5 ปรากฏการณ์เด่น แวดวงอสังหาฯปี 56

ปิดท้ายปี 2556 กันที่เหตุการณ์เด่นในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ร้อนๆ ที่เกิดขึ้นในรอบปีนี้ ซึ่ง "ฐานเศรษฐกิจ ฉบับส่งท้าย"ได้หยิบไฮไลต์มานำเสนอ

"แสนสิริ"คอนโดฯโฟม บทสรุป "HUMAN ERROR"

alt กลายเป็นประเด็นดังชั่วข้ามคืนกับการโพสต์ข้อความ และภาพของลูกค้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างบริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) โดย Mr. Kristopher George Houston โพสต์ภาพพร้อมข้อความไปยังเฟซบุ๊กของ Sansiri Family เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2556 กรณีที่ Kristopherได้ทำการซ่อมแซมคอนโดฯ the Base 77 ที่ตนเองอยู่อาศัยเนื่องจากเกิดน้ำรั่วซึมบริเวณห้องมุม โดยน้ำรั่วจากมุมกระจก โดยทาง home care ได้เข้ามาแก้ไข 3 ครั้งด้วยการยิงซิลิโคน แต่น้ำยังรั่ว จึงได้ให้ช่างอะลูมิเนียมอีกบริษัทหนึ่ง มาทุบผนังเพื่อดูว่ามีซิลิโคนหรือไม่ แต่กลับพบโฟมก้อนใหญ่พร้อมกับเศษกระดาษสีน้ำตาล

งานนี้ร้อนถึงผู้บริหารแสนสิริฯ เจ้าของโครงการที่ต้องออกแถลงการณ์ยาวขนาด 2 หน้ากระดาษ ถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พร้อมน้อมรับข้อตำหนิ ชี้แจงข้อบกพร่องว่ามาจากช่างและการควบคุมงานก่อสร้าง และได้ส่งทีมพิเศษตรวจสอบทุกห้องที่ผู้รับเหมารับผิดชอบ และตรวจสอบโครงสร้างอาคาร พร้อมยืนยันว่ามีเพียงห้องเดียวที่เกิดปัญหา อีกทั้งยังได้เร่งสอบบริษัท RTHฯ ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง หลังจ้างรับเหมารายย่อยดำเนินการแทน โดยยอมรับว่าไม่ใช่เป็นโฟมสำหรับงานก่อสร้าง

ปีรถไฟตกรางซ้ำซาก/ บีทีเอสหยุดบริการ

แม้เดินรถมายาวนานกว่า 115 ปี แต่ในปี 2556 ข่าวรถไฟตกรางซ้ำซาก มาแรงไม่น้อยหน้าข่าวลงทุนโครงการยักษ์รถไฟไฮสปีดเทรน ทั้งๆ ที่นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) ประกาศลั่น!ว่า "ผมพร้อมรับผิดชอบและพร้อมลาออก" ถ้ารถไฟตกรางอีก ภายหลังลงพื้นที่ตรวจดูการซ่อมแซมรางรถไฟสายเหนือที่ จ.ลำปาง เมื่อ 17 กันยายนที่ผ่านมา โดยไม่หวั่นไหวต่อปมปัญหากรณีตกรางซ้ำซากมานาน

alt อย่างไรก็ตาม วันที่ 2 ธันวาคม 2556 รถไฟสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ขบวนด่วนนครพิงค์เที่ยวปฐมฤกษ์ ก็ประสบอุบัติเหตุตกรางขณะจอดส่งผู้โดยสารที่สถานีรถไฟลำพูน ภายหลังปิดซ่อมเส้นทางมายาวนาน 75 วัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไปกว่า 300 คนได้รับความเดือดร้อน แต่ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องน่าขายหน้ามากสำหรับการรถไฟฯ เพราะในขบวนดังกล่าวมี ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.พร้อมคณะผู้บริหารร่วมเดินทางด้วย จะได้รู้ซึ้งถึงหัวอกผู้ใช้บริการรถไฟ

เช่นเดียวกับกรณีหยุดการเดินรถของรถไฟฟ้าบีทีเอสในช่วงเช้าตรู่ของวันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา นานกว่า 5 ชั่วโมงจนสูญรายได้ไปกว่า 5 ล้านบาท สาเหตุเป็นเพราะระบบการเดินรถขัดข้องจากการติดตั้งระบบประตูกั้นชานชาลาซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงทั้งๆ ที่เปิดให้บริการมานานถึง 14 ปีแต่เหตุการณ์สุดวิสัยแบบนี้ก็สร้างความปั่นป่วนให้การเดินทางของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสจนได้ ดังนั้นการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทั้ง 2 ระบบจึงยังไม่ได้สร้างความมั่นใจไปอีกหลายปี แม้ว่าผู้บริหารระดับสูงจะเอาตำแหน่งหน้าที่การันตีก็ตาม

ยิ่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะกำชับให้เข้มงวดเรื่องนี้ทั้งนี้ก็เพื่อหวังว่าจะให้ประชาชนกลับมามีความมั่นใจในการใช้รถไฟหรือรถไฟฟ้าอีกครั้ง ว่าจะต้องทำให้เกิด 3 สิ่งนี้ให้ได้ คือ ต้องมีความปลอดภัย ตรงต่อเวลา และเรื่องการให้บริการต้องประทับใจผู้ใช้บริการเพื่อเป็นต้นแบบก่อนที่จะไปคิดทำอย่างอื่น ดังนั้นหลายคนคงไม่รู้สึกแปลกใจที่รถไฟยังตกรางซ้ำซากเนื่องจากสภาพรางเก่าแก่ ขาดงบประมาณสนับสนุนเพื่อการซ่อมแซมมานานหลายปีจากหลายรัฐบาลที่ผ่านมา

