เราทำร้านอาหารค่ะ และเพิ่งย้ายมาอยู่ที่ใหม่ได้ไม่นาน หน้าร้านมีวินมอ'ไซค่ะ เราชอบนั่งหน้าร้านในมุมที่พวกเขามองไม่เห็นและฟังพวกเขาคุยกันค่ะ เพราะพวกเขาตลกดี ก็ขำๆไป ไม่กล้าเสนอหน้ามากนัก เพราะเรามาใหม่ไม่รู้จักใคร
เมื่อวานตอนเย็นก็เป็นปกติของชีวิตประจำวันค่ะ วินคนหนึ่งขี่รถมาจอดพร้อมลูกสาวลูกชายที่เพิ่งรับกลับมาจากโรงเรียน เด็กสองคนนั่งทำการบ้านพลางคุยเล่นกัน ตรงนั้นมีวินผู้หญิงสองคนนั่งคุยซุบซิบกันมองมาที่เด็กสองคน สักพักผ่านไปจึงเอ่ยถามว่า"นี่ๆแม่ไปไหนอ่ะ" เด็กไม่ตอบ จึงถามต่อพร้อมใส่อารมณ์ว่า"ผู้ใหญ่เรียกไม่ได้ยินหรอ" เด็กผู้หญิงเรียกพี่ชาย แล้วพี่ชายจึงตอบว่า"แม่ไปต่างจังหวัดครับ" พร้อมด้วยสีหน้าเศร้าๆ แค่นี้คนชอบกินเผือกอย่างเราก็พอจะเดาเรื่องราวได้แล้ว วินสองคนซุบซิบกันต่อ เด็กทำการบ้านเสร็จจึงวิ่งเล่น มีผู้ใหญ่อีกคนเดินเข้ามาจับตัวเด็กผู้ชายแล้วถามคำถามเดียวกัน คราวนี้เด็กผู้ชายตอบว่า"ไม่รู้ครับ" พี่อีกคนเขาอยู่บ้านข้างร้านเราเองที่เราคิดว่าพี่เขาดีถามคำถามนั้นกับเด็กอีกแล้ว เด็กผู้ชายตอบไม่รู้ พี่คนนั้นตอบกลับว่า "หราาาาา" และหัวเราะฮึๆเหมือนสะใจ เราเสื่อมศรัทธาพี่เขาไปเลย สักพักพ่อเขากลับมาจากวิ่งวิน เขาคุยอะไรกันเผือกไม่ถนัด รู้แต่ว่าเด็กสองคนนั้นใช้แทนตัวเองกับพ่อว่าลูก ได้ยินประโยคหนึ่งทำเอาน้ำตาแทบไหล "เดี๋ยวกลับไปพ่อไปผัดข้าวให้กินนะลูก"
เราเชื่อว่าทุกคนคงเดาเรื่องราวของครอบครัวเด็กสองคนไปในทางเดียวกับเราเกี่ยวกับแม่ของเขา เด็กสองคนโดนผู้ใหญ่รังแกกันสนุกสนาน เราไม่รู้ว่าผู้ใหญ่พวกนั้นคาดหวังจะให้เด็กว่าตอบว่าอย่างไรจึงจะพอใจ มันแย่มากนะ แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เราเองก็อยากรู้ความจริงนะ แต่ไม่คิดถามไม่ว่าจะถามจากใครทั้งนั้น ปล่อยให้ตัวเองสงสัยต่อไปก็คงไม่ตาย
เรานั่งฟังเขาคุยกันทุกวันไม่ได้ตั้งใจเผือก เราไม่สนใจเรื่องราวชีวิตของใคร แต่ชอบที่พวกเขามักมีมุขตลกแซวกัน มันตลกดี ไม่คาดหวังจะต้องมารับรู้เรื่องแย่ๆแบบนี้
รู้สึกสงสารจับใจ แต่ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ.. "ผู้ใหญ่รังแกเด็ก"
เมื่อวานตอนเย็นก็เป็นปกติของชีวิตประจำวันค่ะ วินคนหนึ่งขี่รถมาจอดพร้อมลูกสาวลูกชายที่เพิ่งรับกลับมาจากโรงเรียน เด็กสองคนนั่งทำการบ้านพลางคุยเล่นกัน ตรงนั้นมีวินผู้หญิงสองคนนั่งคุยซุบซิบกันมองมาที่เด็กสองคน สักพักผ่านไปจึงเอ่ยถามว่า"นี่ๆแม่ไปไหนอ่ะ" เด็กไม่ตอบ จึงถามต่อพร้อมใส่อารมณ์ว่า"ผู้ใหญ่เรียกไม่ได้ยินหรอ" เด็กผู้หญิงเรียกพี่ชาย แล้วพี่ชายจึงตอบว่า"แม่ไปต่างจังหวัดครับ" พร้อมด้วยสีหน้าเศร้าๆ แค่นี้คนชอบกินเผือกอย่างเราก็พอจะเดาเรื่องราวได้แล้ว วินสองคนซุบซิบกันต่อ เด็กทำการบ้านเสร็จจึงวิ่งเล่น มีผู้ใหญ่อีกคนเดินเข้ามาจับตัวเด็กผู้ชายแล้วถามคำถามเดียวกัน คราวนี้เด็กผู้ชายตอบว่า"ไม่รู้ครับ" พี่อีกคนเขาอยู่บ้านข้างร้านเราเองที่เราคิดว่าพี่เขาดีถามคำถามนั้นกับเด็กอีกแล้ว เด็กผู้ชายตอบไม่รู้ พี่คนนั้นตอบกลับว่า "หราาาาา" และหัวเราะฮึๆเหมือนสะใจ เราเสื่อมศรัทธาพี่เขาไปเลย สักพักพ่อเขากลับมาจากวิ่งวิน เขาคุยอะไรกันเผือกไม่ถนัด รู้แต่ว่าเด็กสองคนนั้นใช้แทนตัวเองกับพ่อว่าลูก ได้ยินประโยคหนึ่งทำเอาน้ำตาแทบไหล "เดี๋ยวกลับไปพ่อไปผัดข้าวให้กินนะลูก"
เราเชื่อว่าทุกคนคงเดาเรื่องราวของครอบครัวเด็กสองคนไปในทางเดียวกับเราเกี่ยวกับแม่ของเขา เด็กสองคนโดนผู้ใหญ่รังแกกันสนุกสนาน เราไม่รู้ว่าผู้ใหญ่พวกนั้นคาดหวังจะให้เด็กว่าตอบว่าอย่างไรจึงจะพอใจ มันแย่มากนะ แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เราเองก็อยากรู้ความจริงนะ แต่ไม่คิดถามไม่ว่าจะถามจากใครทั้งนั้น ปล่อยให้ตัวเองสงสัยต่อไปก็คงไม่ตาย
เรานั่งฟังเขาคุยกันทุกวันไม่ได้ตั้งใจเผือก เราไม่สนใจเรื่องราวชีวิตของใคร แต่ชอบที่พวกเขามักมีมุขตลกแซวกัน มันตลกดี ไม่คาดหวังจะต้องมารับรู้เรื่องแย่ๆแบบนี้