J-drama review : Queen's Classroom ชั้นเรียน(สยอง)ของคุณครูมายะ ฉบับกางตำราวิพากษ์ (สปอยด์)

ดูละครเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้ว และ รีวิวเมื่อนานมาแล้ว และ ก็มีการรีเมคจากทางเกาหลีไปแล้ว เห็นว่ามีความซาบซึ้งกันไปไม่ใช่น้อย เล่าย่อ ๆ ว่าห้องเรียนราชินี้เป็นละครที่แบบว่า .. น่าจะใส ๆ แต่ไม่ใสแม้แต่น้อย เป็นเรื่องของเด็กประถมกลุ่มหนึ่งที่ต้องผจญกับคุณครูมาดราชินี(จากนรก)ที่เข้าควบคุมห้องอย่างเบ็ดเสร็จไม่อาจกระดิกกระเดี้ยตัวไปไหนได้ เทอมนั้นทั้งเทอมจึงเป็นเทอมที่เด็กห้องป.6/3 เครียดได้กดดันที่สุดในชีวิตการเป็นนักเรียน

ขุดมาดูอีกครั้งแบบกางตำรา(จัดการชั้นเรียน)วิพากษ์ดูว่า เอาเข้าจริงแล้วการเรียนการสอนแบบชั้นเรียนของคุณครูมายะน่าจะได้ผลแค่ไหนอย่างไร จริง ๆ เข้าใจอยู่ว่าละครเรื่องนี้ surreal ในความเป็นจริงถ้าลูกเล็กเด็กแดงคนไหนเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในโรงเรียนเข้าละก็ ได้ท้าไฝว้กับผู้ปกครองกันบ้างล่ะ โดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างประถมและมัธยมนี่ ว่ากันจริง ๆ แล้วจะเป็นครูคุณภาพ(ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน)ลองไล่ ๆ ดูหลักสูตรต่าง ๆ ของเมืองนอกเมืองนาแล้วน่าจะต้องเก่งมากทีเดียว เพราะ ต้องเข้าใจตั้งแต่วิชาความรู้ที่เป็นแกน และ วิชาเฉพาะทาง(วิชาครู) ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม แต่ยังหมายรวมถึงจิตวิทยา ศาสตร์ในการจัดการชั้นเรียน ทำสื่อ และ ฯลฯ

ก่อนจะไปเข้าสู่การวิเคราะห์ขอบ่งลักษณะเฉพาะของชั้นเรียนเสียก่อนเป็นการปูพื้น

ลักษณะเฉพาะของห้องเรียน

ประการแรก ชั้นเรียนมีหลายมิติ เป็นต้นว่า มิติของวิชาการ คือ เรื่องของการเรียนการสอนซึ่งในมิตินี้ก็จะมีกิจกรรมหลายอย่างเกิดขึ้น นักเรียนฟังคุณครูพูด จดเลคเชอร์ ทำงานกลุ่ม และ ยังมีมิติของจิตสังคม คือ การถกเถียง ประเมินกันและกัน สร้างมิตรภาพระหว่างกันเอง ส่วนคุณครูก็อาจต้องให้คำปรึกษาสำหรับผู้เรียนที่มีปัญหาต่าง ๆ จึงเป็นหน้าที่ของคุณครูที่ต้องทำให้บรรยากาศในชั้นเรียนเอื้อต่อเหตุการณ์เหล่านี้

ประการที่สอง ชั้นเรียนมีกิจกรรมหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันซึ่งอาจะเป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ หรือ ไม่พึงประสงค์ก็ได้ ผู้เรียนอาจทำกิจกรรมที่บ่งถึงความตั้งใจเรียนรู้ บ้างอาจจะดำเนินพฤติกรรมที่ไม่สมควร เช่น คุย ทะเลาะเบาะแว้ง หลับ ก็เป็นหน้าที่ของคุณครูอีกเช่นกันที่ต้องควบคุมดูแลกิจกรรมต่าง ๆ ในห้องเรียนให้ถูกต้องเหมาะสม

