[CR] เที่ยวไปกับนายอั๋น Vol.2 เดรสเดน เยอรมันนี

ครั้งนี้เป็นการเดินทางจากปรากไปเที่ยวเดรสเดนแบบไปเช้าเย็นกลับ สิริรวมแล้วมีเวลาอยู่ในเดรสเดนเพียง 4 ชม. แต่ก็มากพอที่จะได้รับความประทับใจจากบรรยากาศ สภาพแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม อัธยาศัยของผู้คน และรสชาติของอาหาร ชวนให้อยากกลับไปอีกสักครั้ง คราวนี้จะอยู่ให้นานๆเลยครับ

ตื่นเช้าอย่างกระวีกระวาด ด้วยวันนี้ซื้อ one day trip ไว้ จะไป Dresden เยอรมันตะวันออก (เดิม) เค้าว่าสวยนักหนา วันนี้จะได้เห็นเป็นบุญตาล่ะ.. พอโผล่หน้าออกจากโรงแรมโตะจายเล็กน้อย... นี่เราตายแล้วหรือนี่ ทำไมมีแต่นางฟ้า โฮะๆ.. ขยี้ตาสักครู่ก็เข้าใจได้ อ๋อ วันนี้เค้ามีวิ่งมาราธอน อะธ่อ

เราเดินทางโดยรถโฟล์คตู้.. มีลูกทัวร์เพียง 4 คน ไกด์ของเราเป็นหญิงชราแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงปรากว่าชื่อ มาเรีย ขอโทษขอโพยที่มาช้า สรุปว่าเพราะวิ่งมาราธอนเป็นเหตุ

ผมถือโอกาสถ่ายภาพบนรถขณะรถวิ่ง.. สองข้างทางจากปรากไปเดรสเดนทิวทัศน์สวยงาม ท้องทุ่งเขียวขจี ตัดกับทุ่งสีเหลืองไปตลอดทาง ถือเป็นทิวทัศน์ที่คุ้นตาเมื่อออกเดินทางนอกเมือง

อดรนทนไม่ได้ถามป้ามาเรียว่า ทุ่งสีเหลืองๆนั่นดอกอะไร.. นางตอบ ไม่ใช่ดอกไม้ เค้าเรียก Rapeseed เอามาทำประโยชน์ได้หลายอย่างสกัดน้ำมันมาทำอาหารก็ได้ แถมยังใช้เป็นไบโอดีเซลได้ด้วย นอกจากนี้ยังใช้ทำสบู่ เครื่องสำอางค์ โอ๊ะ.. สารพัดประโยชน์จริงๆ

สีสดใส สวยงามมาก เจ้าทุ่งสีเขียวผมเดาเอาเองว่าก็คงเป็น Rapeseed แหละ แต่คงยังไม่ออกดอก

ถนนฝั่งปรากถือว่าได้มาตรฐานยุโรปนะ.. แต่พอเข้าเขตเยอรมันเท่านั้นแหละ.. รู้สึกได้ทันทีว่าถนนที่ดีที่สุดในโลกนั้นมันเป็นฉันใด.. นับว่าฉายาไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ

โรงงานกับชุมชนเค้าอยู่กันได้นะ เชื่อว่าด้วยมาตรฐานของเค้าน่าจะมีระบบควบคุมและป้องกันเป็นอย่างดี ของเราก็อยู่ด้วยกันได้ แต่ระวังกันเอาหน่อยนะ

ถึงซะที... รถจอดที่หน้า Semper Opera ตรงจัตุรัส Theatreplatz ป้ามาเรียวิ่งไปซื้อตั๋วราคา 10 Euro มาแจก บอกใช้เข้า Museum ได้ทั้งวัน แถมเวลาจะเข้าห้องน้ำก็ต้องใช้บาร์โคดที่ตั๋วนี้.. ไม่งั้นต้องฉี่ข้างทาง

ป้าพาเดินเข้า Museum ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Zwinger Palace อย่าออกเสียงเป็นสวิงกิ้งเด็ดขาด.. เดี๋ยวจะไม่ได้ไปต่อ.. ระหว่างเดินเลยหันมาถ่าย Semper Opera อีกหนึ่งที

คุณลุงคุณป้าสองท่านนี้ออกจากมิวเซียมพอดี หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส.. ไม่แน่ใจว่าอิ่มเอมจากการชม หรือว่าดีใจที่ได้ออกมาซะที ผมก็ตีความไม่ออก

ใช้เวลาสแกนภาพเขียนในมิวเซียมซึ่งที่ถูกน่าจะเป็นแกลลอรี่มากกว่า เพราะที่ป้ามาเรียซื้อตั๋วให้เป็นส่วนของภาพเขียนล้วนๆ.. เหตุที่ต้องสแกนเพราะป้าแกบอกว่า 4 โมงเย็นให้ไปเจอกันที่หน้า Opera ยกเว้นไม่กลับ ก็ไม่ต้องมา.. อ๋าว หยั่งงี้ก็มีเวลาแค่ 4 ชม.เองดิ ขนมปังเที่ยงก็ยังไม่ได้กิน

ชะโงกหน้าดูใน Zwinger Palace พักนึงรีบออกมาถ่ายภาพด้านนอก ตรงนี้เป็น Katholische Hofkirche กับ Dresden Castle


ผมชอบเยอรมันตรงอาคารแบบโบราณอยู่คู่กับอาคารทันสมัยได้อย่างไม่เคอะเขินนี่แหละ

เดินมาจนถึงสามแยก ขวามือเป็นทิศที่เดาว่าน่าจะเป็นที่ตั้งของตลาดนัด ส่วนทางซ้ายมือมองเห็นหลังคาโบสถ์มหึมาโผล่พ้นยอดตึก.. จิตสำนึกใฝ่ดีบอกว่าไปดูโบสถ์ก่อนเถอะ เรื่องกินไว้ทีหลังเวลาไม่พอก็หากินมันแถวโบสถ์ก็ได้

เมื่อมาถึง ผมรู้เลยว่าผมตัดสินใจไม่ผิด นี่คือ Frauenkirche ซึ่งเป็น Icon ของเมืองนี้เลยเชียวแหละ ถ้าไม่ได้มาอย่าได้ไปบอกใครเชียวนะว่ามาเที่ยว Dresden

ภาษาอังกฤษเรียกว่า Church of Our Lady เป็นผลงานระดับ Masterpiece ในสไตล์บารอค โบสถ์นี้ถูกทำลายในสมัยสงครามโลก ได้จัดคอนเสิร์ตรวบรวมเงินช่วยเหลือจากทั่วโลก สร้างขึ้นใหม่ เสร็จในปี 2005 ทันฉลอง Dresden 800 ปีพอดี

ออกจากโบสถ์มาเจอรถสามล้อ 3 คันจอดอยู่ ผมชอบคันสีเหลืองเลยถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก หนุ่มเจ้าของรถ (ลืมถามว่าชื่ออะไร... จึงขอเรียกว่ามุลเลอร์ก็แล้วกัน ฟังดูเยอรมันดี) มุลเลอร์ถามว่าทำไมผมชอบคันนี้.. มันดูทันสมัยรับกับใบหน้าผม.. ผมตอบ
ชื่อสินค้า:   เดรสเดน เยอรมันนี
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่