข่งขันกับฟรีทีวีอนาล็อกมากยิ่งขึ้นจากเดิมเคยมีความหวังว่ากสท.จะเร่งให้ฟรีทีวีอนาล็อกยุติการออกอากาศแบบอนาล็อกเร็วกว่าปี 2561
5.ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะประสบปัญหาทางการเงินไม่มีรายได้เพียงพอในการดำเนินธุรกิจได้อีก เพราะบริษัทเอเยนซีโฆษณาจะใช้เป็นข้ออ้างคูปองส่วนลดมาแลกกล่องช้ากว่าเดิมจะไม่ซื้อโฆษณาอีก
6.ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะรวมตัวกันฟ้องกสท.ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอความเป็นธรรมและขอเยียวยาจากผลกระทบที่มติกสท. 3 ก.พ.ไม่สามารถใช้บังคับได้ เช่น ชะลอการจ่ายเงินประมูลงวดที่ 2 , ขอลดหย่อนค่าโครงข่าย , ขอยืดอายุใบอนุญาต,ของดการจ่ายเงิน 4 %จากรายได้เพื่อเข้ากองทุนพัฒนาสื่อ ฯลฯ
7.กสท.กำลังจะถูกกลุ่มผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีฟ้องจากการลงมติให้ยกเลิกประกาศการจัดเรียงช่อง 1-10 ที่ดูเหมือนเกือบจะเป็นเรื่องเดียวกันกับกรณีช่อง 3 เพราะช่อง 3 จะไม่มีสิทธิ์กลับไปอยู่ช่องหมายเลข 1 บนจานดาวเทียมอีกแล้ว
ผมอยากจะเสนอทางออกเพื่อสร้างความสมานฉันท์ในวงการโทรทัศน์ แม้ว่าจะมีการแข่งขันกันในทางธุรกิจอย่างรุนแรง
แต่หากกสท.ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาจะช่วยทำให้เกิด"สนามแข่งขันเท่าเทียมกัน"เร็วขึ้นกว่าเดิมจะสามารถแก้ปัญหาได้ในระยะสั้นและระยะยาว แล้วเกิดประโยชน์ต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมนี้และเป็นผลดีกับผู้บริโภค
อยากให้ลองดูความต้องการในเชิงธุรกิจและสิทธิ์ของช่อง 3 ที่มีอยู่เช่นเดียวกัน ช่อง 3 มีสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ไม่จำเป็นจะต้องออกคู่ขนานช่อง 3 อนาล็อกกับช่อง 33 HD ดิจิทัล แต่ดูเหมือนว่า"เกมวัดใจ"ครั้งนี้มีเป้าหมายกดดันตีกรอบให้ช่อง 3 ไม่มีทางเลือกจะต้องนำช่อง 3 อนาล็อกมาออกอากาศคู่ขนานในช่องดิจิทัล เพื่อให้มีสิทธิ์ในการอยู่ภายใต้กฎ Must Carry สามารถออกอากาศบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีที่สามารถโฆษณาได้ 12 นาทีต่อชั่วโมง
ถ้าหากผู้บริหารช่อง 3 ยังยืนกรานไม่ออกอากาศคู่ขนานเพื่อดำรงความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ก็น่าจะแสดงออกให้ชัดเจนว่าจะไปยื่นขอใบอนุญาตโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกเพื่อออกอากาศทางดาวเทียมและเคเบิลทีวีได้ แต่จะต้องยอมรับกติกาที่โทรทัศน์ดาวเทียมและเคบิลทีวีที่ปัจจุบันเป็นประเภทโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกจะต้องลดเวลาโฆษณาลงเหลือ 6 นาทีต่อชั่วโมง
กสท.เองก็น่าจะเป็น"คนกลาง"เจรจากับบริษัท อสมท. จำกัด(มหาชน)ที่เป็นคู่สัมปทานกับช่อง 3 เพื่อเจรจาให้ช่อง 3 ออกอากาศคู่ขนานหรือลดเวลาอายุสัมปทานที่ยังเหลือไปถึงวันที่ 24 มีนาคม 2563 เพื่อทำให้ช่อง 3 ได้เร่งออกคู่ขนานดิจิทัล
หากช่อง 3 ไปบอกอสมท.ขอเลิกสัมปทานก่อนปี 2563 ช่อง 3 จะต้องจ่ายชดเชยค่าเสียหายด้านรายได้ให้กับอสมท.ตามอายุสัมปทานที่เหลือที่อสมท.มีรายได้แบบสบายๆ ปีละประมาณ 250 ล้านบาทอยู่แล้ว
เสนอให้กสท.เป็นผู้บอกอสมท.ให้ไปเจรจาลดอายุสัมปทานกับช่อง 3 เพื่อให้ยุติอนาล็อกเร็วขึ้นจะทำให้ดิจิทัลเกิดได้เร็วขึ้น กสท.ควรจะหาทาง"เยียวยา"สิทธิ์รายได้ที่พึงจะได้ของอสมท. เช่น ลดหย่อนค่าธรรมเนียม 4 %จากรายได้ , ยุติข้อขัดแย้งกรณีคลื่นความถี่ MMDS แล้วออกใบอนุญาตในกิจการประเภทใหม่ ฯลฯ
