ถูกยกเลิกสัญญาจ้างกะทันหัน

พอดีใช้ล็อคอินของเพื่อนเข้ามาสอบถามนะคะ

เรื่องมีอยู่ว่า ตอนนี้ทำงานอยู่ที่ฝ่ายแรงงาน สถานทูตไทย ที่ต่างประเทศ แต่ถูกผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงานฯ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง ยกเลิกสัญญาจ้างอย่างกะทันหันด้วยเหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน (คือท่านอคติส่วนตัวเพราะดิฉันเห็นต่างและกล้าพูดความจริง) อยากขอคำชี้แนะจากผู้มีจิตเมตตาช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยนะคะ

ขอเท้าความก่อนนะคะ
ฉันมาเรียนต่อปริญญาโท เรียนจบก็ได้ทำงานที่ประเทศนี้สองปี ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรทั้งเรื่องการทำงานและเรื่องสัญญาจ้าง เพียงแต่เป็นสัญญาปีต่อปี ก็ถือว่ามีความเสี่ยง หากไม่ต่อสัญญาก็ต้องหางานใหม่ ปีแรกทำงานที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง สัญญาหนึ่งปี แล้วก็ได้งานใหม่ ทำงานในธนาคารแห่งหนึ่ง สัญญาหนึ่งปีเหมือนเดิม

ต่อมาได้ข่าวว่าฝ่ายแรงงานฯ เปิดรับสมัครก็เลยไปลองสอบดู เพราะเห็นว่า ที่นี่มีความมั่นคง ถึงเป็นพนักงานอัตราจ้าง สัญญาปีต่อปี แต่หากไม่ผิดระเบียบราชการร้ายแรง เช่น คอรัปชัน ทุจริต ฯลฯ (ทั้งที่ผู้ว่าจ้างทำเสมอ ชอบขอบิลล์เปล่า มากรอกตัวเลขเอง) ก็จะต่อสัญญาไปตลอดแน่นอน และเมื่อใครๆก็บอกว่าดี ก็เลยลองสมัคร ข้อสอบยากยิ่งกว่าสอบจอหงวน สุดท้ายก็ติดสำรอง พอตำแหน่งว่าง ก็ถูกเรียกมาทำงาน ซึ่งตอนนั้น ยังติดสัญญากับธนาคารอีกสามเดือน แต่ด้วยเชื่อคนรอบข้าง (ไม่เชื่อในเซ้นส์ตัวเองค่ะ เฮ้อ) ก็ต้องลาออกจากงานที่ดีมากๆ เพียงเพราะเชื่อว่า ที่ฝ่ายแรงงานฯมีความมั่นคง และเราได้ใช้ความรู้ความสามารถเพื่อช่วยเหลือพี่น้องแรงงานไทยที่มาทำงานที่ประเทศนี้ ได้ช่วยคน ได้ช่วยชาติ ได้ทำให้พ่อแม่หน้าบาน ก็คงได้บุญกุศลแรง

ฉันลาออกก่อนหมดสัญญาทำให้ฝ่ายธนาคารเคืองมากแต่เขาก็ใจกว้าง ปล่อยฉันออกมา ฉันก็ทั้งรู้สึกผิด ทั้งเสียดาย ลาออกมาแบบงงๆ แต่ก็ตั้งใจแน่วแน่ว่า ต้องช่วยชาติ ก็เริ่มมาทำงานตั้งแต่เดือนม.ค. ที่ผ่านมา ลำพังตัวงานไม่มีปัญหา ฉันเรียนรู้ไว และงานก็ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก แต่ปัญหาคือ ตัวผู้ว่าจ้าง มีพฤติกรรมสองมาตรฐานอย่างออกนอกหน้า เวลาไม่พอใจใคร ก็จะตำหนิประจานให้อับอาย (บอกครั้งก็ใช้วาจาหยาบคายไม่สมสถานภาพเลยค่ะ) แต่ถ้าเป็นคนที่ท่านชอบ ถึงทำผิดแบบเดียวกัน ท่านก็ทำเป็นมองไม่เห็น ตอนแรกเข้าไปใหม่ๆก็ตกใจค่ะ เห็นพฤติกรรมแบบนั้นแล้วก็ได้แต่เตือนตัวเองว่า จงอย่าให้ท่านเกลียดเด็ดขาด

