ม็อคค่าปาท่องโก๋ : คุยกับ “ยิปโซ ฟัดจังโตะ” (ตอนแรก)

สวัสดีครับ

      ขออนุญาต นำคอลัมน์ "ม็อกค่าปาท่องโก๋" ที่ผมเขียนประจำในเนชั่นสุดสัปดาห์นั้น มาเผยแพร่ให้ได้อ่านกัน เพื่อขอคำแนะนำ คำติชม เพื่อปรับปรุงงานเขียนต่อไปในอนาคตเรื่อยๆครับ ขอบคุณครับ

เนชั่นสุดสัปดาห์ เล่มที่ 1126



     ม็อคค่าปาท่องโก๋  ได้รับเกียรติจาก “นางเอกร้อยล้าน” จาก “สุดเขตเสลดเป็ด” นั่นก็คือสาว “ยิปโซ-รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์” นางเอก(ร่วม) “32 ธันวา”, “เราสองสามคน”, “ส.ค.ส.สวีทตี้”, และ “วาเลนไทน์ สวีทตี้”

     ล่าสุด เธอกลับมารับบทนางเอกอีกครั้ง กับ “ฟัดจังโตะ”

Mr. Coffee: การกลับมารับบทนางเอกเดี่ยวๆ อีกครั้งในหนังเรื่อง “ฟัดจังโตะ” รู้สึกอย่างไรบ้าง
ยิปโซ: มันก็มีความกลัวเป็นปกตินะคะ บางทีคนเราเล่นอะไรแนวเดิม กลิ่นเดิม รสเดิม ซ้ำๆ มันควรจะมีชั่วโมงบินมากขึ้น สบายขึ้น แต่มันไม่ได้สบาย 100% อยู่แล้ว เพราะมันไม่มีใครอยากให้การแสดงเราเหมือนเดิม มันไม่อยากให้มีใครได้เป็น Level เดิม เพราะฉะนั้นมันการจะมีนางเอกคนเดียวหรือมีหลายคน การกลับมาเล่น comedy เดิมๆ มันก็มีแรงกดดันเยอะแล้ว คนที่เล่น comedy จะรู้กันว่าจะมีความกลัวที่หนักที่สุดและบ่อนทำลายตัวเอง นั่นคือการกลัวไม่ตลก แล้วก็ด้วยความคาดหวังของคนด้วยค่ะว่า หน้ายิปเป็นหน้าของผู้หญิง comedy ไปแล้ว ประมาณนั้น ก็เลยทำให้ค่อนข้างจะ หนักกับตัวเอง แล้วเรื่องบท ก็ช่วยให้มันหนักเพิ่มขึ้นไปด้วย ด้วยความที่ว่ากิจกรรมมันเยอะ

Mr. Coffee: การเล่นเป็นนางเอกเดี่ยวๆ ยากกว่าการเล่นกันเป็นกลุ่มอย่างใน ส.ค.ส.สวีทตี้ และวาเลนไทน์ สวีทตี้ หรือไม่
ยิปโซ: พูดตามตรงว่ายิปถนัดกับการทำงานอันนี้มากกว่า ไม่เกี่ยวกับว่ายิปเป็นนางเอกคนเดียวหรือไม่ แต่ยิ่งคนเยอะยิ่งจับจังหวะยาก เราเจอเขาน้อย เจอเขาคนละนิดคนละนิด มันไม่มีทางจะจูนกันติด

