คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 16
1. ต้องหารายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 1 แสน ไม่ใช่หาเงินได้ตั้งเดือนละแสน อย่างบางความเห็นเหน็บ
แต่ตั้งเทียบรายจ่ายว่าหาได้แสน ต้องจ่ายเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ เดือนไหนหาไม่พอทำอย่างไร เพราะ
ไม่ใช่อาชีพที่มีรายได้มั่นคง บางเดือนก็เครียด ต้องพยายามเพิ่มรายได้ให้มากกว่านี้ และลดรายจ่ายลง
2. มีบ้านให้ลูก แต่ต้องให้ลูกมาจ่ายค่าเช่า อาจจะนำมาใช้จ่าย หรือนำมาออมให้ลูกก็ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้อง
ขึ้นอยู่กับว่า สถานะลูกเป็นแบบไหน เหลือเก็บเยอะ ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย แต่ที่ จขกท. ว่ามา รายได้-จ่าย
ยังไม่ค่อยพอ ทำให้เครียด แบบนี้ ปฏิเสธ น่าจะดีที่สุด
จขกท. เคยเล่าสถานะการเงินให้ท่านฟังหรือไม่ บางทีภาพลักษณ์ ที่มีทำให้ท่านคิดว่าคุณเหลือเก็บเยอะ
คอนโดผ่อนเดือนละ 30,000 มีร้านค้า มีลูกจ้าง ท่านอาจคิดว่าคุณอยู่ดีมีสุข เหลือเก็บมากมาย
3. ถ้าพอจะให้ท่านได้โดยไม่เดือดร้อนก็ให้เถอะ บ้าน เราหาเก็บเอง ซื้อเอง ภูมิใจกว่าเยอะ คุณก็คงรู้
ก็ซื้อคอนโดแล้วนี่ หาได้มาเองสบายใจกว่า ว่าแต่ พี่น้อง สองสาว ของคุณให้เงินท่านบ้างหรือไม่อย่างไร
แล้วคุณประเมินว่ามันจะพอให้ท่านใช้จ่ายหรือไม่
ทางที่ดี บอกท่านไปตามตรงว่าคุณอาจจะไม่ไหว เพราะภาระที่มีอยู่ก็ทำให้เครียดมากอยู่แล้ว สถาณการณ์อาจดีขึ้น
แต่ตั้งเทียบรายจ่ายว่าหาได้แสน ต้องจ่ายเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ เดือนไหนหาไม่พอทำอย่างไร เพราะ
ไม่ใช่อาชีพที่มีรายได้มั่นคง บางเดือนก็เครียด ต้องพยายามเพิ่มรายได้ให้มากกว่านี้ และลดรายจ่ายลง
2. มีบ้านให้ลูก แต่ต้องให้ลูกมาจ่ายค่าเช่า อาจจะนำมาใช้จ่าย หรือนำมาออมให้ลูกก็ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้อง
ขึ้นอยู่กับว่า สถานะลูกเป็นแบบไหน เหลือเก็บเยอะ ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย แต่ที่ จขกท. ว่ามา รายได้-จ่าย
ยังไม่ค่อยพอ ทำให้เครียด แบบนี้ ปฏิเสธ น่าจะดีที่สุด
จขกท. เคยเล่าสถานะการเงินให้ท่านฟังหรือไม่ บางทีภาพลักษณ์ ที่มีทำให้ท่านคิดว่าคุณเหลือเก็บเยอะ
คอนโดผ่อนเดือนละ 30,000 มีร้านค้า มีลูกจ้าง ท่านอาจคิดว่าคุณอยู่ดีมีสุข เหลือเก็บมากมาย