ทำงานไปได้สองเดือน ฉันก็ถูกตำหนิเล็กๆน้อยๆไร้สาระ เช่น หัวเราะเสียงดังในห้องประชุม (ทั้งที่ทุกคนในห้องหัวเราะเสียงดัง แม้แต่ตัวท่านก็หัวเราะดังนะคะ) หรือ กินข้าวเยอะ (คือวันนั้นมีประชุมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆเรื่องวันสงกรานต์ที่จะขึ้นที่นี่ แล้วมีการเลี้ยงอาหารกลางวันที่ร้านอาหารไทย แล้วฉันกินเยอะกว่าท่านค่ะ) ตอนที่ถูกตำหนิ ฉันก็ยอมรับผิดแบบงงๆที่หัวเราะเสียงดังและกินข้าวเยอะ ก็กล่าวขอโทษท่านและจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก แต่ท่านก็สวนกลับมาว่า ก็ไม่รู้จะมีโอกาสอีกรึเปล่า เพราะท่านจะไม่ให้เข้าประชุมอีกแล้ว หลังจากนั้น ฉันก็ไม่เคยได้รับโอกาสเข้าประชุมใหญ่อีก (ยกเว้นการประชุมของทีมค่ะ งงกันใช่มั้ยคะ เฮ้อ)

ต่อมา ท่านเสนอ (สั่งอ้อมๆ) ให้ฉันลองไปทาบทามธนาคารที่เคยทำงานให้มาเป็นสปอนเซอร์งานสงกรานต์ ตอนแรกฉันก็ไม่อยากทำ ลาออกมาก่อนหมดสัญญาแล้วยังจะมีหน้าไปขอเงินเขาอีกเหรอ แต่โดนท่านเสนอ (สั่งอ้อมๆ ประมาณสี่รอบได้ค่ะ) ว่าให้ลองคุยดู ไม่ได้ไม่เป็นไร ฉันก็ต้องจำใจบากหน้าโทรขอให้เขามาเป็นสปอนเซอร์ เขาก็ใจกว้าง บากหน้ามาซะขนาดนี้แล้ว ก็ช่วยเหลือให้เงินมาก้อนโต

วันเดียวกันกับที่ธนาคารตกลงช่วยเหลือ (ฉันหมดประโยชน์แล้วค่ะ) ท่านก็ตำหนิฉันเรื่องกระโปรงสั้น ซึ่งสาบานได้ว่า วันนั้น ฉันใส่ชุดเดรสที่สั้นเลยเข่าขึ้นมา 5 ซม. ท่านถามว่า ตอนทำงานธนาคารแต่งตัวยังไง ฉันก็ตอบสุภาพว่าใส่ยูนิฟอร์มค่ะ ท่านก็ยังถามต่อว่า อยู่ธนาคารใส่กระโปรงยาวแค่ไหน ฉันก็ตอบสุภาพว่า ยาวคลุมเข่าค่ะ ท่านยังไม่เลิก ถามอีกว่า อยู่ธนาคารก็แต่งตัวเรียบร้อยได้ ทำไมมาอยู่นี่ ใส่แข่งกันสั้นกับพนักงานคนอื่น ฉันก็เริ่มหมดความอดทน ถามท่านกลับว่า ที่นี่ก็ไม่ใช่ธนาคารที่ฉันเคยทำงาน หรือท่านอยากให้ฉันใส่ยูนิฟอร์มของธนาคารมาทำงานที่ฝ่ายแรงงานฯคะ  ฉันคิดว่า ชุดเดรสที่ใส่อยู่นี่ก็ไม่ได้สั้นอะไร ฉันเห็นว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น (ที่ท่านรักมาก) ใส่ชุดเดรสที่มีความยาวเท่ากัน ท่านบอกว่า แบบนั้นไม่สั้น สุภาพเรียบร้อย แล้วของฉันกลายเป็นสั้นได้ยังไงคะ แบบนี้ สองมาตรฐานหรือเปล่าคะ แน่นอน ท่านโกรธฉันตัวสั่นค่ะ แต่ท่านก็ตอบคำถามของฉันไม่ได้ และพาลไปตำหนิรุ่นพี่คนไทยท่านอื่น ฉันพยายามแก้ต่างให้รุ่นพี่ เพียงเพราะไม่อยากให้ท่านมีอคติกับลูกน้องท่านใด ท่านก็กล่าวหาว่า ฉันถูกรุ่นพี่ท่านนั้นล้างสมองไปแล้ว ฉันจึงตอบท่านไปว่า คนแบบฉัน คงไม่มีใครล้างสมองได้ ฉันพูดตามสิ่งที่ฉันเห็นว่าเป็นจริง และฉันก็พูดแต่ความจริง พูดเพื่อความถูกต้อง และอยากให้ท่านมีความเป็นธรรมกับลูกน้องทุกคน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่