แม่และพ่อที่ทำได้เพียงให้เราเกิดมา

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะจากหัวข้อกะทู้นี้เราจะขออนุญาตมาเล่าและถามนะคะ เรื่องมีอยู่ว่าเราเกิดมาจากแม่ที่เราไม่แน่ใจว่าเค้าตั้งใจอยากให้เราเกิดขึ้นมามั้ยแม่ของเรามักจะบอกกับคนในครอบครัวว่าเค้าไม่อยากมีแฟนเค้าไม่ชอบผู้ชายหรอกไปๆมาๆแม่ก็ได้คบหากับพ่อเราและท้องมีเราออกมาพอเราคลอดออกมาพ่อก็ทิ้งเราไปเลยค่ะเราไม่เคยได้เห็นหน้าตาของพ่อแท้ๆเราเลย จากนั้นสิ่งที่แม่ทำคือยกเราให้พี่สาวของแม่เราเลี้ยง พี่สาวแม่มีศักดิ์เป็นป้าแท้ๆของเรานั้นเองค่ะเค้าเลี้ยงเรามาตั้งแต่เป็นทารกเราจึงเรียกเค้าว่าแม่และสามีของป้าเราเรียกเขาว่าพ่อค่ะ พอจากนั้นพ่อแท้ๆก็กลับมาหาแม่อีกครั้งและก็มีลูกด้วยกันอีกคนนั้นก็คือน้องสาวแท้ๆของเรา จากนั้นพ่อก็ทิ้งแม่เราไปอีกครั้งและแม่เราก็ทำกับน้องสาวเราแบบเดียวกันคือยกน้องสาวเราให้พี่ชายแม่เอาไปเลี้ยงเรากับน้องสาวแยกคนเลี้ยงกันค่ะ เคยเจอกันเมื่อช่วงเรายังประถมจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันและก็ไม่ได้ผูกพันธ์กันเลย ชีวิตของเราถูกเลี้ยงมาโดยป้าและลุงค่ะฐานะทางบ้านเราไม่ได้ดีเลยค่ะออกไปทางหาเช้ากินคํ่าแต่ป้าและลุงก็เลี้ยงเรามาจนโตด้วยความยากลำบากเรารู้กสึกดีนะคะรู้สึกอบอุ่นเค้าไม่เคยมองเราเป็นคนอื่นเลย ป้าจะบอกกับเราเสมอว่าอย่าเกลียดแม่และพ่อของตัวเองนะเค้าให้กำเนิดเรามาต้องรู้จักบุญคุณ ส่วนลุงนั้นจะสอนเราอีกแบบว่าจะไปสนใจทำไมลูกตัวเองยังไม่เลี้ยงแต่ไปเลี้ยงลูกน้องสาว ใช่ค่ะแม่แท้ๆเราไปเลี้ยงลูกน้องสาวของแก ซึ้งมีศักดิ์เป็นน้าเรา เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเค้าคิดอะไรในตอนนั้นทำไมถึงทำแบบนั้น ในตอนเด็กเราไม่รู้เรื่องอะไรเรากลัวบาปกรรมเลยไม่อยากคิดที่จะเกลียดแม่และพ่อของตัวเอง จนเข้ามัธยมปลายป้าเราบอกกับเราว่าเค้าส่งเราเรียนได้จนถึงมัธยมปลายนะพอถึงมหาลัยเค้าส่งไม่ไหวแล้วให้เราขยันหาเงินและส่งตัวเองต่อไป เราเลยมีความคิดสุดโต่งเกินไปว่า เราจะฝึกเริ่มต้นทำงานตั้งแต่มัธยมปลายเลยดีกว่าจะได้คุ้นชินเราเริ่มสมัครทำงานร้านอาหารในห้างตอนช่วงมอ4มอ5ค่ะเลิกเรียนก็ตรงไปห้างเลยเลิกงาน4ทุ่ม5ทุ่มบ้าง ในที่สุดเราก็ขาดเรียนบ่อยไม่มีเวลาให้การเรียนเพราะร่างกายอ่อนเพลียจากการทำงานทำให้เราตัดสินใจลาออกจากการเรียนค่ะและมาเรียนเทียบเอาเราบอกกับป้าว่าเราไม่อยากให้ป้าเหนื่อยแล้ว