Mr. Coffee: ใน “ฟัดจังโตะ” คนดูจะได้เห็นยิปโซที่แตกต่างจาก “32 ธันวา”, “สุดเขต” ,“ส.ค.ส.” และ “วาเลนไทน์” อย่างไร
ยิปโซ: หนังพี่ยอร์ช (ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์) ทั้งหมด ปกติจะ movement ไม่เยอะ คือใช้ dialogue นำ แบบการ์ตูน 3 ช่อง แล้วก็เหมือนกับนั่งคุยกันหรือยืนคุยกัน สถานการณ์นิ่งๆ แต่ว่าเรื่องนี้มันมีอาการบู๊เยอะอ่ะค่ะ ความเป็นการ์ตูนมันก็มากขึ้นไปอีก ส่วนตัวยิปแตกต่างไปยังไงบ้างเหรอ...ก็ทั้งโชคดีและก็หนักหน่อย กับการที่ได้เล่นเป็น 2 ตัว ถ้าถามว่าแตกต่างจากเรื่องอื่นหรือไม่ ยิปไม่เคยคิดว่ามันเหมือนเดิมนะ ยิปมีความกลัวที่มันจะเหมือนเดิมอยู่ด้านในอยู่แล้ว ก็จะพยายามที่จะทำให้มันมีการพัฒนาขึ้น อาจจะไม่ต้องเปลี่ยน เพราะถ้าเปลี่ยนแบบพร่ำเพรื่อ บางทีมันอาจจะแย่ลง...อืม...ด้วยตัวแสดง อุปนิสัยมันก็ไม่เหมือนตัวแสดงที่ยิปเคยเล่นมาซะทีเดียว แต่สุดท้ายการเหมือนเดิมหรือไม่เหมือนก็ไม่ได้ขึ้นกับมุมมองของยิปคนเดียว

Mr. Coffee: คิดว่าเพราะเหตุผลอะไรถึงได้มีโอกาสเล่นเป็นนางเอก
ยิปโซ: ผู้กำกับเขาคงคิดถึงเรามั้ง...ยิปถามเขาแล้วค่ะ ยิปว่าเป็นความโชคดีของยิป เพราะเขากำลังพยายามจะสร้างหนังที่มันใหม่กับเขาทั้งเรื่อง ทั้งในเรื่องของแนวทางและเรื่องของการทำงาน เขาไม่เคยไปถ่ายทำที่ต่างประเทศมาก่อน ถ้าจะทำให้ได้ มันจะเป็นกองที่ค่อนข้างเล็ก เขาก็เลยอยากได้คนที่คุ้นเคยกับเขาอยู่แล้วพอประมาณ และรู้ว่าจะเอาเราไปใช้ในทางไหนได้บ้าง โชคดีกับความเป็นของเก่าของยิป เลยทำให้ยิปโดนใช้งานใหม่อีกครั้งหนึ่ง

Mr. Coffee: พี่ยอร์ชได้พูดถึงเรื่องเคมีที่เข้ากันของยิปโซกับบอย ปกรณ์ หรือตัวเลือกอื่นๆ บ้างไหม
ยิปโซ: เท่าที่ยิปถามเขา ได้คำตอบประมาณนี้ค่ะ แต่ก็น่าจะมีเรื่องอื่นอยู่ด้วย เขาคงอยากได้คนที่คิดภาพออกว่าเวลาบ้าหน่อย จะเป็นอย่างไร คงคิดว่าเราจะทำได้ หรืออาจด้วยการถ่ายทำที่ต่างประเทศต้นทุนสูงและเวลาจำกัด ยิปอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ โอ้โหที่สุด แต่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นั้น

Mr. Coffee: ในฐานะที่เคยเป็นนางเอกร้อยล้าน รู้สึกกดดันไหม
ยิปโซ: กดดันสิ (เสียงอ่อยๆ) การที่เราได้กลับมาเล่นหนังในโจทย์ใหม่มันกดดันสำหรับยิปอยู่แล้ว การเล่น comedy มันยากที่จะควบคุมตัวเอง เพราะมุกแป้กเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการเล่นหนังแบบนี้ เพราะมันจะไม่ตลกแน่ๆ มันจะเกร็ง หรืออย่างน้อยมันก็ไม่ตลกแบบที่ยิปอยากให้เป็น คือมันจะไม่เป็นธรรมชาติ ตลกแบบที่ยิปชอบมันต้องมาจากพื้นฐานความรู้สึกจริงด้วย มันก็กดดันอยู่ล่ะ ยิ่งเป็นกองเดิม ทีมงานเดิม ยิ่งกดดันใหญ่เลย

Mr. Coffee: เท่าที่เคยได้ยินมา พี่ยอร์ชไม่ใช่ผู้กำกับที่กดดันนักแสดง
ยิปโซ: หนูเป็นนักแสดงประเภทกดดันตัวเองค่ะ (หัวเราะ) แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่พี่ยอร์ชรู้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้วจนเขารำคาญ จริงๆ กดดันเพราะเล่นกับคุณบอยด้วยนะ มากๆ เลย ชั่วโมงบินเขาดีมากค่ะ เล่นดีมากค่ะ ดีในเชิง comedy ด้วย ที่จริง drama ก็ดีค่ะ

