การอภิปรายไม่ไว้วางใจแพทองธารของพรรคส้ม เป้าหมายไม่ใช่แพทองธาร แต่คือ ชั้น 14 พูดตรงๆ คือ การตรวจสอบเอาทักษิณเข้าคุก (ในคดีจากรัฐประหาร) คือ เป้าหมายที่แท้จริง ของพรรคส้ม
โรมโจมตีอย่างจงใจ “บิดเบือนหลักการ” อย่างชัดแจ้งว่า ชั้น 14 เป็นความ ship หายของหลักนิติรัฐ แสดงว่าการดำเนินคดีจากรัฐประหารชอบด้วยหลักนิติรัฐ? พรรคส้มจึงต้องตรวจสอบให้ติดคุกตามกระบวนการดำเนินคดีของคณะรัฐประหารให้สำเร็จ เพื่อรักษาหลักนิติรัฐ?
แต่การทุจริตฮั้ว สว.ที่ฝ่ายต้องคดีครอบงำ กกต.ให้เตะถ่วงคดีมายาวนานได้ ขัดหลักนิติรัฐอย่างชัดแจ้ง พรรคส้มกลับโหวตให้เป็น รบ.ครบทุกเสียง ซึ่งเป็นการโหวตแบบ ร่วมมือกับรัฐประหารเงียบ ของรัฐพันลึกที่ล้มรัฐบาลพรรคแดงเพื่อเอาพรรคน้ำเงินขึ้นเป็นรัฐบาลแทน
คำถามคือ การอภิปรายไม่ไว้างใจ รบ.อนุทิน 2 ที่จะมีขึ้น พรรคส้มจะตรวจสอบเอาผิดฝ่ายทุจริตฮั้ว สว.อย่างจริงจัง จนเอาผิดได้เหมือนเคสชั้น 14 หรือไม่
พูดตรงๆ คือ พรรคส้มจะมีน้ำยารักษาหลักนิติรัฐอย่างแท้จริง ด้วยการเอาผิดฝ่ายที่ทำลายหลักนิติรัฐโต้งๆ ได้จริงหรือไม่
เราจะจับตาดู "ละครการเมืองสีส้ม" กันต่อไป
สตอรี่แบบธนาธร คือการเล่าเรื่องแบบ "ถ้าพรรคส้มเป็น รบ.แล้วจะไม่ปล่อยให้ปัญหาชายแดนไทย-กรรมพูชาเป็นแบบนั้น" หรือ "ถ้าเป็นนายกฯ แล้วจะปล่อยนักโทษ 112" ฯลฯ
แต่ การกระทำแบบธนาธร คือ ไม่ได้ต่อต้านบทบาทของทหารที่อยู่เหนือรัฐบาลจากเลือกตั้งในกรณีไทย-กัมพูชาอย่างจริงจัง มองเคสอังเคิลที่ "ผิดพลาดทางเทคนิค" หมดความชอบธรรมในการเป็น รบ. แต่มอง "เคสต้องคดีทุจริตฮั้ว สว." ที่ "ผิดหลักการ ปชต.และกฎหมาย" มีความชอบธรรมควรโหวตให้เป็น รบ. และสนับสนุนพรรคส้มโหวตอนุทินซึ่งเป็นการร่วมมือกับ รปห.เงียบของรัฐพันลึกเปลี่ยนรัฐบาลพรรคแดงเป็นพรรคน้ำเงินได้สำเร็จ โดยไม่นำเรื่องนิรโทษกรรม 112 มาต่อสู้ต่อรองในสมการ MOA เลย
ชอบใช้คำว่า "ถ้า..." แล้วตามด้วยข้อความที่มีแต่สิ่งที่ดีกว่า ถูกต้องกว่า แต่ การกระทำที่ทำไปแล้วสวนทางกับคำพูด
สุรพศ ทวีศักดิ์
ละครการเมืองสีส้ม