ประการที่สาม เหตุการณ์ที่เกิดในชั้นเรียนมีความฉับพลัน ว่ากันง่าย ๆ คือ เหตุการณ์หลายอย่างในชั้นเรียนมักเกิดขึ้นโดยกะทันหันนั่นเองค่ะ ดังนั้นคุณครูอีกนั่นแหละที่จะต้องรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันนั้นให้ถูกวิธี ตรงจุดนี้การวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบจึงมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับคนเป็นครู

ประการที่สี่ ชั้นเรียนพยากรณ์ไม่ได้ แม้จะวางแผนหนึ่งสองสามมาอย่างดีแล้วก็ตามทีแต่มักมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นเสมอค่ะ เพราะฉะนั้นคุณครูจึงต้องสามารถแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าให้ได้

ประการที่ห้า ชั้นเรียนไม่มีความเป็นส่วนตัว เนื่องจากห้องเรียนเป็นพื้นที่สาธารณะและเป็นพื้นที่เปิด ดังนั้นคุณครูทำอะไรนักเรียนเห็น นักเรียนทำอะไรคุณครูก็เห็น เพื่อนนักเรียนด้วยกันก็เห็น ซึ่งบีบให้นักเรียนหาพื้นที่เพื่อแสดงพฤติกรรมส่วนตัว เช่น เขียนข้อความหากัน แอบคุย นำงานอื่นขึ้นมาทำ หลับ

ประการสุดท้าย ชั้นเรียนมีลักษณะความเป็นประวัติศาสตร์ คือ เมื่อชั้นเรียนสิ้นสุดลงในปีการศึกษา หรือ ภาคเรียนก็ตาม ความทรงจำเชิงบวก และ ลบจะเกิดขึ้นและเก็บกักเอาไว้ในชั้นเรียน โดยความทรงจำเหล่านั้นจะมีอิทธิพลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นรวมทั้งพฤติกรรมในชั้นเรียนในโอกาสต่อไป

ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีปัจจัยหลายประการที่คุณครูต้องควบคุมไม่ให้เกิด และ ก็มีปัจจัยอีกหลายประการที่คุณครูควบคุมไม่ได้แต่ต้องใช้วิธีการรับมือ และ แก้ไข ไม่เก๋าจริงบอกตามตรงจากประสบการณ์ว่ารับมือได้เพียงบางปัจจัยเท่านั้น ทำให้ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ของการเรียนการสอนมีไม่เต็มที่ และ ไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควรจะเป็น

เข้าเรื่อง

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชั้นเรียนของคุณครู อาคุสึ มายะ เล่า .... น่ะแหละ การลงมือเข้าควบคุม และ รับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นผลมาจากลักษณะเฉพาะของชั้นเรียนเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ เกิดความสำเร็จนั้นเป็นศาสตร์ ศาสตร์ที่เราเรียกว่า “การจัดการชั้นเรียน” นั่นเอง

หลังจากรับชมละครเรื่อง Queen’s classroom แล้ว และได้มีโอกาสมาศึกษาศาสตร์ในการจัดการชั้นเรียนเพื่อประโยชน์ทางอาชีพจึงมีความสนใจเป็นพิเศษสำหรับกลวิธีการจัดการชั้นเรียนของคุณครู อาคุสึ มายะ แน่ละว่าละครนะ ละครเรากำลังพูดถึงละคร ซึ่งประกอบด้วยจินตนาการของผู้เขียนบท และ การอ้างอิงข้อเท็จจริง (บางส่วน) อาจจะฟังดูแปร่ง ๆ ที่วันนี้คิมุจะเอาหลักทฤษฎีจากความเป็นจริงมาจับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดูเหมือนว่าผู้เขียนบทโทรทัศน์นำเอากลวิธีการเขียนบทแบบเหนือจริงมาใช้ซึ่งค่อนข้างพิถีพิถันในการเสริมแรงทัศนคติเชิงลบในวิธีการจัดการชั้นเรียน แต่ลดทอนสิ่งเหล่าจากใจคนดูด้วยผลที่เกิดขึ้นในละครรวมทั้งภูมิหลังของคุณครูเอง

