ท้าวความก่อนว่า ผมคนนึงอยากมีจักยานไว้เพื่อปั่นออกกำลังกายเล็กๆน้อยๆในซอยแถวบ้านเท่านั่น ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมาก..ปั่นอยู่คนเดียวเบื่อๆก็ เลยอยากออกทริปบ้าง ในชีวิตไม่เคยปั่นเกิน10กิโลมาก่อนแต่ ทริปแรกที่ไปนั่น30กิโล!!ช่างไกลและยิ่งใหญ่มากสำหรับเราตอนนั่น กลับบ้านปวดไปทั่งตัวนอนสลบไปเลย..แต่ก็ประทับใจเพราะเหมือนเราได้ท้าทายตัวเองเวลาปั่นไกลๆ จากนั่นก็ไปทริปแล้วทริปเล่า..จาก30กิโลก็ไป50-70-100ไกลสุดก็200กิโล..สิ่งที่ได้มาคือความแข็ง(ขา)แรง^_^..ปั่นได้เร็วและปั่นได้นานขึ้น..เดี่ยวนี้ปั่นขำๆคนเดียวก็30กิโลอย่างต่ำ..แต่ทุกครั้งที่ออกทริปก็จะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในใจว่า..ทำไมหลายคนปั่นระยะทางเท่ากับเราถึงปั่นได้เร็วและดูไม่เหนื่อยเลย..ยิ่งสาวตัวเล็กๆบางคนยังไงเราก็ตามไม่ทัน(แอบเซ็งและประทับใจไปพร้อมกัน)ในใจนึกว่าเราก็แข็งแล้วนะ(ขา)ทำไม่ยังเหนื่อยและช้าจัง..ก็เลยมาคิดว่า..เราต้องมาให้ความสำคัญกับคุณภาพของจักยานบ้าง..ก็เลยงอกต่างๆนาๆขึ้นมาจากรถพับเหล็กคันเล็กๆหนักๆก็เป็นเสือภูเขาเบาๆแล้วก็งอกหมอบมาอีกคัน..ทุกครั้งที่งอกก็ดีขึ้น..ทำให้รู้ซึ่งถึงความต่างว่า..อุปกรณ์ที่เหมือนกันแต่มีคุณภาพและที่สำคัญคือแพงกว่านั่นสำคัญยังไง..เมื่อรถเบาล้อจุดหมุนดีๆลื่นๆแล้วนั่น..แต่ในใจก็ยังบอกว่า..ยังไม่ใช่(ปั่นยังไม่ค่อยทันหรือทันก็เหนื่อยมาก)ทำทุกทางก็ดีขึ้นไม่เท่าไหร่ สิ่งสุดท้ายที่ทำคือ..ทำใจ..จนวันนึงได้อ่านบทความเกี่ยวกับเท็คนิคของอุปกรณ์ชนิดนึงที่เราไม่เคยเห็นความสำคัญ(แต่เห็นกันบ่อยๆ)คือ..บันไดแบบมีคลีตที่คู่กันกะรองเท้า..(เข้าประเด็นซะทู^_^)ถึงไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรแต่มีคนมากมายไม่ให้ความสำคัญแถมยังสงสัยว่าใส่ทำไม่แค่กันเท้าหลุดจากบันได ไม่ได้ปั่นทางวิบากซะหน่อยไม่หลุดง่ายๆหลอก..และได้ยินว่าใส่แล้วปลดไม่ทันพาลจะล้มเอา(ตอนนี้ก็เกือบไปหลายทีแต่ยังไม่ล้ม^_^)ใส่มาเท่ห์ซะมากกว่า...แต่ในบทความนั่นได้บอกไว้ว่า..เวลาเราปั่นเราจะใช้ขาดันอย่างเดียว ซื่งจะใช่กล้ามเนื้อเพียงบางส่วนยังเหลือส่วนที่ดึงอีกส่วนที่ไม่ได้ใช้!!!วิธีใช้ทั่งหมดก็ต้องล็อคเท้าให้ติดกับบันไดแทนที่จะยกขาตามบันไดขึ้นมาเปล่าๆ..ก็ให้ออกแรงดึงขึ้นมาด้วย..จะเหมือนเราได้ขามาเพิ่มอีกสองเลยละ!!!!ก็ยังสงสัยว่าจะ จริงหรือ..จึงได้ไปซื้อบันไดแบบที่มีรัดขามาลองดู..(เผื่อไม่จริงยังไงจะได้ไม่เปลือง)ใส่ไปแล้ว บทความบอกว่าให้หัดควงขาคือ ฝึกให้อีกขานึงดึงอีกขานึงดันฝึกเบื้องต้นให้ใส่ขาเดียวก่ิอน..แล้วให้ขาเดียวปั่นทั่งดึงขึ้นและดันลง..ให้เหมือนปั่นปกติให้ได้ก่อน..แรกๆจะฝืนๆแต่ก็ต้องทำตามเทคนิค..เมื่อพอเข้าที่เขาทางก็ลองปั่นจิงๆจังๆดู หลังจากเก้ๆกังๆตอนออกตัวแรกๆ..ปั่นไปๆ..ก็แปลกใจว่าทำไมเกียร์รถเราเบาขึ้นจัง..ขนาดลงเกียหนักแล้วนะ(เมื่อก่อนเหมือนถีบหินเลย..ออกตัวเกียหนักๆแทบไม่ไป..แถมหัวเข่าจะพังเอา)...ใหนลองขึ้นสะพานแบบเกียร์หนักๆดู ปรากฏว่า..ขึ้นได้ง่ายแทบไม่ต้องลดเกียเบาลงเลย!!!ลองเร่งความเร็วก็ประทับใจมากเหมือนมีอีกสองขามาช่วยจริงๆ(แอบหล๋อน)และคืนนั่นเองได้ไปออกทริปคืนวันพุทธของพันทิปนิเหละคับ..รู้ตัวเลยว่าเราได้มาอยู่แถวหน้าแล้ว!!!^_^ปั่นได้เร็วยืนระยะตามเค้าทันแถมจะแซงเค้าอีกอิๆทำให้รู้ว่าที่จริงเรานะแข็ง(ขา)ไม่แพ้ใคร..เพียงแค่ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญที่จะต้องทำก่อน(ก่อนไปอัพล้ออัพนู้นอัพนี้ดีขึ้นไม่..ก็ดีนะ..แต่ไม่เท่าอันนี้เลยจริงๆ)ทีนี่ก็รีบไปหาแบบครบๆมาลองทั่งรองเท้าทั่งบันไดคลีตก็ดีกว่าเดิมอีก..และบอกกับตัวเองว่าจะไม่ปั่นแบบไม่มีคลีตอีก..เพราะจะไม่ทันเค้าแบบเดิม^_^ สรุป ที่เล่ามาทั่งหมดนี้ก็อยากให้เพื่อนๆนักปั่น...ที่ยังไม่ให้ความสำคัญ..หันมาสนใจดู..เผื่อจะพบทางสว่างแบบผม....ขอบคุณครับ
สิ่งที่ดีที่สุดในการเพิ่มประสิทธิภาพการปั่นจักยาน..อยู่ใต้ฝ่าเท้านี่เอง