รื้อใหญ่อีไอเอ

ความล่าช้าในการพิจารณาอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมใช้ขั้นต่ำ 6 เดือนหรือนานนับปี สวนทางดอกเบี้ยที่ขยับขึ้นในแต่ละวัน ส่งผลให้ สมาคมอาคารชุดไทยนำโดยนายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคม ต้องทำหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และ สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) เพื่อแก้กติกาอีไอเอให้ผ่อนคลายลง โดยเฉพาะการใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการผู้ชำนาญการหรือ คชก.ที่เป็นปัญหามากที่สุดคือ"การบดบังทัศนียภาพ"

ล่าสุด สผ.ได้กำหนดแนวปฏิบัติใหม่ มีสาระสำคัญคืออาคารสูงไม่เกิน 23 เมตร หรือ 8ชั้น ขนาดไม่เกินหมื่นตารางเมตร ไม่อยู่ในข่ายขออนุมัติทำอีไอเอ แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องรับฟังความคิดเห็นคนในพื้นที่รัศมีรอบที่ตั้งอาคาร 500เมตร ขณะที่รายละเอียดของโค๊ทจะระบุเป็นข้อๆ เช่น พื้นที่สีเขียวมีหรือไม่ บ่อบำบัดน้ำเสีย ฯลฯ แต่ทั้งนี้จะต้องรอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบเพื่อบังคับใช้ต่อไป

แกรนด์ยู สะดุดอีไอเอ

แม้ปี 2556 จะเป็นปีทองคอนโดมิเนียมแต่ใช่ว่าจะผลิตออกมาขายกันง่ายดาย เพราะต้องเจอด่านหิน กฎเหล็กอีไอเอ หรือการขออนุญาตทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ล่าสุดเป็นข่าวครึกโครมจนต้องคืนเงินลูกค้าเนื่องจากไม่ผ่านอีไอเอ คือบริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ยูวี พัฒนาคอนโด ในแบรนด์คอนโด ยู และ ยู ดีไลท์ ของเจ้าพ่อน้ำเมา เจริญ สิริวัฒนภักดี บริเวณถนนพหลโยธิน 23 จำนวน 2 โครงการและมีลูกค้าจองแล้ว 700 ราย

ทั้งนี้เกิดจากการร้องเรียนของชุมชนในพื้นที่ซึ่งเป็นนักธุรกิจคนดังระดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่ระบุว่า หากอาคารสร้างขึ้นในซอยดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ เนื่องจากมีคนจำนวนมากเข้าไปอยู่อาศัย ถนนจะคับคั่งไปด้วยจราจรรวม ที่สำคัญในขณะที่มีการก่อสร้างจะเกิดปัญหาฝุ่นละออง เสียง และตัวบ้านอาจแตกร้าวได้ ส่งผลให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการหรือ คชก.ระงับทั้ง 2 โครงการให้กลับไปแก้ไขใหม่ อย่างไรก็ดีที่ผ่านมามีโครงการคอนโดมิเนียมที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากที่ติดปัญหาไม่ผ่านอีไอเอ

บังคับใช้ผังกทม.ใหม่

นับเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดในช่วงปี 2556 นั่นคือการบังคับใช้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3) พ.ศ.2556 เมื่อวันที่ 16พฤษภาคม 2556-15 พฤษภาคม 2561โดยมีวัตถุประสงค์เน้นพัฒนาให้สอดรับกับรถไฟฟ้าลดใช้รถยนต์ส่วนตัว และลดโลกร้อน

แม้มองผิวเผินหน้าตาสีผังการใช้ประโยชน์ที่ดินจะไม่ต่างไปจากผังเมืองรวม กทม.ฉบับเก่า แต่หากเจาะลึกลงในรายละเอียดแล้ว ความต่างของข้อกำหนดของผัง กทม.ใหม่สร้างความสั่นสะเทือนไม่น้อยสำหรับบริษัทพัฒนาที่ดินโดยเฉพาะการกำหนดขนาดความกว้างถนนให้สัมพันธ์กับขนาดอาคาร ส่งผลให้พัฒนาได้ยากลำบากขึ้นสวนทางกับราคาที่ดินที่แพงระยับขณะที่เอฟเออาร์ หรือสัดส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดินแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเฉลี่ยไม่เกิน 1:4-1:5 หรือสร้างได้ เฉลี่ย 4-5 เท่าของแปลงที่ดินแม้จะอยู่แนวรถไฟฟ้าก็ตาม ทำให้การพัฒนาน้อยลงโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ทำให้ราคาขายต่อหน่วยแพงขึ้น ส่งผลยิ่งซ้ำเติมคนรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองยากขึ้น

นอกจากนี้ยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการกำหนดโครงข่ายถนนมากถึง 136 สายทางรวมถึงยังยกเลิกการใช้ที่ดินเพื่อกิจกรรมรองออกไป ในพื้นที่กิจกรรมหลัก อย่างไรก็ดี แม้เอกชนจะขอให้กทม.ยกเลิกใช้เอฟเออาร์ และขนาดถนน แต่ฟันธงได้เลยว่ายาก !!!


Credit หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2556 - 1 มกราคม พ.ศ. 2557

ติดตามข้อคิดการเงินได้ที่ Maibat Fanpage
https://www.facebook.com/maibat.thailand

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่