วันที่ 1 ก.ย.นี้เป็นเกมวัดใจ กสท.ทั้ง 5 คนว่าจะตัดสินใจให้ช่อง 3 กลับไปมีอภิสิทธิ์เหนือทุกช่องทีวีดิจิทัลหรือแสดงความกล้าหาญ ตัดสินใจเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องยึดถือตามประกาศฉบับต่างๆ ของกสท.ที่เป็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัลที่เดินมาถูกทาง แล้วกลับไปหาวิธีสะสางแก้ปัญหาเฉพาะกรณีช่อง 3 ที่อยู่บนบรรทัดฐานสิทธิ์ของช่อง 3
และอยากจะเรียกร้องผู้บริหารช่อง 3 เองในบางกรณีแม้ยังมีสิทธิ์อันชอบธรรม แต่อยากให้คำนึงถึงการตัดสินใจบนผลประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าบนผลประโยชน์ของครอบครัวช่อง 3 อย่างเดียว แล้วเสียงก่นด่าจะกลับมาเป็นสรรเสริญกลายเป็นเรทติ้งที่เหนือกว่าทุกช่องไปอีกนาน
ที่มา :
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/re-think/20140831/601832/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%97.-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%873-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A5.html
เกมวัดใจกสท.-ช่อง3 "เดิมพัน"อนาคตทีวีดิจิทัล
ขอเว้นวรรคว่าตอนที่ 2 ระบบเรทติ้งทีวีใหม่ :ดัชนีชี้เป็นชี้ตายทีวีดิจิทัล เพื่อวิเคราะห์"เกมวัดใจ" ในวันที่ 1 ก.ย.ระหว่างคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.)บริษัท บางกอกเอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน)ที่เป็นเจ้าของช่อง 3 ที่ถือเป็นการเดิมพันอนาคตของทีวีดิจิทัล 24 ช่องว่าจะเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกไปสุ่ระบบดิจิทัลได้ในอัตราเร่งระดับไหน
กสท.จะมีการประชุมในวันที่ 1 ก.ย.เวลา 9.30 น.เพื่อพิจารณาปัญหาการออกอากาศของช่อง 3 ที่มติทุเลาให้สามารถออกอากาศ ผ่านโครงข่ายจานดาวเทียมและเคเบิลทีวี ทั้งท้องถิ่นและระดับชาติอย่างเช่นทรูวิชั่นส์และ CTH ตามกฎ Must Carry จะครบ 100 วันในวันที่ 1 ก.ย.นี้ และพิจารณาหนังสือจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ได้ส่งเรื่องที่ช่อง 3 ไปร้องคสช.ว่าอยู่ภายใต้ประกาศฉบับที่ 27 ลงวันที่ 24 พ.ค. 2557 ที่สามารถออกอากาศได้ทุกโครงข่ายเช่นเดิม
หลังจากศาลปกครองกลางที่มี"รังสิกร คุปพงศ์"เป็นหัวหน้าคณะผู้พิพากษาศาลปกครองกลางได้ไต่สวนไปหลายครั้งแล้วมีคำสั่งลงวันที่ 29 ก.ค. ยกคำร้องของช่อง 3 ที่ขอการคุ้มครองชั่วคราวจากศาลปกครองกลาง ในระหว่างการฟ้องให้กสท.เพิกถอนมติกสท.วันที่ 3 ก.พ.ที่ทำให้สถานะของฟรีทีวีทุกช่องสิ้นสุดสถานะความเป็นทีวีระดับชาติหรือบริการทั่วไป ภายหลังจากครบกำหนด 30 วันหลังจากทีวีดิจิทัล 24 ช่องได้รับใบอนุญาตที่ครบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา
ทางออกของกสท.มีอยู่แค่ 2 ทางเท่านั้นที่เป็นการเดิมพันความเป็นความตายของทีวีดิจิทัลที่กำลังหายใจรวยรินออกอาการพะงาบๆ อยู่
แนวทางแรก กสท.ยืนตามมติเดิม 3 ก.พ.และไม่ต่ออายุการเยียวยาช่อง 3 ไปอีกต่อไป
รวมทั้งมีความเห็นว่าคำสั่งคสช.ฉบับที่ 27 มีเจตนาใช้เป็นการชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาให้ฟรีทีวีออกในทุกโครงข่ายหลังจากคสช.ออกประกาศฉบับที่ 23 ระบุแค่ภาคพื้นดิน จึงไม่สามารถให้ช่อง 3 อนาล็อกที่สิ้นสุดสภาพโทรทัศน์บริการทั่วไปหรือทีวีระดับชาติไปแล้วยังสามารถออกอากาศในโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีได้ตามปกติที่โฆษณาได้ 12 นาทีที่เป็นการเอาเปรียบช่องทีวีดิจิทัลรายใหม่ๆ และช่องฟรีทีวีอนาล็อกช่องอื่นๆ ที่ยอมออกคู่ขนานดิจิทัล
เพราะมติเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ให้เยียวยาอยู่ในช่วงหลังคสช.ยึดอำนาจ ซึ่งพ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท.ได้ให้เหตุผลที่รับฟังได้ว่าเนื่องจากเป็นช่วงเวลาต้องให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารโดยครบถ้วน โดยทีวีระบบอนาล็อกยังเป็นช่องทางที่สำคัญ ในช่วงนั้นพ.อ.ดร.นทียอม"เปลืองตัว"ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าพยายามเอื้อผลประโยชน์ช่อง 3 ระบบอนาล็อกที่ยังไม่สนใจจะผลิตรายการในช่องดิจิทัลทั้ง 3 ช่องมากนัก
แนวทางที่สอง กสท.มีความเห็นว่าคำสั่งคสช.ฉบับที่ 27 สามารถให้ช่อง 3 อนาล็อกออกอากาศผ่านทุกโครงข่ายได้ หากออกแนวทางนี้เท่ากับเป็นการเพิกถอนมติกสท.วันที่ 3 ก.พ.สถานะฟรีทีวีอนาล็อกทั้ง 6 ช่องจะกลับมีสถานะเท่ากับทีวีดิจิทัล 24 ช่องคือออกได้ทุกโครงข่าย
ผลพวงจากแนวทางนี้จะทำให้เกิด"ความล่าช้า"กับกระบวนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกสู่ดิจิทัลและสร้างปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกหลายระลอก อาจจะถึงขั้น"หายนะ"ของทีวีดิจิทัลได้
1.การแจกคูปองส่วนลดเพื่อให้ผู้บริโภคนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน( DVB-T2 ) จะลดแรงจูงใจให้ผู้บริโภคไม่นำไปแลกซื้อกล่องเพราะจะไม่มีช่อง 3 อนาล็อกออกอากาศผ่านกล่องทีวีดิจิทัล
2.ช่อง 3 อนาล็อกจะดำรงความได้เปรียบในการแข่งขันกับทีวีดิจิทัล 21 ช่อง(ยกเว้น 3 ช่องที่เป็นของช่อง 3 ) เพราะได้สิทธิพิเศษออกอากาศบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีที่มีโฆษณาได้ปกติ 12 นาที
3.ช่อง 7 และช่อง 9 อนาล็อกที่ออกอากาศคู่ขนานกับช่องดิจิทัล HD ที่ประมูลมาได้อาจจะเปลี่ยนใจไม่ออกอากาศคู่ขนาน แล้วขอสิทธิพิเศษแบบเดียวกับช่อง 3 บนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวี
4.ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะเสียเปรียบในการแข่งขันกับฟรีทีวีอนาล็อกมากยิ่งขึ้นจากเดิมเคยมีความหวังว่ากสท.จะเร่งให้ฟรีทีวีอนาล็อกยุติการออกอากาศแบบอนาล็อกเร็วกว่าปี 2561
5.ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะประสบปัญหาทางการเงินไม่มีรายได้เพียงพอในการดำเนินธุรกิจได้อีก เพราะบริษัทเอเยนซีโฆษณาจะใช้เป็นข้ออ้างคูปองส่วนลดมาแลกกล่องช้ากว่าเดิมจะไม่ซื้อโฆษณาอีก
6.ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะรวมตัวกันฟ้องกสท.ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอความเป็นธรรมและขอเยียวยาจากผลกระทบที่มติกสท. 3 ก.พ.ไม่สามารถใช้บังคับได้ เช่น ชะลอการจ่ายเงินประมูลงวดที่ 2 , ขอลดหย่อนค่าโครงข่าย , ขอยืดอายุใบอนุญาต,ของดการจ่ายเงิน 4 %จากรายได้เพื่อเข้ากองทุนพัฒนาสื่อ ฯลฯ
7.กสท.กำลังจะถูกกลุ่มผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีฟ้องจากการลงมติให้ยกเลิกประกาศการจัดเรียงช่อง 1-10 ที่ดูเหมือนเกือบจะเป็นเรื่องเดียวกันกับกรณีช่อง 3 เพราะช่อง 3 จะไม่มีสิทธิ์กลับไปอยู่ช่องหมายเลข 1 บนจานดาวเทียมอีกแล้ว