3. ถ้าพอจะให้ท่านได้โดยไม่เดือดร้อนก็ให้เถอะ บ้าน เราหาเก็บเอง ซื้อเอง ภูมิใจกว่าเยอะ คุณก็คงรู้
ก็ซื้อคอนโดแล้วนี่ หาได้มาเองสบายใจกว่า ว่าแต่ พี่น้อง สองสาว ของคุณให้เงินท่านบ้างหรือไม่อย่างไร
แล้วคุณประเมินว่ามันจะพอให้ท่านใช้จ่ายหรือไม่
ทางที่ดี บอกท่านไปตามตรงว่าคุณอาจจะไม่ไหว เพราะภาระที่มีอยู่ก็ทำให้เครียดมากอยู่แล้ว สถาณการณ์อาจดีขึ้น
แสดงความคิดเห็น
ผมควรเอาบ้านหลังนี้ไหม
อีกหลังปล่อยเช่าอยู่ที่ 6,000/เดือน และชื่อเจ้าของของบ้านที่ปล่อยเช่าพ่อผมยกให้เป็นมรดกชื่อผมแต่โฉนดพ่อเก็บไว้นะ
แต่ก็ยังปล่อยเช่าอยู่จน (เงินค่าเช่าพ่อแม่เก็บ) ไม่นานมานี้คนเช่าจะย้ายออกและพ่อบอกผมว่าให้ย้ายมาอยู่บ้านหลังที่ปล่อยเช่านี้
และถ้าย้ายมาแล้วผมต้องจ่ายส่วนที่คนเช่าก่อนนั้นให้กับพวกเขาและรับผิดชอบทุกค่าใช้จ่ายของบ้านหลังนี้
ทั้งประกันและค่าซ่อมแซมบ้านซึ่งบ้านหลังนี้เมื่อคนเช่าเก่าย้ายไปแล้ว สภาพบ้านดูแย่มากครับ ต้องทำอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ
อาจจะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 5-6 แสนในการซ่อมแซมบ้าน ซึ่งผมกับแฟนก็คุยกันว่าอาจจะทำบ้านช้าหน่อยอีก 6 เดือนน่าจะพร้อมเพราะขอเก็บเงินก่อนแต่พ่อแม่ผมก็เหมือนว่าจะให้ผมและแฟนเข้าไปซ่อมแซมบ้านเลยและในระหว่างนี้ที่ยังไม่ซ่อมและยังไม่ได้เข้าไปอยู่ก็จ่ายเงินให้พวกท่านเพิ่มด้วยเดือนละ 6,000 และค่าน้ำค่าไฟของบ้านหลังนี้ด้วย
ผมก็เสนอไปว่าอย่างนั้นให้พ่อแม่ปล่อยเช่าไปก่อน 6 เดือนก็ได้นิ พ่อแม่ผมก็บอกว่าถ้าให้เช่า 6 เดือนอย่าให้เช่าเลยดีกว่าสงสารคนเช่า (คิดในใจแล้วไม่สงสารลูกตัวเองหรอ???)
ตอนนี้เครียดมากครับ บอกปัดก็ไม่ได้เหมือนโดนบังคับแนวเผด็จการ แต่ถ้าเอาบ้านมาก็ต้องเสียเงินเยอะแยะไหนจะต้องเสียรายเดือนให้พ่อแม่อีกทั้งที่ยังไม่ได้อยู่แถมต้องซ่อมบ้านด้วยเงินตัวเองอีก และพ่อผมย้ำนักย้ำหน่าว่า 6,000 อย่าคิดว่าเป็นค่าเช่าบ้านแต่ให้คิดว่าเป็นเงินเลี้ยงดูพ่อกับแม่ (อยากจะบอกพ่อว่ามันไม่ทันแล้วเหอะ คิดไปนานและ)
ไม่ถามลูกสักคำว่าไหวไหม พร้อมหรือเปล่า ทุกวันนี่ผมอยู่คอนโดครับยังต้องผ่อนแบงค์อยู่เดือนละ 30,000 เปิดร้านค้าขายของกับแฟนค่าเช่าเดือนนึงก็หลายหมื่นอยู่ ค่าจ้างเด็กอีก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวกับแฟนรวมๆแล้วเดือนนึงต้องหาเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 สารภาพเลยว่าเครียดครับ