...มันเป็นเรื่องยาว ที่ผมบรรยายแค่คร่าวๆ(มั้ง) จริงๆรายละเอียดมันเยอะมาก แต่ขี้เกียจเล่า...เริ่มเลยละกันครับ
...คนๆนึงจะดีจะเลว ผมว่าหลักๆ ขึ้นอยู่กับความคิดของตัวเขาเอง รองลงมาคือการเลี้ยงดู ส่วนสภาพแวดล้อมผมว่าเป็นตัวแปรที่ส่งผลค่อนข้างน้อย ผมขอแชร์ประสบการณ์การเชื่อใจลูก ของคนใกล้ตัวผม ที่อาจจะทำให้พ่อแม่ หรือเพื่อนชาวพันธ์ลองหันกลับไปดูแลคนใกล้ตัวกันหน่อย และเชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอเรื่องแบบนี้ ....ทั้งหมดที่ผมพยายามเรียบเรียงเป็นตัวหนังสือ ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ไม่อิงนิยายเรื่องใดมา แต่ชื่อตัวละครทั้งหมดผมขอสมมุติขึ้นมาละกันได้ดูไม่เจาะจงบุคคลมากไป เพราะชื่อจริงๆค่อนข้างแปลกไม่ค่อยมีคนซ้ำแน่ๆ ....เรื่อง ของน้องมล มีศักดิ์เป็นน้องสาวผม แต่ไม่ใช่น้องแท้ๆ เป็นลูกของป้าวันกับลุงชาย ... ซึ่งลุงชายเป็นพี่ชายแท้ๆของแม่ผมเอง ส่วนป้าวันเป็นป้าสะใภ้
ป้าวันกับลุงชาย แต่งงานกันตั้งแต่อายุยังน้อยๆ ป้าวันเรียนไม่จบก็ดันท้องซะก่อน เลยต้องแต่งงาน แต่ทั้งคู่อยู่กินกันมา 30 กว่าปีแล้ว จนมีลูก 3 คน คนโต(พี่ยา) กับ คนกลาง (มล) เป็นผู้หญิง ส่วน คนเล็ก (ดล) เป็นผู้ชาย ..... บ้านแกอยู่ในชุมชนแห่งนึง บ้านในชุมชนทุกหลังล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฏหมาย มีแต่ตัวอย่างที่ไม่ดี ทั้งยาเสพติด การพนัน แหล่งมั่วสุม ลูกหลานบริเวณแถวนั้นมีลูกกันตั้งแต่อายุ 14-15 กันทุกคน แต่บ้านของลุงชายกับป้าวัน แกเป็นบ้านเดียวที่ปลอดจากเรื่องแบบนี้ ปลอดจริงๆ ชนิดว่า เวลาตำรวจเข้ามาจับยาในชุมชน บ้านนี้เป็นบ้านเดียวที่ไม่ต้องค้นหายา ตำรวจจะรู้ว่าบ้านนี้ไม่มีเอี่ยว และให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างดี ทุกคนในบ้านสอนให้เห็นตัวอย่างมาตลอดว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งไม่ดี อย่าทำตาม พยายามไม่ให้ยุ่งกับคนละแวกนั้นมากนัก เพราะกลัวมาชวนลูกเสียคน .... ในด้านการงาน ลุงชายทำงานเป็นลูกจ้างเงินเดือนประมาณ 2 หมื่น ส่วนป้าวัน ขายก๋วยเตี๋ยวในโรงเรียนใกล้บ้าน เงินเดือนรวมกันสองคน ก็แค่พออยู่พอกินจริงๆ แกเลี้ยงลูกสามคนแบบค่อนข้างตามใจ แต่ก็มีดุว่าบ้าง เวลาดื้อหรือซนจัดๆ ออกจะเกรงใจลูกซะมากกว่า ลูกอยากได้อะไร บอกมา ก็จะหาให้ กลัวลูกไม่รัก นานๆจะตีซักที แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองหวังไว้ คืออยากให้ลูกได้ดี ทำงานดีๆเลี้ยงตัวเองได้ เพราะไม่อยากให้ซ้ำรอยกับตัวเองในอดีต ....