Mr. Coffee: เวลาที่ดูหนังที่ตัวเองเล่น ตลกหรือไม่
ยิปโซ: ดูหนังที่ตัวเองเล่นเหรอ... ยิปตลกนะคะ แต่มักจะไม่มานั่งตลกตัวเอง มักจะตลกสถานการณ์ ตลกหนัง แต่มักจะไม่มาตลกตัวเองว่าทำหน้าตลกหรืออะไรตลก ที่จริงยิปว่าถ้าเป็นนักแสดงที่ดี ก็ควรจะถอดตัวเองออกมาดูได้โดยลืมว่าตัวเองเล่น เพื่อวิเคราะห์อะไรบางอย่าง แต่ตัวยิปเดี๋ยวนี้ แม้แต่เห็นภาพในทีวี มันก็กลายเป็นภาพในการถ่ายทำรายการทีวีไปหมดแล้วอ่ะ เป็นเป็นตากล้องถือกล้องอยู่แทนที่จะเห็นเป็นภาพนั้น มันมีความอัตโนมัติอะไรบางอย่างอยู่ เป็นการมองแบบคนทำงานค่ะ จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง  

Mr. Coffee: จากหนังที่ผ่านมา ทำไมยิปโซถึงรับเล่นแต่หนังตลก
ยิปโซ: ยิปว่ามันต้องเริ่มจากจุดเริ่มต้นอะไรบางอย่างก่อน ก็คือสิ่งที่ผู้กำกับสร้าง คือตัวเราเป็นเครื่องมือค่ะ หนูไม่ใช่คนที่ทำให้หนังตลก แต่หนูเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ประกอบ ทำให้สิ่งที่ทางผู้กำกับวางเอาไว้ในหัว ในบทของเขา ที่มันดีด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว กลายเป็นภาพจริงขึ้นมา แค่นั้นเอง คือยิปเป็นสื่อที่เหมาะสมกับการทำให้มันตลก อาจจะด้วยการพูด ธรรมชาติอะไรบางอย่างซึ่ง เวลาที่ยิปไปดูที่ตัวเองเล่น บางครั้งยิปจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ยิปตั้งใจจะทำอะไรลงไป ยิปแค่ทำ ณ ตอนนั้น แล้วก็แค่อยู่กับตรงนั้น ยิปว่าสถานการณ์จะพาให้มันตลกไปเอง  เราแค่ตอบโจทย์ตัวแสดงว่าตัวแสดงของเราต้องการอะไรตรงนั้น และมันแน่นอนอยู่แล้วว่ามันไม่มีคนธรรมดาคนไหนที่จะใช้ชีวิตตัวเองให้มันดูตลก มันก็แค่ ตอนนี้อยากเดินไปกินน้ำ แต่วิธีการกินอะไรก็แล้วแต่ ที่มันจะทำให้ดูตลกขึ้นมา มันเป็นเรื่องของเวลานั้น แต่โจทย์ของมันคือ เราไม่ควรไปโฟกัสกับการที่จะทำอะไรให้มันตลก แต่เราควรจะโฟกัสกับการที่เราจะไปกินน้ำเฉยๆ

Mr. Coffee: อยากให้แนะนำน้องๆ ที่สนใจการเล่นหนังตลก
ยิปโซ: ยิปไม่ได้ดูหนังตลกเยอะนะ และยิปก็ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเล่นออกมาแล้วตลกนะสำหรับตัวยิปเอง แต่สำหรับคนอื่น ถ้าอะไรจะช่วยได้ ก็คงเป็นเรื่องของการดูหนังตลกอยู่ดี มันไม่ใช่วิธีที่ยิปใช้ แต่ยิปเชื่อว่าเป็นวิธีที่ช่วยได้ และให้ดูหนังตลกไม่ใช่แค่ของประเทศเดียว