อย่างไรก็ตามด้วยความสงสัยจึงอยากจะลองเปิดตำราศึกษาดูว่าโดยรวมแล้ววิธีการจัดการชั้นเรียนของคุณครูอาคุสึ มายะ หากเอากันจริง ๆ เปรียบเทียบกับทฤษฎีและผลงานวิจัยแล้วผลลัพธ์น่าจะออกมาในรูปแบบใด นอกจากนั้นยังต้องการค้นหาแนวคิดด้วยว่าผู้เขียนบทนั้นต้องการสื่อสิ่งใดให้ผู้ชมละครได้รับทราบ ดังนั้นขอเรียนไว้ตรงนี้ว่าการวิพากษ์ครั้งนี้จะขอกล่าวถึงแต่เพียงวิธีการที่คุณครูใช้ในการจัดการเรียนเป็นหลักฉะนั้นจึงใคร่ขอกางตำราวิพากษ์ห้องเรียน(สยอง)ของคุณครูมายะ ณ บัดนี้   


เป้าหมาย และ ความสำคัญของการจัดการชั้นเรียน: ชั้นเรียนตามหลักทฤษฎี และ ชั้นเรียนของคุณครูมายะ

หลายปีที่ผ่านนักวิชาการทางการศึกษาให้ความสนใจที่จะพัฒนาวิธีการที่จะดึงเอาศักยภาพทางสติปัญญารวมทั้งความฉลาดทางอารมณ์ผ่านเครื่องมือที่เรียกว่าห้องเรียนอยู่ตลอด โดยอาศัยศาสตร์ที่เรียกว่า “การจัดการชั้นเรียน” ซึ่งแต่เดิมมานั้นการจัดการชั้นเรียนมีความสัมพันธ์กับกฎ และ ระเบียบวินัยเป็นอย่างมาก โดยสิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกับอำนาจของครู ทำให้ห้องเรียนที่เงียบเชียบ เรียบร้อย ไม่โต้เถียง ว่านอนสอนง่ายถือเป็นบรรทัดฐานอันหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน และ ภาพลักษณ์ของครูคือบุคคลเข้มงวดถือไม้เรียว เสียงดัง ทำให้เด็กกลัวตัวแข็งทื่อ ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นภาพรวมการเรียนการสอนในยุคสมัยหนึ่ง

เมื่อการเวลาเปลี่ยนไปการจัดการเรียนรู้ยึดหลักที่เรียกว่า “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” และ บทบาทของคุณครูก็เปลี่ยนจากผู้บรรยาย เป็นผู้ให้ความสะดวกในกระบวนการเรียนรู้ สร้างบรรยากาศเชิงบวก รวมทั้งลดพฤติกรรมที่รบกวนการเรียนรู้ในชั้นเรียน กล่าวคือ ชั้นเรียนตามหลักสมัยใหม่ที่ว่านี้ควรเป็นไปตามจุดประสงค์ดังต่อไปนี้ ได้แก่ ต้องตอบสนองต่อพัฒนาการของผู้เรียนอย่างเหมาะสมตามวัย เช่น วัยเด็กจะต้องมีการแนะนำกฎระเบียบภายในชั้นเรียน เมื่อเป็นวัยรุ่นที่หันเหความสนใจจากคุณครูไปสู่เพื่อน หรือ อย่างอื่น ควรเน้นเรื่องการทำตามข้อตกลงและปรับพฤติกรรมให้เป็นไปตามระเบียบ ยิ่งกว่านั้นต้องเพิ่มเวลาการเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งในด้านปริมาณ และ คุณภาพ เสริมด้วยข้อตกลงของชั้นเรียนซึ่งสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้อย่างอิสระไม่ขวางกั้นระบบความคิดของผู้เรียน สุดท้ายชั้นเรียนควรช่วยให้ผู้เรียนตื่นตัวที่จะพัฒนาตนเองให้มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่พึงประสงค์