ลุงชายกับป้าวันเชื่อใจลูกมาตลอดว่าลูกจะไม่เสเพลแบบคนรอบบ้าน แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด.....พอพี่ยา เข้าสู่วัยรุ่น อะไรๆก็เริ่มเปลี่ยน เริ่มติดเพื่อน ขอเที่ยวกับเพื่อน ลุงกับป้าก็ยอม แต่ยังไม่ยอมให้ไปเที่ยวแบบค้างอ้างแรมที่อื่น เที่ยวไหนก็แล้วแต่ ต้องถึงบ้านไม่เกินสองทุ่ม ลุงกับป้าคิดว่าไปกับเพื่อนที่โรงเรียน ก็ยังดีกว่าไปกับเด็กวัยรุ่นแถวนี้ เชื่อว่าดูแลตัวเองได้ พอพี่ยาเข้ามหาลัย มีแฟน ลุงกับป้าก็เริ่มห้ามปราม เพราะกลัวว่าจะเรียนไม่จบ พี่ยาก็ไม่ค่อยฟัง ตกกลางคืนรอให้พ่อแม่หลับ ค่อยย่องออกไปหาแฟน เป็นแบบนี้อยู่หลายเดือน จนลุงชายแกจับได้ แกส่งให้มาอยู่กับครอบครัวผม เพราะครอบครัวผมเคร่งครัด เจ้าระเบียบมาก ไม่ตามใจ ไม่ให้เที่ยวเตร่....พี่ยามาอยู่ได้ไม่ถึงปี ก็ขอกลับบ้าน บอกอึดอัดอยู่ไม่ได้ พอกลับบ้านไปใจแตกหนักกว่าเดิม ถึงขั้นว่าพอพ่อแม่ขัดใจก็หนีออกจากบ้านไปอยู่บ้านแฟน สุดท้ายพี่ยาก็เลิกเรียนแล้วไปหางานทำ จนแต่งงาน พอพี่ยามีลูก ทำงานได้เงิน แต่ละเดือนนี่คิดแล้วคิดอีก เพราะไม่ใช่แค่ตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ต้องรับผิดชอบในครอบครัวด้วย จะหางานที่ได้เงินเยอะกว่านี้ก็ทำไม่ได้ เพราะเรียนจบแค่ม.6 ...พี่ยาถึงคิดได้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมาตลอดนั้นเป็นเรื่องไม่ดี กลับมาขอโทษพ่อแม่และครอบครัวผมที่เคยทำให้หนักใจ ทุกคนให้อภัย และบอกกับพี่ยาว่า......มล กำลังเข้าสู่วัยรุ่น ยังไง เราเคยผ่านมาแล้ว ก็เตือนน้องอย่าให้เดินทางผิดแบบเราอีก พี่ยาก็รับปาก แต่ไม่รู้ว่าจะเตือนได้แค่ไหน เพราะตัวเองก็ไม่ได้ทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี
มล หน้าตาสวย ผิวดี หุ่นดี ไปไหนมาไหนชายเหลียวหลังกันเลยทีเดียว ตอนแรก ลุงชายกับป้าวัน ค่อนข้างเข้มงวดกับมล เพราะกลัวจะเหมือนกับพี่ยา ให้ไปเที่ยวกับเพื่อนที่สนิทเท่านั้น ห้ามกลับมืด ไปได้แค่ห้างใกล้ๆ นอนห้องเดียวกับพ่อแม่เลย ดูแลทุกอย่างจนเธอจบม.6 จากโรงเรียนหญิงล้วน ลุงกับป้าหวังจะให้ลูกสาวคนนี้ได้ดิบได้ดีอย่างถึงที่สุด เพื่อให้เป็นหน้าตาของครอบครัว ยอมทุ่มทุกอย่างที่มลอยากได้ ...มลเลือกเรียนต่อด้านบริหารการโรงแรม มหาลัยเอกชนแห่งนึง ที่เรียนไกลบ้านเธอ แต่มันใกล้บ้านผม ลุงกับป้าส่งเธอมาอยู่กับครอบครัวผม เพราะเห็นว่าเดินทางสะดวก ไว้ใจในการดูแล และมอบอำนาจให้พ่อแม่ผมเป็นผู้ปกครองระหว่างเรียนและอยู่ที่นี่.....