แฉ! ปะทะเลือดที่ผ่านฟ้า เพราะ”เหลิม”ต้องเปิดทาง”ยิ่งลักษณ์” นำ “ดินพม่า” ไปวางที่ทำเนียบ

กระทู้สนทนา
หลังจากที่ “คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร” ได้เดินทางไปพม่า เพื่อพบหมอดูชื่อดังของพม่า “ซาน ซาร์นี โบ” เพื่อทำพิธีสะเดาะเคราะห์ผูกดวงให้แก่ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” หมอดูชื่อดังของพม่าได้ดำเนินพิธีกรรม และสั่งให้นำดินพม่ามาวางในทำเนียบรัฐบาล เพราะเมื่อใดที่ดินจากพม่าถูกวางเหนือแผ่นดินไทย ณ ทำเนียบรัฐบาลศูนย์กลางอำนาจ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพิษณุโลก อันเป็นชื่อเดียวกับเมืองที่สมเด็จพระนเรศวร บูรพมหากษัตริย์ไทยผู้กรำศึกกับพม่าเคยปกครอง ความมุ่งหวังที่จะหวนคืนสู่อำนาจของอดีตนายกฯทักษิณก็จะบรรลุผล !!


“แม้ว” skype สั่ง ศรส. เปิดทาง “ยิ่งลักษณ์” เข้าทำเนียบ
ด้วยเหตุนี้ “พ.ต.ท.ทักษิณ” จึงได้สไกป์ (skype) มายังที่ประชุม ศรส.(ศูนย์รักษาความสงบ) สั่งการให้ “เหลิม บางบอน” ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ จัดการกับชุมนุมที่ต่อต้านรัฐบาลอย่างเด็ดขาดเพื่อเคลียร์ทางพารักษาการนายกฯยิ่งลักษณ์ เหยียบประตูทำเนียบรัฐบาลภายในวันพุธที่ 19 ก.พ.2557 ให้จงได้ เพราะต้องการให้น้องสาวสุดที่รักดำเนินการตามพิธีกรรม นำดินพม่ามาวางในทำเนียบรัฐบาล!

หลังจากรับทราบคำสั่ง “เหลิม บางบอน” ได้ประกาศกร้าวเอาใจ “นายใหญ่” ทันทีว่า มั่นใจว่านายกฯยิ่งลักษณ์จะสามารถเข้าทำงานในทำเนียบได้ภายในวันที่ 19 ก.พ.นี้อย่างแน่นอน

“เหลิม” ระดมตำรวจ 25,000 นาย เพื่อเผด็จศึก
เมื่อมีเวลาเหลืออีกไม่มาก การบุกยึดทำเนียบในวันที่ 18 ก.พ. “เหลิม บางบอน” จึงต้องใช้ทุกกลยุทธที่จะเผด็จศึกสลายการชุมนุม เคลียร์เส้นทางให้ “ยิ่งลักษณ์” เดินเข้าทำเนียบให้จงได้ งานนี้ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 25,000 นาย ซึ่งมาจากหลายหน่วยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค (บช.ภ.) 1 ภาค 2 ภาค 5 ภาค 7 ตำรวจควบคุมฝูงชน ตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 พร้อมรถควบคุมผู้ต้องหา และอาวุธครบมือ

“พล.ต.ท.กวี” เคยนำคนร้อยเอ็ดต่อดวง “แม้ว” – เคยนำตำรวจตบเท้าปกป้อง “ยิ่งลักษณ์”
แต่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ “ตำรวจภูธรภาค 2″ภายใต้การกำกับดูแลของนายตำรวจใหญ่สายตรงทักษิณ “พล.ต.ท.กวี สุภานนท์” ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2. ที่ถูกเรียกเข้ามาปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มั่นใจได้ในความจงรักภักดีที่มีต่อระบอบทักษิณ

