1 ประเทศ 3 รัฐบาล พลิกสถาณะการณ์ทางออกประเทศไทย

ผู้มีสติปัญญาท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า  "ก่อนที่เราจะแก้ปัญหาใดๆ เราต้องยอมรับก่อนว่าสิ่งนั้นเป็นปัญหา"

       ประเทศไทยในวันนี้ถ้าไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างของอำนาจรัฐ เราก็จะได้สภาพการเมืองภายในประเทศวนๆเวียนๆเป็นวัฐจักรลู้ปเดิมๆอยู่แบบนี้ไปจนกว่าโลกจะสลาย พรรค ก. ขึ้นเป็นรัฐบาล พรรค ข. ก่อม๊อบ ยุบสภา รัฐประหาร ปฎิวัติ พรรค. ข. ขึ้นเป็นรัฐบาลบ้าง พรรค ก. ก่อม็อบ ยุบสภา รัฐประหาร ปฎิวัติ ทางออกเดิมๆย่อมทำให้เกิดผลลัพท์เดิมๆ การแก้ปัญหาบ้านเมืองที่ข้างถนนหรือปลายกระบอกปืน อาจทำให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ แต่เป็นการเดินแบบงูไล่กินหางตัวเองอยู่แบบนี้ ไม่จบ ไม่สิ้น

       เนื่องจากไม่ได้มีกฎบังคับที่ตายตัวในทางการเมือง ว่าความเจริญของประเทศๆหนึ่งจะต้องใช้ทฤษฎีไหน เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นเราไม่ควรยึดติดกับทุกหลักการรัฐศาสตร์บนโลก เพราะพื้นฐานทางความคิด ประวัติศาสตร์ ประสปการณ์ ปัญหาของแต่ล่ะประเทศไม่เหมือนกัน ประเทศไทยเองก็ควรจะมีหลักการเป็นของตัวเองไม่ควรยึดติดในหลักการใดๆ หรือนำเอาหลักการที่ดี(สำหรับประเทศอื่น)มาฉุดดึงประเทศตัวเองให้ถอยหลัง แต่ควรจะช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศคลี่คลายจากสภาวะวิกฤติความขัดแย้งของคนในชาติไปสู่ทางออกได้ที่ดีกว่าการว่ายน้ำในอ่างแบบเดิมๆได้....

          ผมจึงขอเสนอแนวคิดให้ประเทศไทย มี 3 รัฐบาล (หรือมากกว่า)
           (ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน ตุลาการเดียวกัน นิติบัญญัติเดียวกัน) โดยมีเงื่อนไขดังนี้

- แบ่งเขตการบริหารประเทศออกเป็นสามส่วน ให้รัฐบาลในแต่เขตดูแลบริหารงานในเขตของตนเอง
-จะต้องไม่มีรัฐบาลกลาง
- และจะต้องไม่มีการแทรกแซงก้าวก่ายนโยบายการทำงานของกันและกันในแต่ล่ะรัฐบาล แต่สามารถแสดงความคิดเห็นต่อกันได้
- แต่ล่ะรัฐบาลมีงบประมาณเป็นของตนเอง มีกระทรวง กรม เป็นของตัวเอง งบประมาณมาจากภาษีของคนในพื้นที่ของตัวเอง หรือใครจะกู้จะอะไร ก็ไปถกไปค้านไปซักฝอกกันในสภาของเขตรัฐตัวเอง
- จะต้องมีการเลือกตั้งภายในเขตของตัวเอง มีรัฐสภา มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลภายในเขตพื้นที่ของตัวเอง
- ทุกรัฐบาลอยู่ภายในรัฐธรรมนูญเดียวกัน ระบอบการปกครองเดียวกัน ใช้ประมวลกฎหมายเดียวกัน ใช้ศาลยุติธรรมร่วมกัน รัฐบาลอาจเสนอให้มีกฎหมายพิเศษบางอย่างได้ในเขตของตัวเอง แต่ต้องผ่านสภานิติบัญญัติเดียวกัน

        แนวคิดนี้ ผมมองว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์อย่างน้อยๆถึง 8 ประการด้วยกัน

         ประการแรก - ลดความขัดแย้งของคนในชาติได้ ในระดับมหาภาค เช่นเขตภาคใต้จะ เลือกสุเทพ เลือกกรณ์ เลือกอภิสิทธิ์ ก็ไปเลือกกันเอง ค้านกันเอง ประท้วงกันเอง  เขตเหนืออีสานจะเลือก ปู เลือกแม้ว เลือกจตุพร เลือกเนวิน เลือกจ่าประสิทธิ์ ก็ไปเลือกกันเอง ค้านกันเอง ประท้วงกันเอง เผากันเอง เขตอื่นๆก็เช่นเดียวกัน

        ประการที่สอง  - ลดอำนาจของรัฐบาลลง ทำให้เกิดการถ่วงดุลกันเองในแต่อำนาจบริหารอีกชั้นหนึ่ง  (จากหลักการเดิมที่ บริหาร ตุลาการ นิติบัญญัติ จะถ่วงดุลกันเอง)

        ประการที่สาม - เพิ่มตัวเลือกให้ประชาชนผู้อยู่อาศัยในประเทศ ใครชอบนโยบายของใคร ก็เพียงแค่ย้ายไปทำในเขตของคนนั้น จบ.
ประการที่สี่ - ขุดหลุมฝังการปฎิวัติ รัฐประหาร ได้อย่างสิ้นเชิง เพราะถ้าทหารจะทำหารปฎิวัติ ก็จะต้องทำพร้อมๆกันทีเดียวถึงสามรัฐบาล ซึ่งเป็นไปได้ยากมากๆๆๆ ประเทศมีความคล่องตัวสูง

        ประการที่ห้า - เป็นการกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง เพราะเมื่อมีถึงสามรัฐบาล ก็อาจต้องมี"เมืองราชการ"ตามมาอีกสามแห่ง ลดปัญหาการกระจุกตัวของประชากร ลดปัญหารถติด ลดปัญหาชุมชนแออัด ปัญหามลภาวะ ฯลฯ

        ประการที่หก - ลดความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อประเทศ ในกรณีที่มีการเดินขบวน หรือก่อม็อบ หรือเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นในรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง เพราะถึงแม้รัฐบาลเขตหนึ่งจะประกาศยุบสภา หรือเดินหน้าปราบม็อบ ก็จะจำกัดความวุ่นวายได้ในเขตนั้นเท่านั้น แต่ในส่วนเขตรัฐบาลอื่นก็ยังเดินหน้าต่อไปได้...

        ประการที่เจ็ด - ทำให้เกิดการพัฒนาแข่งขันกันเองภายในเขตของแต่ล่ะรัฐ ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราความพึงพอใจของประชาชนในเขตนั้นๆ ทำให้ในเขตนั้นมีประชากรเพิ่มมากขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น รัฐก็จะจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น กล่าวคือเพื่อจูงใจประชากรให้ไปอยู่ในเขตของตนนั่นเอง... อันจะส่งผลให้ภาพรวมของประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

        ประการที่แปด - มีการจ้างงานในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน มากขึ้น เพราะแต่ล่ะรัฐมีนโยบายไม่เหมือนกัน จึงทำให้เกิดการแข่งขันในภาคเอกชนที่สูงขึ้น ทำให้เกิดการกระจายรายได้ตามมา

          ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวคิดหยาบๆ ซึ่งในทางปฎิบัติจริงๆมันอาจจะต้องมีรายละเอียดที่มากกว่านี้อีกมาก...

          ขอเชิญทุกท่านแลกเปลี่ยน แบบผู้มีอารยะ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่