ผมดูภายนอกโดยรวม มลดูเป็นเด็กเรียบร้อย ใสซื่อบริสุทธิ์ อ่อนต่อโลก ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร และรักพ่อแม่มากกกกก เป็นเด็กติดบ้าน ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน มาอยู่ช่วงแรกๆ Homesick กันเลยทีเดียว พ่อแม่ผมก็รับปากว่าจะดูแลมลอย่างดี ไม่ให้เสียคนจนกว่าจะเรียนจบ เรื่องค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ พ่อแม่ผมก็ไม่คิดมาก เลี้ยงเป็นลูกคนนึง ส่วนค่าเทอม เทอมละ “เกือบห้าหมื่น” ลุงกับป้าเก็บหอมรอมริบรายได้แต่ละเดือนมาเป็นค่าเทอม รวมถึงค่ากินค่าใช้ส่วนตัว ค่าเสื้อผ้า ค่านั่นนี่ ส่งให้ลูกสาวคนนี้ เพราะหวังไว้สูงมาก ว่าลูกจะได้ทำงานดีๆ มีเงินเดือนเยอะๆ ช่วยค่าใช้จ่ายและเลี้ยงน้องคนเล็ก ..... แต่...มีบางอย่างที่เซนส์ของผมบอกว่า เธอไม่ใช่อย่างที่ตาเห็น ........
ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่บ้านผม ผมกลายเป็น Big brother ผมต้องรับผิดชอบงานตัวเอง ดูแลน้องสาวแท้ๆของผมเอง ที่อยู่ม.ต้น และดูแลเธอด้วย สอนหนังสือ ช่วยเธอทำรายงาน แต่สิ่งนึงที่ผมทำเป็นพิเศษคือ คอยสืบทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเธอ จนรู้ความจริงว่า ตัวตนที่เธอแสดงออกมานั้น เป็นแค่ละคร ลุงกับป้าบอกผมว่ามลเรียบร้อย ไม่ชอบคุยกับผู้ชาย ค่อนข้างกลัวด้วยซ้ำ เพราะเธอมีแต่เพื่อผู้หญิงมาตลอด แต่ผมแอบไปสืบมาจนรู้ว่าเธอเคยมีแฟนมาแล้วสองคน โดยที่ลุงชายกับป้าวันไม่เคยรู้เลย นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมเริ่มกังวลว่า มลจะมาเสียคน แล้วพ่อแม่ผม กับพ่อแม่เธอ จะผิดใจกันว่าดูแลลูกเค้าไม่ดีพอ
เมื่อเธอมาอยู่ที่บ้านผม มลกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ซึ่งมีกฎของบ้านที่เข้มงวดสุดๆ หลายอย่าง เช่น ห้ามออกไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนในวันหยุด ส่วนในวันธรรมดา ถ้ามีเรียน เรียนเสร็จก็ต้องกลับบ้าน อย่าเถลไถล ตารางเรียนต้องเอามาติดให้เห็นว่าวันไหนเรียนอะไรกี่โมง ..แต่ทุกวันหยุด พ่อแม่ผมก็พาไปเที่ยวห้าง เที่ยวนั่นนี่ เพื่อเป็นการชดเชยที่ไม่ได้ไปเที่ยวไหนตามลำพัง ผมกับน้องอยู่แบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนชิน แต่มลเพิ่งมาอยู่ อาจอึดอัด..... ทุกวัน พ่อผมไปส่งน้องสาวที่โรงเรียน แล้วก็ไปส่งมลที่มหาลัย เทอมแรก ไม่มีปัญหา มลเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งทุกอย่าง แม่ผมก็มีตำหนิบ้าง เรื่องการแต่งหน้าจัดไปเรียน ฉีดน้ำหอมฟุ้งทุกวัน ผมเข้าใจครับว่าเรียนการโรงแรมอย่างแรกที่ต้องมีคือบุคลิกภาพ แต่จำเป็นมั้ยที่ต้องแต่งหน้าจัดเป็นงิ้วทุกวัน น้ำหอมฉุนกว่าที่แม่ผมฉีดอีก ผมนั่งรถแต่ละทีโอยย กลิ่นน้ำหอมตีกันจนมึน....