เพราะในช่วงที่ “พล.ต.ท.กวี” ยังเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เขาจะออกหน้าเป็นโต้โผใหญ่ร่วมกับคนเสื้อแดงร้อยเอ็ด จัดงานวัดเกิดครบรอบ 64 ปี เพื่อประกาศศักดาให้อดีตนายกฯทักษิณ เมื่อ 2556 ที่ผ่านมาแล้ว

หลังจากที่เขาย้ายมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 “พล.ต.ท.กวี” ยังสั่งการให้ ตำรวจภูธรภาค 2 กว่า 1,500 นาย ออกมาแสดงพลังปกป้องรัฐบาลของ “น.ส.ยิ่งลักษณ์” โดยประกาศกร้าวไม่ยอมให้ กปปส. ชัตดาวน์กรุงเทพมหานคร พร้อมแสดงเจตนารมณชัดเจนว่าพร้อมจะต่อสู้ทุกรูปแบบ โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการปกป้องประชาธิปไตย และกอบกู้ศักดิ์ศรีของตำรวจไทย

ทั้งนี้ตำรวจภูธรภาค 2 ที่ถูกเรียกมาปฏิบัติการครั้งนี้นั้นประกอบด้วยตำรวจจาก 8 จังหวัดภาคตะวันออก อันได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ตราด จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี และ จ.สระแก้ว ซึ่งมีกองร้อยสลายฝูงชนจังวัดละ 3 กองร้อย กองร้อยละ 155 นาย

“เหลิม” รู้งานนี้นองเลือดแน่ – รีบชิ่ง! ประกาศไม่เกี่ยวความรุนแรงที่จะเกิด
อย่างไรก็ดี “เหลิม บางบอน” รู้ดีว่าการสลายการชุมนุมในวันที่ 18 ก.พ.นั้นรุนแรงถึงเลือดนองแผ่นดินและต้องมีผู้ชุมนุมบาดเจ็บล้มตายแน่ ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการ ศรส. เขาก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ดังนั้น ร.ต.อ.เฉลิม จึงรีบชิ่งหนีออกตัวไว้แต่แรกว่า ศรส.และรัฐบาลไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับความรุนแรงในปฏิบัติการครั้งนี้

โดย ร.ต.อ.เฉลิมได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงเช้าวันที่ 18 ก.พ. ว่า
“ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ได้โทรศัพท์มาเน้นย้ำกับผมเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้ ศรส.อย่าใช้ความรุนแรง เจรจา ใช้ความถูกต้อง และอธิบายความว่าสิ่งใดควรกระทำหรือไม่ควรกระทำต่อผู้ชุมนุม อย่างเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ หลวงปู่พุทธะอิสระมีไมตรีจิตเปิดเส้นทางเพียงเส้นทางเดียว แต่ผมยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต้องเปิดทั้งหมด และไม่มีเงื่อนไข โดยสั่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้วไปนิมนต์หลวงปู่พุทธะอิสระให้กลับวัด หากอยู่ต่อตำรวจต้องมีมาตรการตามกฎหมาย”

โดยจากการปฏิบัติการเพียงครึ่งวันส่งผลให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตถึง 4 ราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 66 รายนั้นล้วนมีสาเหตุมาจากถูกทำร้ายด้วยอาวุธหนักแทบทั้งสิ้น โดย 26 ราย ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด , 17 ราย ถูกกระสุนปืน , 21 ราย ได้รับบาดเจ็บจากการทุบตีและการกระทบกระทั่ง และอีก 7 ราย ได้รับบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา

ดังนั้นเมื่อ กปปส. จะยื่นฟ้อง “ยิ่งลักษณ์ – เหลิม – ธาริต” ในความผิดสั่งฆ่าประชาชน เอาเข้าจริงๆแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติการคงจะต้องรับความผิดนี้เพียงฝ่ายเดียว เพราะผู้สั่งการเขาประกาศแล้วว่า “ห้ามใช้ความรุนแรง”

- See more at: http://politics.spiceday.com/23/%e0%b9%81%e0%b8%89-%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#sthash.84ds1NNv.dpuf
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่