Mr. Coffee: ทำไมถึงรับเล่นแต่หนังตลก
ยิปโซ: มันคือโอกาสค่ะ คำตอบคงซ้ำกับศิลปินหลายๆ คน มันก็เป็นความจริงที่มันเกิดดับทุกคนว่า ในวงการเราไม่ได้เป็นเลือกงานเสียส่วนใหญ่ เราได้รับโอกาสมา อยู่ที่ว่าเราจะเล่นหรือไม่ ก็แค่นั้นเอง มันไม่ได้ไปเดินแล้วสามารถกดปุ่ม หยอดเหรียญเอาได้ว่า เราอยากทำอันนี้ แล้วเราจะได้ทำ มันคือความโชคดีที่คนเห็นว่าเราเล่น comedy ดี ยิปไม่ได้บอกว่ายิปเล่นดีหรือไม่ดีนะ แต่โชคดีที่เขามองว่ามันดี แล้วเขาอยากเห็นเราทำอย่างนั้นอีก มันก็เลยเกิดความถี่

Mr. Coffee: แล้วใน “โจหัวแตงโม” (หนังใหม่ของ “เรียว-กิตติกร”) เป็นบทตลกหรือเปล่า
ยิปโซ: ใน “โจหัวแตงโม” เป็นตลกอีกแบบหนึ่งค่ะ มันไม่ใช่ตลกแบบพี่ยอร์ชแน่ๆ หนังเรื่องนี้ ยิปว่ามันไม่ใช่ drama มันไม่ใช่อะไรเลย แต่มันก็มีความเป็น comedy อยู่ด้วย มันคือหนังของพี่เรียว แต่ถ้าถามว่ามันเป็นหนังตลกหรือหนังอะไร ยิปว่ายิปตอบไม่ได้
Mr. Coffee: สนใจที่จะเล่นหนังแนวอื่นหรือไม่ เช่น หนังผี หนัง drama
ยิปโซ: ถ้ามีโอกาสเข้ามาก็สนใจค่ะ แต่ยิปไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าอยากตะเกียกตะกาย อยากจะทำอะไรอยู่แล้ว อย่างเช่น นั่งอยู่แล้วเกิดอยากจะเล่นหนัง drama ก็จะขวนหวายหาทางเล่นให้ได้ แต่ถ้ามันมีโจทย์เข้ามาและยิปมองว่ามีอะไรที่น่าสนใจยิปก็อยากทำ

Mr. Coffee: ถ้าไม่ได้เล่นเป็นนางเอก บทไหนที่อยากเล่น เช่น นางร้าย
ยิปโซ: ยิปว่า ข้อดีของหนังคือ ไม่ว่าบทจะเล็กหรือจะใหญ่ ทุกคนมีความดีความร้ายในตัวของเขาเองทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นจะไม่มีคำว่านางร้าย หนังไม่มีคำว่านางรอง ไม่มีคำว่าอะไรเลย เพราะว่าทุกคนมีเหตุมีผลของตัวเองหมด ทุกคนมีความดีความชั่วของตัวเองหมด ทุกคนเป็นทั้งตัวดีและตัวร้ายหมด เพียงแต่ว่าเราสังเกตด้านไหนมากกว่าเท่านั้นเอง มันจะไม่แบ่งชัดเหมือนละคร ว่าถ้าร้ายต้องร้ายไปเลย เท่าที่ยิปรู้นะคะ เกี่ยวกับละคร ยิปไม่รู้เยอะ แต่ยิปว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ต่อให้ยิปพยายามตอบ ก็ตอบไม่ได้ค่ะ แต่ถ้าถามว่ายิปโอเคหรือไม่กับการที่จะได้เล่นบทที่ไม่ใช่นางเอก ยิปโอเค โอเคมากๆ ตราบใดที่ยิปรู้สึกว่ามันเป็นบทที่น่าสนใจ จะให้น้อยแค่ไหน ยิปก็เล่นนะ ถ้ามันน่าสนใจ แต่ว่าหนังมันน่าสนใจได้หลายล้านวิธีเหลือเกิน ก็เลยไม่รู้จะตอบว่าน่าสนใจแบบไหน.

(ติดตามตอนจบในตอนถัดไปครับ)

ฝากบทความก่อนๆด้วยนะครับ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่