ซึ่งจากการสังเกตดูเห็นว่าชั้นเรียนของคุณครูมายะเป็นส่วนผสมของชั้นเรียนสมัยเก่าและสมัยใหม่ ร่วมด้วยบางสิ่งที่หาไม่เจอในตำรา(ฮา) จะเรียกว่าเป็นชั้นเรียนแบบร่วมสมัย (ได้ไหมนะ)บทบาทของคุณครูมายะมีภาพลักษณ์ของดุร้ายน่ากลัว(เด็ก ๆ เรียกเธอว่า โอนิ แปลว่า ยักษ์ ) เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นระเบียบ และ เข้มงวด ทั้งยังสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับอำนาจของครูที่เป็นดังศูนย์กลางจักรวาลของห้อง ป.6/3 ซึ่งขัดกับการจัดการชั้นเรียนแบบสร้างสรรค์ในแง่ของการสร้างบรรยากาศเชิงบวก ส่วนวัตถุประสงค์อื่น ๆ มีความเห็นว่าชั้นเรียนของคุณครูมายะมีพร้อมค่ะ หากจะว่าไปการกระทำของคุณครูมายะต่อชั้น ป.6/3 เป็นไปเพื่อเป้าหมายของศาสตร์แห่งการจัดการชั้นเรียนให้มีประสิทธิภาพ เพียงแต่แทนที่จะใช้ทัศนคติเชิงบวกกลับเลือกจะกดดันผู้เรียนด้วยทัศนคติเชิงลบแทน เปรียบเด็ก ๆ ห้อง ป.6/3 เหมือนแก้วที่ถูกทุบ ความรู้สึกตอนดูคัดง้างกันมาก แต่ละครั้งที่มีเรื่องมีความรู้สึกเหมือนเห็นแก้วใบสวยถูกฟาดแตกกระจายลงต่อหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า บีบให้แตกแล้วปล่อยให้เศษแก้วกระยิ้มกระสนมารวมตัวกันใหม่ ตามท้องเรื่องเด็ก ๆ หรือ เศษแก้วที่กระจัดกระจายก็กลับมารวมตัวกันใหม่ และ ไฉไลกว่าเดิม

แต่จากงานวิจัยที่ศึกษามาพบว่าคุณครูที่รับรู้บทบาทของตนโดยเชื่อมโยงกับการใช้อำนาจเป็นหลักใหญ่และรับรู้ว่าตัวเองมีบทบาทการป้องกันเขตแดน มักใช้วิธีขู่ และ ออกคำสั่งกับผู้เรียนเพื่อให้อยู่ในระเบียบเป็นสำคัญพอเชื่อเช่นนั้นบางคาบบางคราก็ขัดขวางระบบการเรียนรู้ได้ เช่น เมื่อสั่งให้ทำงานกลุ่มแล้วเด็กเดินไปเดินมาหาเพื่อนที่อยากทำงานด้วยทำให้เกิดความวุ่นวายไปในห้อง คุณครูที่มีความเชื่อเช่นที่ว่ามักมีทีท่าไม่สบายใจและให้เด็กทำงานเดี่ยวแทน ซึ่งเป็นการละเลยจุดประสงค์ของการเรียนรู้ด้วยการทำงานเป็นกลุ่มตามความตั้งใจเดิม เป็นต้น ผลที่ตามมาคือการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นภายในห้องเรียนผลผลิตที่ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย และจากที่กล่าวไปข้างต้นว่าชั้นเรียนมีลักษณะเป็นประวัติศาสตร์คือเก็บความทรงจำเชิงบวก และ ลบไว้เป็นข้อมูล ในกรณีนี้จึงมีโอกาสอย่างสูงที่ผู้เรียนจะเก็บเอาข้อมูลด้านลบไว้ และ บางทีอาจมีการตีความหมายของข้อมูลที่ได้รับผิดพลาดไปหากผู้เรียนยังไม่มีระบบความคิดที่สมบูรณ์ถี่ถ้วนพอซึ่งสิ่งเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ในส่วนนี้หมายรวมถึงพฤติกรรมที่ผู้เรียนเลือกจะปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วย

(มีต่อ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่