ต่อคห.ล่างนะครับ รีบอัพก่อน ไฟกระพริบๆกลัวจะดับซะก่อน
อุทธาหรณ์การเชื่อใจลูกมากเกินไป
...คนๆนึงจะดีจะเลว ผมว่าหลักๆ ขึ้นอยู่กับความคิดของตัวเขาเอง รองลงมาคือการเลี้ยงดู ส่วนสภาพแวดล้อมผมว่าเป็นตัวแปรที่ส่งผลค่อนข้างน้อย ผมขอแชร์ประสบการณ์การเชื่อใจลูก ของคนใกล้ตัวผม ที่อาจจะทำให้พ่อแม่ หรือเพื่อนชาวพันธ์ลองหันกลับไปดูแลคนใกล้ตัวกันหน่อย และเชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอเรื่องแบบนี้ ....ทั้งหมดที่ผมพยายามเรียบเรียงเป็นตัวหนังสือ ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ไม่อิงนิยายเรื่องใดมา แต่ชื่อตัวละครทั้งหมดผมขอสมมุติขึ้นมาละกันได้ดูไม่เจาะจงบุคคลมากไป เพราะชื่อจริงๆค่อนข้างแปลกไม่ค่อยมีคนซ้ำแน่ๆ ....เรื่อง ของน้องมล มีศักดิ์เป็นน้องสาวผม แต่ไม่ใช่น้องแท้ๆ เป็นลูกของป้าวันกับลุงชาย ... ซึ่งลุงชายเป็นพี่ชายแท้ๆของแม่ผมเอง ส่วนป้าวันเป็นป้าสะใภ้
ป้าวันกับลุงชาย แต่งงานกันตั้งแต่อายุยังน้อยๆ ป้าวันเรียนไม่จบก็ดันท้องซะก่อน เลยต้องแต่งงาน แต่ทั้งคู่อยู่กินกันมา 30 กว่าปีแล้ว จนมีลูก 3 คน คนโต(พี่ยา) กับ คนกลาง (มล) เป็นผู้หญิง ส่วน คนเล็ก (ดล) เป็นผู้ชาย ..... บ้านแกอยู่ในชุมชนแห่งนึง บ้านในชุมชนทุกหลังล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฏหมาย มีแต่ตัวอย่างที่ไม่ดี ทั้งยาเสพติด การพนัน แหล่งมั่วสุม ลูกหลานบริเวณแถวนั้นมีลูกกันตั้งแต่อายุ 14-15 กันทุกคน แต่บ้านของลุงชายกับป้าวัน แกเป็นบ้านเดียวที่ปลอดจากเรื่องแบบนี้ ปลอดจริงๆ ชนิดว่า เวลาตำรวจเข้ามาจับยาในชุมชน บ้านนี้เป็นบ้านเดียวที่ไม่ต้องค้นหายา ตำรวจจะรู้ว่าบ้านนี้ไม่มีเอี่ยว และให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างดี ทุกคนในบ้านสอนให้เห็นตัวอย่างมาตลอดว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งไม่ดี อย่าทำตาม พยายามไม่ให้ยุ่งกับคนละแวกนั้นมากนัก เพราะกลัวมาชวนลูกเสียคน .... ในด้านการงาน ลุงชายทำงานเป็นลูกจ้างเงินเดือนประมาณ 2 หมื่น ส่วนป้าวัน ขายก๋วยเตี๋ยวในโรงเรียนใกล้บ้าน เงินเดือนรวมกันสองคน ก็แค่พออยู่พอกินจริงๆ แกเลี้ยงลูกสามคนแบบค่อนข้างตามใจ แต่ก็มีดุว่าบ้าง เวลาดื้อหรือซนจัดๆ ออกจะเกรงใจลูกซะมากกว่า ลูกอยากได้อะไร บอกมา ก็จะหาให้ กลัวลูกไม่รัก นานๆจะตีซักที แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองหวังไว้ คืออยากให้ลูกได้ดี ทำงานดีๆเลี้ยงตัวเองได้ เพราะไม่อยากให้ซ้ำรอยกับตัวเองในอดีต ....
