.
ไม่ได้โม้ และ มิได้แจกยาหอมให้คนไทยที่ใกล้จะหมดลมหายใจแล้ว แต่อย่างใด..
เพราะวันก่อนอินโด ข่มไทยไปแล้วรอบนึงด้วยการ เตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 14 ล้าน ล้าน..มาวันนี้ถึงคราวอินตระระเดียบ้าง
เกทับให้หนักเข้าไปอีก ล่อซะ 30ล้าน ล้าน..!
ท่านฮาร์ช วาร์ดัน ชริงลา เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเพียง 2 เดือนครึ่ง
ท่านพูดถึงโอกาสการค้าการลงทุนระหว่าง 2 ชาติ และ แนวโน้มการท่องเที่ยวของชาวอินเดียในไทยท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในบ้านเรา รวมถึง โอกาสของไทยในการเข้าไปลงทุนในอินเดีย
เนื่องจากประเทศ อินเดียกำลังมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 30 ล้านล้านบาท) ในระยะ 5 ปี (2556-2560) ทั้งการก่อสร้างทางหลวง ท่าเรือ รถไฟความเร็วสูง และโรงผลิตไฟฟ้า ซึ่งเราต้องการให้บริษัทไทยเข้าไปร่วมประมูลโครงการเหล่านี้ เพราะมองว่าบริษัทก่อสร้างของไทยมีศักยภาพสูง โดยบริษัทไทยที่เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมโครงการเหล่านี้แล้ว ได้แก่ กลุ่มซีพี และบริษัทอิตาเลียนไทย
" เรา มองว่าไทยเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประตูสู่มาเลเซีย กัมพูชา ลาว เวียดนาม อินโดฯ เรากำลังมีโครงการเชื่อมถนน 3 ประเทศจากอินเดียผ่านเมียนมาร์สู่ไทย โดยแต่ละประเทศรับผิดชอบสร้างถนนในประเทศตัวเองให้เชื่อมต่อกัน เสมือนถนนเส้นเดียว คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2559 ทั้ง 3 ประเทศ มีการพบปะกันเป็นระยะเพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง ทั้งหารือกันในการจัดตั้งด่านศุลกากรเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าผ่านทางเมื่อ ถนนสร้างเสร็จ
จากโครงการนี้จะเห็นว่าไทยกับอินเดียไม่ได้อยู่ไกล กันเลย นอกจากนี้ เรายังสนใจโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายที่ไทยกับเมียนมาร์ร่วมมือกัน เพราะทวายอยู่ไม่ไกลจากเมืองเชนไน ในอนาคตทวายอาจเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าระหว่างอินเดียกับอาเซียน"
ฟังไป ก็เคลิ้มไปครับ..แต่มิได้อิจฉาหาสวรรค์ หรือ วิมานแต่อย่างใดน่ะครับ เพียงแต่
ทั้งอินโด และอินเดีย ก็เป็นมิตรประเทศ มีความสัมพันธ์อันดีกับเรามานาน..ที่สำคัญ เขาชื่นชมศักภาพต่างๆของบ้านเรา
เขามองออก เขามองข้ามไปไกล..ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว..
แต่คนของบ้านเรา แม่มกลับมองข้ามไปเสียเฉยๆซะงั้น..
มองอะไรก็ไม่เกินหัวแม่ตรีน เป็นตรีนเหี่ยวๆ ใส่ชุดรุงรังเหมือนแบดแมน ที่เหยียบอยู่บนถนนลูกรัง..
จะลงทุนห่าน เหวอะไรก็มิได้ กลัวโน่น กลัวเนี่ย ทั้งๆที่พวกตัวเอง คุมกลไกตามกฏหมาย สามารถ ตรวจสอบ ถ่วงดุลได้..
รวมถึง วันนี้ คนไทยก็ตื่นตัวมากขึ้น ไม่ใช่มาให้ใครหลอกได้ง่า่ยๆ
และ ผมว่าก่อนที่จะให้ลูกรังหมดไปจากประเทศไทยเหมือนที่ ตลก รธน.แนะนำ
อินเดีย คงร่วมมือกับ อินโด และประเทศรอบบ้านเรา บูมการท่องเที่ยว ส่งคนไปท่องอวกาศ ตามหลังมะกัน และ จีนไปแล้วล่ะครับ..
เพราะ เราจำต้องอยู่แบบเจียมเนื้อ เจียมตัว เนื่องจากเมื่อวันนั้นมาถึง เราจะกลายเป็นประเทศที่จนที่สุด ในอาเซียน..
อยู่แบบฉึก ฉัก ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง เพราะเดินไปข้างหน้าก็ติดกึก ถอยหลังก็ติดกัก
..แบบนี้ ผมว่าบรรดา ผู้เฒ่า ลงมาจากบัลลังก์ มานั่งบริหารประเทศซะเองให้มันรู้แล้วรู้รอดไป มิดีกว่าหรือครับ..?
ไหนๆ ก็เปิดตัวมาซะขนาดนี้แล้ว..ไม่ต้องแอบกันอีกต่อไป
เพราะ พวกผมรำคาญเต็มทีแล้วครับ..
ปล..อ่านคำสัมภาษณ์ฉบับเต็มของท่านเอกอัครราชทูตอินเดียฯที่
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1397120335
.