ป้าและลุงเลยตัดสินใจย้ายกลับไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัดค่ะ เราก็อยู่ที่กรุงเทพตัวคนเดียวทำงานและเรียนเทียบเอาเลยทำให้เรียนจบมัธยมปลายช้าไปหน่อยแต่ในที่สุดก็จบค่ะ และด่านต่อไปคือการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแน่นอนว่าตัวเราคนเดียวจะไปเรียนมหาลัยปิดหรือจะเป็นมหาลัยเอกชนคงไม่ไหวแน่ๆเลยตัดสินใจว่าจะต้องเข้าราม แต่ตอนนี้รอแค่เค้าเปิดรับสมัคร เราพลาดการสมัครมาสองรอบแล้วค่ะเนื่องจากตอนนั้นเงินไม่พอที่จะไปสมัครทั้งๆที่ค่าเทอมก็ถูกมาก แต่งานที่เราทำ สวัสดิการอะไรก็ไม่มีค่ะ เป็นงานที่เจ้านายเค้าทำธุรกิจส่วนตัวค่าแรงเราได้เป็นรายวันค่ะค่าแรงคือขั้นตํ่าเลยวันไหนเราไม่ได้ไปทำก็จะไม่ได้เงิน บางครั้งยอมรับนะคะว่าไม่พอใช้ก็มีโทรไปขอยืมป้าและลุงบ้างแต่ป้าจะบอกว่า เก็บไว้ใช้ไม่ต้องคืนหรอกเอาตัวเองให้อยู่รอดไม่ต้องห่วงทางนี้ ชีวิตเราสะบักสะบอมพยายามเอาตัวเองให้รอดจนตอนนี้เราอายุ21จะ22แล้วค่ะและความคิดเราก็ได้เปลี่ยนเมื่อ เราตั้งใจว่าเราอยากได้โน๊ตบุ๊คซักเครื่องเพื่อที่จะนำไปไว้ใช้ในการเรียนเราโทรปรึกษากับป้าว่าเราอยากหาที่ผ่อนโน๊ตบุ๊คมีที่ไหนมั้ยที่ใช้บัตรประชาชน เนื่องจากเราไม่มีบัตรเครดิตไม่มีสลิปเงินเดือนไม่มีหนังสือยืนยันเงินเดือน ป้าเราบอกว่าจะลองโทรไปหาน้าเราที่แม่แท้ๆเราเลี้ยงลูกให้เขา ซึ่งตอนนี้น้าเราก้าวหน้าไปทำงานที่ต่างประเทศมีชีวิตที่โอเคกว่าเราในระดับหนึ่งเลยค่ะ เราเลยบอกกับป้าว่าไม่ต้องการให้เขาซื้อให้เรา เราขอแค่เขาใช้บัตรเครดิตเขาออกให้ก่อนแล้วเราจะผ่อนต่อน้าเอง ป้าเราโทรกลับมาว่าลองคุยให้แล้ว น้าเราบอกว่าไม่มีเงินช่วงนี้ ถ้าได้กลับไปค่อยว่ากันแต่แล้วก็ไร้วี่แววค่ะเรื่องเงียบไปเลย เราจึงพยายามเก็บเงินเองจึงได้โน๊ตบุ๊คมือสองมาใช้ค่ะ แต่สุดท้ายมันก็พังค่ะเพราะว่ามันเป็นของราคาที่ถูกและรุ่นเก่ามากๆ เราเลยเล่าเรื่องนี้ให้ป้าฟัง ป้าเราแนะนำว่าให้เราลองโทรคุยกับแม่แท้ๆให้แม่แท้ๆช่วยคุยกับน้าให้ แม่แท้ๆบอกเราว่าจะลองคุยดูละกันสุดท้ายเค้าก็ไม่คุยให้ค่ะ ก่อนหน้านี้เราก็โทรหาแม่แท้ๆบ้างนะคะในเวลาที่เราว่างไม่ใช่พึ่งโทรไป แต่เราไม่มีความผูกพันธ์กับแม่เลย แกมักจะบอกว่าเรียนให้เก่งๆจบมาให้มาเลี้ยงเค้าในยามแก่ตัว