ลุงชายกับป้าวันเชื่อใจลูกมาตลอดว่าลูกจะไม่เสเพลแบบคนรอบบ้าน แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด.....พอพี่ยา เข้าสู่วัยรุ่น อะไรๆก็เริ่มเปลี่ยน เริ่มติดเพื่อน ขอเที่ยวกับเพื่อน ลุงกับป้าก็ยอม แต่ยังไม่ยอมให้ไปเที่ยวแบบค้างอ้างแรมที่อื่น เที่ยวไหนก็แล้วแต่ ต้องถึงบ้านไม่เกินสองทุ่ม ลุงกับป้าคิดว่าไปกับเพื่อนที่โรงเรียน ก็ยังดีกว่าไปกับเด็กวัยรุ่นแถวนี้ เชื่อว่าดูแลตัวเองได้ พอพี่ยาเข้ามหาลัย มีแฟน ลุงกับป้าก็เริ่มห้ามปราม เพราะกลัวว่าจะเรียนไม่จบ พี่ยาก็ไม่ค่อยฟัง ตกกลางคืนรอให้พ่อแม่หลับ ค่อยย่องออกไปหาแฟน เป็นแบบนี้อยู่หลายเดือน จนลุงชายแกจับได้ แกส่งให้มาอยู่กับครอบครัวผม เพราะครอบครัวผมเคร่งครัด เจ้าระเบียบมาก ไม่ตามใจ ไม่ให้เที่ยวเตร่....พี่ยามาอยู่ได้ไม่ถึงปี ก็ขอกลับบ้าน บอกอึดอัดอยู่ไม่ได้ พอกลับบ้านไปใจแตกหนักกว่าเดิม ถึงขั้นว่าพอพ่อแม่ขัดใจก็หนีออกจากบ้านไปอยู่บ้านแฟน สุดท้ายพี่ยาก็เลิกเรียนแล้วไปหางานทำ จนแต่งงาน พอพี่ยามีลูก ทำงานได้เงิน แต่ละเดือนนี่คิดแล้วคิดอีก เพราะไม่ใช่แค่ตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ต้องรับผิดชอบในครอบครัวด้วย จะหางานที่ได้เงินเยอะกว่านี้ก็ทำไม่ได้ เพราะเรียนจบแค่ม.6 ...พี่ยาถึงคิดได้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมาตลอดนั้นเป็นเรื่องไม่ดี กลับมาขอโทษพ่อแม่และครอบครัวผมที่เคยทำให้หนักใจ ทุกคนให้อภัย และบอกกับพี่ยาว่า......มล กำลังเข้าสู่วัยรุ่น ยังไง เราเคยผ่านมาแล้ว ก็เตือนน้องอย่าให้เดินทางผิดแบบเราอีก พี่ยาก็รับปาก แต่ไม่รู้ว่าจะเตือนได้แค่ไหน เพราะตัวเองก็ไม่ได้ทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี
มล หน้าตาสวย ผิวดี หุ่นดี ไปไหนมาไหนชายเหลียวหลังกันเลยทีเดียว ตอนแรก ลุงชายกับป้าวัน ค่อนข้างเข้มงวดกับมล เพราะกลัวจะเหมือนกับพี่ยา ให้ไปเที่ยวกับเพื่อนที่สนิทเท่านั้น ห้ามกลับมืด ไปได้แค่ห้างใกล้ๆ นอนห้องเดียวกับพ่อแม่เลย ดูแลทุกอย่างจนเธอจบม.6 จากโรงเรียนหญิงล้วน ลุงกับป้าหวังจะให้ลูกสาวคนนี้ได้ดิบได้ดีอย่างถึงที่สุด เพื่อให้เป็นหน้าตาของครอบครัว ยอมทุ่มทุกอย่างที่มลอยากได้ ...มลเลือกเรียนต่อด้านบริหารการโรงแรม มหาลัยเอกชนแห่งนึง ที่เรียนไกลบ้านเธอ แต่มันใกล้บ้านผม ลุงกับป้าส่งเธอมาอยู่กับครอบครัวผม เพราะเห็นว่าเดินทางสะดวก ไว้ใจในการดูแล และมอบอำนาจให้พ่อแม่ผมเป็นผู้ปกครองระหว่างเรียนและอยู่ที่นี่.....ผมดูภายนอกโดยรวม มลดูเป็นเด็กเรียบร้อย ใสซื่อบริสุทธิ์ อ่อนต่อโลก ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร และรักพ่อแม่มากกกกก เป็นเด็กติดบ้าน ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน มาอยู่ช่วงแรกๆ Homesick กันเลยทีเดียว พ่อแม่ผมก็รับปากว่าจะดูแลมลอย่างดี ไม่ให้เสียคนจนกว่าจะเรียนจบ เรื่องค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ พ่อแม่ผมก็ไม่คิดมาก เลี้ยงเป็นลูกคนนึง ส่วนค่าเทอม เทอมละ “เกือบห้าหมื่น” ลุงกับป้าเก็บหอมรอมริบรายได้แต่ละเดือนมาเป็นค่าเทอม รวมถึงค่ากินค่าใช้ส่วนตัว ค่าเสื้อผ้า ค่านั่นนี่ ส่งให้ลูกสาวคนนี้ เพราะหวังไว้สูงมาก ว่าลูกจะได้ทำงานดีๆ มีเงินเดือนเยอะๆ ช่วยค่าใช้จ่ายและเลี้ยงน้องคนเล็ก ..... แต่...มีบางอย่างที่เซนส์ของผมบอกว่า เธอไม่ใช่อย่างที่ตาเห็น ........
ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่บ้านผม ผมกลายเป็น Big brother ผมต้องรับผิดชอบงานตัวเอง ดูแลน้องสาวแท้ๆของผมเอง ที่อยู่ม.ต้น และดูแลเธอด้วย สอนหนังสือ ช่วยเธอทำรายงาน แต่สิ่งนึงที่ผมทำเป็นพิเศษคือ คอยสืบทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเธอ จนรู้ความจริงว่า ตัวตนที่เธอแสดงออกมานั้น เป็นแค่ละคร ลุงกับป้าบอกผมว่ามลเรียบร้อย ไม่ชอบคุยกับผู้ชาย ค่อนข้างกลัวด้วยซ้ำ เพราะเธอมีแต่เพื่อผู้หญิงมาตลอด แต่ผมแอบไปสืบมาจนรู้ว่าเธอเคยมีแฟนมาแล้วสองคน โดยที่ลุงชายกับป้าวันไม่เคยรู้เลย นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมเริ่มกังวลว่า มลจะมาเสียคน แล้วพ่อแม่ผม กับพ่อแม่เธอ จะผิดใจกันว่าดูแลลูกเค้าไม่ดีพอ
เมื่อเธอมาอยู่ที่บ้านผม มลกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ซึ่งมีกฎของบ้านที่เข้มงวดสุดๆ หลายอย่าง เช่น ห้ามออกไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนในวันหยุด ส่วนในวันธรรมดา ถ้ามีเรียน เรียนเสร็จก็ต้องกลับบ้าน อย่าเถลไถล ตารางเรียนต้องเอามาติดให้เห็นว่าวันไหนเรียนอะไรกี่โมง ..แต่ทุกวันหยุด พ่อแม่ผมก็พาไปเที่ยวห้าง เที่ยวนั่นนี่ เพื่อเป็นการชดเชยที่ไม่ได้ไปเที่ยวไหนตามลำพัง ผมกับน้องอยู่แบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนชิน แต่มลเพิ่งมาอยู่ อาจอึดอัด..... ทุกวัน พ่อผมไปส่งน้องสาวที่โรงเรียน แล้วก็ไปส่งมลที่มหาลัย เทอมแรก ไม่มีปัญหา มลเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งทุกอย่าง แม่ผมก็มีตำหนิบ้าง เรื่องการแต่งหน้าจัดไปเรียน ฉีดน้ำหอมฟุ้งทุกวัน ผมเข้าใจครับว่าเรียนการโรงแรมอย่างแรกที่ต้องมีคือบุคลิกภาพ แต่จำเป็นมั้ยที่ต้องแต่งหน้าจัดเป็นงิ้วทุกวัน น้ำหอมฉุนกว่าที่แม่ผมฉีดอีก ผมนั่งรถแต่ละทีโอยย กลิ่นน้ำหอมตีกันจนมึน....
ต่อคห.ล่างนะครับ รีบอัพก่อน ไฟกระพริบๆกลัวจะดับซะก่อน