ชวด2ล้านล้านไม่เป็นไร..ทูตอินเดียชวนเอกชนไทย ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 30ล้านล้าน ที่แดนภารตะ !
ไม่ได้โม้ และ มิได้แจกยาหอมให้คนไทยที่ใกล้จะหมดลมหายใจแล้ว แต่อย่างใด..
เพราะวันก่อนอินโด ข่มไทยไปแล้วรอบนึงด้วยการ เตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 14 ล้าน ล้าน..มาวันนี้ถึงคราวอินตระระเดียบ้าง
เกทับให้หนักเข้าไปอีก ล่อซะ 30ล้าน ล้าน..!
ท่านฮาร์ช วาร์ดัน ชริงลา เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเพียง 2 เดือนครึ่ง
ท่านพูดถึงโอกาสการค้าการลงทุนระหว่าง 2 ชาติ และ แนวโน้มการท่องเที่ยวของชาวอินเดียในไทยท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในบ้านเรา รวมถึง โอกาสของไทยในการเข้าไปลงทุนในอินเดีย
เนื่องจากประเทศ อินเดียกำลังมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 30 ล้านล้านบาท) ในระยะ 5 ปี (2556-2560) ทั้งการก่อสร้างทางหลวง ท่าเรือ รถไฟความเร็วสูง และโรงผลิตไฟฟ้า ซึ่งเราต้องการให้บริษัทไทยเข้าไปร่วมประมูลโครงการเหล่านี้ เพราะมองว่าบริษัทก่อสร้างของไทยมีศักยภาพสูง โดยบริษัทไทยที่เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมโครงการเหล่านี้แล้ว ได้แก่ กลุ่มซีพี และบริษัทอิตาเลียนไทย
" เรา มองว่าไทยเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประตูสู่มาเลเซีย กัมพูชา ลาว เวียดนาม อินโดฯ เรากำลังมีโครงการเชื่อมถนน 3 ประเทศจากอินเดียผ่านเมียนมาร์สู่ไทย โดยแต่ละประเทศรับผิดชอบสร้างถนนในประเทศตัวเองให้เชื่อมต่อกัน เสมือนถนนเส้นเดียว คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2559 ทั้ง 3 ประเทศ มีการพบปะกันเป็นระยะเพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง ทั้งหารือกันในการจัดตั้งด่านศุลกากรเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าผ่านทางเมื่อ ถนนสร้างเสร็จ
จากโครงการนี้จะเห็นว่าไทยกับอินเดียไม่ได้อยู่ไกล กันเลย นอกจากนี้ เรายังสนใจโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายที่ไทยกับเมียนมาร์ร่วมมือกัน เพราะทวายอยู่ไม่ไกลจากเมืองเชนไน ในอนาคตทวายอาจเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าระหว่างอินเดียกับอาเซียน"
ฟังไป ก็เคลิ้มไปครับ..แต่มิได้อิจฉาหาสวรรค์ หรือ วิมานแต่อย่างใดน่ะครับ เพียงแต่
ทั้งอินโด และอินเดีย ก็เป็นมิตรประเทศ มีความสัมพันธ์อันดีกับเรามานาน..ที่สำคัญ เขาชื่นชมศักภาพต่างๆของบ้านเรา
เขามองออก เขามองข้ามไปไกล..ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว..
แต่คนของบ้านเรา แม่มกลับมองข้ามไปเสียเฉยๆซะงั้น..
มองอะไรก็ไม่เกินหัวแม่ตรีน เป็นตรีนเหี่ยวๆ ใส่ชุดรุงรังเหมือนแบดแมน ที่เหยียบอยู่บนถนนลูกรัง..
จะลงทุนห่าน เหวอะไรก็มิได้ กลัวโน่น กลัวเนี่ย ทั้งๆที่พวกตัวเอง คุมกลไกตามกฏหมาย สามารถ ตรวจสอบ ถ่วงดุลได้..
รวมถึง วันนี้ คนไทยก็ตื่นตัวมากขึ้น ไม่ใช่มาให้ใครหลอกได้ง่า่ยๆ
และ ผมว่าก่อนที่จะให้ลูกรังหมดไปจากประเทศไทยเหมือนที่ ตลก รธน.แนะนำ
อินเดีย คงร่วมมือกับ อินโด และประเทศรอบบ้านเรา บูมการท่องเที่ยว ส่งคนไปท่องอวกาศ ตามหลังมะกัน และ จีนไปแล้วล่ะครับ..
เพราะ เราจำต้องอยู่แบบเจียมเนื้อ เจียมตัว เนื่องจากเมื่อวันนั้นมาถึง เราจะกลายเป็นประเทศที่จนที่สุด ในอาเซียน..
อยู่แบบฉึก ฉัก ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง เพราะเดินไปข้างหน้าก็ติดกึก ถอยหลังก็ติดกัก
..แบบนี้ ผมว่าบรรดา ผู้เฒ่า ลงมาจากบัลลังก์ มานั่งบริหารประเทศซะเองให้มันรู้แล้วรู้รอดไป มิดีกว่าหรือครับ..?
ไหนๆ ก็เปิดตัวมาซะขนาดนี้แล้ว..ไม่ต้องแอบกันอีกต่อไป
เพราะ พวกผมรำคาญเต็มทีแล้วครับ..
ปล..อ่านคำสัมภาษณ์ฉบับเต็มของท่านเอกอัครราชทูตอินเดียฯที่
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1397120335
.