ผมอยากจะเสนอทางออกเพื่อสร้างความสมานฉันท์ในวงการโทรทัศน์ แม้ว่าจะมีการแข่งขันกันในทางธุรกิจอย่างรุนแรง แต่หากกสท.ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาจะช่วยทำให้เกิด"สนามแข่งขันเท่าเทียมกัน"เร็วขึ้นกว่าเดิมจะสามารถแก้ปัญหาได้ในระยะสั้นและระยะยาว แล้วเกิดประโยชน์ต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมนี้และเป็นผลดีกับผู้บริโภค
อยากให้ลองดูความต้องการในเชิงธุรกิจและสิทธิ์ของช่อง 3 ที่มีอยู่เช่นเดียวกัน ช่อง 3 มีสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ไม่จำเป็นจะต้องออกคู่ขนานช่อง 3 อนาล็อกกับช่อง 33 HD ดิจิทัล แต่ดูเหมือนว่า"เกมวัดใจ"ครั้งนี้มีเป้าหมายกดดันตีกรอบให้ช่อง 3 ไม่มีทางเลือกจะต้องนำช่อง 3 อนาล็อกมาออกอากาศคู่ขนานในช่องดิจิทัล เพื่อให้มีสิทธิ์ในการอยู่ภายใต้กฎ Must Carry สามารถออกอากาศบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีที่สามารถโฆษณาได้ 12 นาทีต่อชั่วโมง
ถ้าหากผู้บริหารช่อง 3 ยังยืนกรานไม่ออกอากาศคู่ขนานเพื่อดำรงความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ก็น่าจะแสดงออกให้ชัดเจนว่าจะไปยื่นขอใบอนุญาตโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกเพื่อออกอากาศทางดาวเทียมและเคเบิลทีวีได้ แต่จะต้องยอมรับกติกาที่โทรทัศน์ดาวเทียมและเคบิลทีวีที่ปัจจุบันเป็นประเภทโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกจะต้องลดเวลาโฆษณาลงเหลือ 6 นาทีต่อชั่วโมง
กสท.เองก็น่าจะเป็น"คนกลาง"เจรจากับบริษัท อสมท. จำกัด(มหาชน)ที่เป็นคู่สัมปทานกับช่อง 3 เพื่อเจรจาให้ช่อง 3 ออกอากาศคู่ขนานหรือลดเวลาอายุสัมปทานที่ยังเหลือไปถึงวันที่ 24 มีนาคม 2563 เพื่อทำให้ช่อง 3 ได้เร่งออกคู่ขนานดิจิทัล
หากช่อง 3 ไปบอกอสมท.ขอเลิกสัมปทานก่อนปี 2563 ช่อง 3 จะต้องจ่ายชดเชยค่าเสียหายด้านรายได้ให้กับอสมท.ตามอายุสัมปทานที่เหลือที่อสมท.มีรายได้แบบสบายๆ ปีละประมาณ 250 ล้านบาทอยู่แล้ว
เสนอให้กสท.เป็นผู้บอกอสมท.ให้ไปเจรจาลดอายุสัมปทานกับช่อง 3 เพื่อให้ยุติอนาล็อกเร็วขึ้นจะทำให้ดิจิทัลเกิดได้เร็วขึ้น กสท.ควรจะหาทาง"เยียวยา"สิทธิ์รายได้ที่พึงจะได้ของอสมท. เช่น ลดหย่อนค่าธรรมเนียม 4 %จากรายได้ , ยุติข้อขัดแย้งกรณีคลื่นความถี่ MMDS แล้วออกใบอนุญาตในกิจการประเภทใหม่ ฯลฯ
วันที่ 1 ก.ย.นี้เป็นเกมวัดใจ กสท.ทั้ง 5 คนว่าจะตัดสินใจให้ช่อง 3 กลับไปมีอภิสิทธิ์เหนือทุกช่องทีวีดิจิทัลหรือแสดงความกล้าหาญ ตัดสินใจเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องยึดถือตามประกาศฉบับต่างๆ ของกสท.ที่เป็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัลที่เดินมาถูกทาง แล้วกลับไปหาวิธีสะสางแก้ปัญหาเฉพาะกรณีช่อง 3 ที่อยู่บนบรรทัดฐานสิทธิ์ของช่อง 3
และอยากจะเรียกร้องผู้บริหารช่อง 3 เองในบางกรณีแม้ยังมีสิทธิ์อันชอบธรรม แต่อยากให้คำนึงถึงการตัดสินใจบนผลประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าบนผลประโยชน์ของครอบครัวช่อง 3 อย่างเดียว แล้วเสียงก่นด่าจะกลับมาเป็นสรรเสริญกลายเป็นเรทติ้งที่เหนือกว่าทุกช่องไปอีกนาน
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/re-think/20140831/601832/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%97.-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%873-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A5.html