ในหัวเราสับสนมากทำไมเค้ามักจะพูดเช่นนั้นกับเราอยู่เสมอๆ น้าของเราก็มักจะพูดว่าอย่าลืมบุญคุณแม่แท้ๆแต่พวกเขาเหล่านั้นไม่เคยซัพพอตเราเลยค่ะ จนมาพีคที่สุดค่ะคือครั้งนี้เลยเป็นช่วงโควิดงานเงียบเจ้านายสั่งให้หยุดบ้างทำบ้างค่ะ ทำให้การเงินเราสั่นคลอนมากๆ เรียกว่ามื้อไหนอดได้คือก็ต้องจำใจค่ะ และยิ่งไปกว่านั้นเราก็มาป่วยค่ะ ด้วยอาการท่อปัสสาวะอักเสบแต่ตอนนี้หายแล้วค่ะ และเจ็บมดลูกอยู่บ่อยๆบางครั้งเลือดกำเดาก็ไหลบ้าง ทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ ป้าเราที่เห็นว่าเราเงียบๆไป เลยได้โทรมาหาเราจึงได้รู้ว่าเราป่วย เรารับรู้ได้ค่ะว่าป้าเป็นห่วงและอยากช่วยเราจริงๆ แต่แกก็ไม่ได้มีเงินอะไรเนื่องจากแกไม่ได้ทำงานแล้วลูกสาวแท้ๆของแกเป็นคนที่คอยส่งเงินให้แกใช้ค่ะ และให้แกเลี้ยงลูกน้อยของลูกสาวแกอีกสองคนด้วย แกเลยบอกว่าให้ลองโทรไปหาน้าที่อยู่ต่างประเทศดูมั้ยขอยืมเค้าซักพันเอามาไว้ใช้ประทังก่อน เรารู้ค่ะคำตอบมันจะออกมาแบบไหน แต่เราก็ทักไปตามคำแนะนำของป้าใช่ค่ะคำตอบไม่ทำให้ผิดหวังเลย น้าตอบกลับมาว่าไม่มี เราก็ไม่ได้ยืดเยื้ออะไร เราก็โทรไปหาป้าบอกว่าน้าไม่มี ป้าเราบอกงั้นเอาอย่างนี้ป้าจะโทรไปคุยกับแม่แท้ๆให้เพราะน้าและแม่แท้ๆเค้าติดต่อกันอยู่ตลอดเพราะแม่เราเลี้ยงลูกให้เขา สิ่งที่ป้าเราได้การตอบรับมาคือแม่แท้ๆปกป้องน้าและด่าเราค่ะว่าเราเคยคิดที่จะหาเองมั้ยน้าเราลำบากทำไมเอาแต่ขอ แล้วด่าว่าเราว่านานๆทีกว่าจะโทรมาเคยเป็นห่วงเป็นใยแม่มั้ย ด่าว่าเราว่าไม่เอาไหนเรียนไม่จบซักทีไม่มีอะไรอย่างคนอื่น ป้าเราโมโหมากเลยมาเล่าให้ฟังว่าเสียใจมากกับคำพูดแม่เราที่เค้าไม่เคยเห็นเราเป็นลูกเลยป้าเราเลยตัดสินใจโทรไปยืมลูกชายคนโตของแก ที่เราซึ่งนํ้าใจมากคือแกทุบกระปุกมาให้เรา สุดท้ายเรามีความรู้สึกที่ขอบคุณลูกชายป้าและแอบรู้สึกผิดที่ไปรบกวนลูกชายของป้าด้วย และยังมีความรู้สึกที่อยากถามทุกคนว่าจะผิดมั้ยที่เราจะตัดสินใจตัดขาดไปเลยกับแม่แท้ๆของเรา ไม่ติดต่อไม่ห่วงใยและจะไม่คิดว่าเค้าคือแม่ของเราอีกต่อไป   กะทู้นี้เราเพียงอยากได้คำแนะนำว่าสิ่งที่เราคิดนั้นควรหรือไม่ รบกวนขอคำแนะนำให้เราหน่อยนะคะพี่ๆ สุดท้ายนี้กะทู้ของเราถ้าเรียบเรียงเรื่องราวไม่ดีหรือทำให้ผู้อ่านเข้าใจยากและสับสนต้องขอกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่