เป้าหมาย และ วัตถุประสงค์ ของการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ซึ่งถูก plagiarized โดย กฎหมายหายนะ ปี 2542
การปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทยเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม และประชากร ซึ่งก่อให้เกิดความท้าทายใหม่ต่อประเทศ กระแสโลกาภิวัตน์และยุคสารสนเทศกำลังเปลี่ยนแปลงสังคมไทย จึงจำเป็นต้องยกระดับคุณภาพการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ในปี พ.ศ. 2538 ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
ได้ริเริ่มการปฏิรูปการศึกษาระดับชาติครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้าง “ความเป็นเลิศทางการศึกษา” ภายในปี พ.ศ. 2550 และพัฒนาคนไทยให้สามารถ:
ยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง
มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
อยู่ร่วมกับประชาคมโลกอย่างสันติ
เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต
การปฏิรูปครั้งนี้เน้นการสร้างสมดุลระหว่างความทันสมัยกับคุณค่าทางวัฒนธรรมไทย ประชาธิปไตย คุณธรรม และอัตลักษณ์ของชาติ
เป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษา ปี 2538
การปฏิรูปมุ่งสร้าง:
บุคคลแห่งการเรียนรู้
องค์กรแห่งการเรียนรู้
สังคมแห่งการเรียนรู้
คนไทยที่ได้รับการศึกษาควรมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้:
สุขภาวะทั้งกายและใจ
ความคิดเชิงวิพากษ์
ความใฝ่รู้
ความรับผิดชอบ
ความซื่อสัตย์
ความเพียรพยายาม
การทำงานเป็นทีม
ค่านิยมประชาธิปไตย
ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ด้านสำคัญ 4 ประการของการปฏิรูปการศึกษา ปี 2538
การปฏิรูปมุ่งเน้นใน 4 ด้าน ได้แก่:
การปฏิรูปโรงเรียน
การปฏิรูปครู
การปฏิรูปหลักสูตร
การปฏิรูประบบบริหาร
การปฏิรูปหลักสูตรและการเรียนการสอน
1. การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
การปฏิรูปเปลี่ยนจากการท่องจำไปสู่:
การเรียนรู้เชิงรุก
การแก้ปัญหา
การคิดเชิงวิพากษ์
ความคิดสร้างสรรค์
การเรียนรู้แบบสืบค้น
ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมให้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง แทนการรับข้อมูลจากครูเพียงฝ่ายเดียว
2. สภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุข
โรงเรียนควรสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนับสนุนและสร้างความสุข เพื่อให้นักเรียนพัฒนาได้อย่างเป็นธรรมชาติและมั่นใจ
3. การเน้นทักษะการคิด
วิธีการสอนมุ่งพัฒนา:
การวิเคราะห์
การสังเคราะห์
การคิดอย่างเป็นระบบ
การประยุกต์ใช้ความรู้
การเรียนรู้เชิงปฏิบัติถูกนำมาแทนที่การท่องจำมากเกินไป
4. การเรียนรู้จากธรรมชาติ ครอบครัว และชุมชน
หลักสูตรส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้จาก:
สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ
ชุมชนท้องถิ่น
ประสบการณ์ในครอบครัว
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ชุมชนยังได้รับเชิญให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรและหนังสือเรียน
5. การปฏิรูปการผลิตครู
การพัฒนาครูกลายเป็นประเด็นสำคัญ โดยเน้น:
“การเรียนรู้วิธีเรียน”
การศึกษาแบบองค์รวม
การปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม
ทักษะการวิจัยและการสืบค้น
การเรียนรู้แบบร่วมมือ
ความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูกับนักเรียน (“กัลยาณมิตร”)
ครูได้รับการส่งเสริมให้ทำงานร่วมกับชุมชนและปัญหาในชีวิตจริง
6. วิชาพื้นฐานหลัก
ระดับประถมศึกษาให้ความสำคัญกับ:
ภาษาไทย
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
วิชาเหล่านี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ในอนาคต
7. การขยายการเรียนภาษาอังกฤษ
มีการเริ่มสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระดับโลก
8. เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา
การปฏิรูปสนับสนุน:
เทคโนโลยีทางการศึกษา
วิธีการสอนแบบใหม่
ห้องสมุดโรงเรียน
เครือข่ายการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการศึกษาในระบบและนอกระบบ
9. การศึกษาเพื่อประชาธิปไตย
โรงเรียนควรส่งเสริมค่านิยมประชาธิปไตยผ่านทั้งหลักสูตรและพฤติกรรมของครู
10. การปฏิรูประบบการประเมินผล
ระบบการสอบถูกปรับให้เน้น:
การประเมินอย่างต่อเนื่อง
ผลการเรียนรู้จริงของผู้เรียน
แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
การประเมินตามสภาพจริง
บทบาทของการสอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อถูกตั้งเป้าให้ลดความสำคัญลง
นวัตกรรมทางหลักสูตรที่นำมาใช้
มีการนำนวัตกรรมหลายด้านมาใช้สนับสนุนเป้าหมายการปฏิรูป เช่น:
กระบวนการเรียนรู้อย่างมีความสุข
การสอนที่เน้นการคิด
การพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม
การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
การศึกษาด้านสุนทรียศาสตร์
การเรียนรู้แบบร่วมมือ
การประเมินด้วยแฟ้มสะสมผลงาน
การพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษระดับต้น
ปัญหาและความท้าทาย
แม้จะมีการปฏิรูป แต่บทความชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ยังคงมีอยู่ ได้แก่:
การสอนยังคงพึ่งพาการท่องจำเป็นหลัก
ห้องเรียนยังคงมีครูเป็นศูนย์กลาง
ระบบสอบยังไม่สอดคล้องกับเป้าหมายการปฏิรูป
วัฒนธรรมทางการศึกษาเปลี่ยนแปลงได้ช้า
อุปสรรคในการปฏิบัติทำให้การปฏิรูปไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างสมบูรณ์ในทันที
กลยุทธ์ด้านการเงินและการบริหาร
เพื่อให้บรรลุความเป็นเลิศทางการศึกษา รัฐบาลได้เสนอแนวทาง เช่น:
เพิ่มงบประมาณด้านการศึกษา
มาตรการภาษีเพื่อการศึกษา
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน
การกระจายอำนาจ
เพิ่มบทบาทความรับผิดชอบของท้องถิ่น
เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารโรงเรียน
ปรับค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา
วิสัยทัศน์ต่อสังคมและการศึกษาไทย
การปฏิรูปมองเห็นประเทศไทยในฐานะ:
สังคมแห่งการเรียนรู้
สังคมประชาธิปไตยที่ยึดมั่นคุณธรรม
ระบบเศรษฐกิจที่สมดุล
สังคมที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
ประเทศที่อยู่ร่วมกับประชาคมโลกอย่างสันติ
การศึกษาถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเตรียมประชาชนให้สามารถปรับตัวต่อโลกาภิวัตน์ พร้อมทั้งรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทย
ความสำคัญโดยรวม
การปฏิรูปครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของการศึกษาไทย จาก:
การท่องจำ → การคิดเชิงวิพากษ์
การสอนที่มีครูเป็นศูนย์กลาง → การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน
โรงเรียนที่แยกขาดจากสังคม → การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงชุมชน
วิชาการแบบแคบ → การพัฒนามนุษย์อย่างองค์รวม
นอกจากนี้ ยังเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต โลกาภิวัตน์ ประชาธิปไตย และสังคมฐานความรู้ด้วย
หลักฐานเอกสารอ้างอิง จากประเทศญี่ปุ่น
[url=https://www.jstage.jst.go.jp/article/jcrdaen/1/1/1_KJ00006742072/_article/-char/ja/]
https://www.jstage.jst.go.jp/article/jcrdaen/1/1/1_KJ00006742072/_article/-char/ja/[/url]
教育課程開発の革新:タイ王国における現代的取り組み(イチャ
ローンサクディ・ウドムチャイ著).
国際カリキュラム開発と実践ジャーナル第1巻 第1号、15-22頁.
เป้าหมาย และ วัตถุประสงค์ ของการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ซึ่งถูก plagiarized โดยกฎหมายหายนะ ปี 2542
[url=https://www.jstage.jst.go.jp/article/jcrdaen/1/1/1_KJ00006742072/_article/-char/ja/]https://www.jstage.jst.go.jp/article/jcrdaen/1/1/1_KJ00006742072/_article/-char/ja/[/url]
教育課程開発の革新:タイ王国における現代的取り組み(イチャ
ローンサクディ・ウドムチャイ著).
国際カリキュラム開発と実践ジャーナル第1巻 第1号、15-22頁.