อย่างน้อยควรจะมีความฉงนใจอยู่บ้าง กับคำพิจารณา ของ ตลก. ที่ผ่านมาสักเล็กน้อย เพื่อทำความเข้าใจ กับสถานะการณ์ในขณะนี้ รวมทั้งสิ่งที่กำลังจะบังเกิดในอนาคตอันสั้นและยาว ที่มาขององค์ประกอบ ตลก. (ถ้าดูจากคุณสมบัติใน รธน.๕๐) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนิติศาสตร์ในระดับสูงทั้งสิ้น อันความเหมาะสมในการแต่ตั้ง ของผู้แต่งตั้งจะเสมือนกับการมอบหมายให้ ทนายความสู้คดี อันมิได้อยู่ที่ความมีคุณวุฒิ แต่จะอยู่ที่ความสามารถใช้คุณวุฒิปกป้อง ลูกความ ตามกฏกฎิกาเพื่อให้หลุดพ้นคดี นั่นเอง ในเมื่อความต้องการที่จะผดุงรักษา รธน.๕๐ ที่เป็นลูกความตัวจริงของ ตลก. ด้วยเหตุนี้นี่เอง ทำให้คำวินิจฉัยของ ตลก. และแนวทางสถานะการณ์ จึงได้ออกมาอย่างที่เห็น ครับ
การลงดาบ ของ ตลก. ในจุดประสงค์เพื่อถอดถอน รบ. หรือ พรรคการเมืองที่มาจาก ปชช. อันจาก ประสพการณ์ที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ แต่ที่จนบัดนี้ยังมิกระทำลงไป เพราะไม่มีความต้องการอำนาจยึดครองในความเสียหายจากการใช้กำลังปฎิวัติต่างหาก การปฎิวัติด้วยกฏกฎิกา (รธน.) เป็นลักษณะแยบยลที่คล้ายคลึงมาก กับ การยึดอำนาจในเยอรมันนีก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง อัน ตลก. ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายสามารถเล่นแร่แปลธาตุในการชี้ความผิดใน รธน.๕๐ ม.๖๘ ที่พลิกแปลออกไปจากลักษณะตีความปรกติ อย่างที่ปรากฏ และโดยมิสามารถโต้แย้งได้ด้วยประการทั้งปวง แน่ล๊ะนักวิชาการหลายท่านสามารถเห็นต่างตามหลักยุติธรรมปรกติได้ แต่ในเมื่อตามสิทธิอำนาจเขาต้องการจะแปลอย่างนี้ มิใช่ว่าไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ตราบใดที่เขายังมีสิทธิอำนาจอยู่ในมือ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องยอมรับให้ถือว่าเป็นความชอบธรรม ครับ
สิ่งที่ลึกลงไปกับผลของคำพิจารณาของ ตลก. ไม่น่าจะอยู่ที่การลงดาบกับ สส. สว. ผู้ถูกร้อง แต่น่าจะเป็นลักษณะสยบทัพ นปช. เพราะการยั่วยุให้รวมพลังของ นปช. ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การใช้กำลังในการยึดอำนาจจะเป็นไปได้ยากและมีเสียมากกว่าได้ ในเมื่อความจำเป็นต้องปลุกผีเพื่อหาข้อสรุปให้มาปรากฏ ก็จำเป็นต้องมีวิธีการไล่ผีเตรียมพร้อมไปด้วย คาถาไล่ผีก็คือคำวินิจฉัยของ ตลก. นั่นเอง ในขณะเดียวกัน ในวันที่ ๒๔ พ.ย. ที่พยายามแสดงความกดดันท้าทายต่อ จนท.รัฐ ถึงขีดอำนาจการรับสถานะการณ์วิกฤติภายใน รวมทั้งจุดบังคับที่เพียงระดับ ผู้ว่า กทม. สามารถประกาศใช้ กฏอัยการศึก ได้ หรือการพยายามเบนบังคับให้การต่อสู้ของระบบชนชั้นให้กลับเข้าสู่ การใช้กฎิกาและวิถีทาง ของผู้กำหนด อันหมายถึง รธน.๕๐ โดยไม่มีข้อแม้ ครับ
ผู้มีอำนาจ (ชนชั้นสูง) ในสังคมที่เป็นประเทศจะบังเกิดมิได้ ถ้าไม่มีผู้อยู่ใต้อำนาจ (ชนชั้นต่ำ) สมยอมรองรับ ฉนั้นการต่อสู้โดยตรงระหว่างชนชั้นในขั้นแตกหัก หรือการใช้อริยขัดขืนของ ชนชั้นต่ำในขณะนี้เป็นอันตรายสูงสุดต่อการคงไว้ซึ่งอำนาจ ด้วยเหตุนี้นี่เอง ก็น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่มีการสร้าง ทัพลวงพราง หรือฝ่ายที่พยายามปลุกปั่นเพื่อโค่นล้ม รบ.ที่มาจาก ปชช. ขึ้นมา ในเมื่อท่อเลี้ยงมีไม่อั้นก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่สามารถจะเป็นแรงหนุนที่สามารถสร้าง ทัพลวงพราง จากผู้ที่ไม่มีทางเลือก (งูเห่า) ขึ้นมาได้ ในขณะเดียวกันก็จะใช้ กรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเวทีแสดงถึงความเสื่อมสัทธาต่อระบบ นิติบัญญัติและบริหาร อันในจุดที่จะลงดาบ ก็จะขาดพลังต่อต้าน อย่างในการพยายามให้ พรรค รบ.แตกแยกจาก ปชช. รวมทั้งจากการพยายามรักษาความ สันติอหิงสาของ นปช. ทำให้เกิดการแตกพลังสนับสนุนภายใน ขึ้นมาในขณะนี้ เพราะความแตกแยกของ ผู้อยู่ใต้อำนาจ (ชนชั้นต่ำ) ก็คือข้อประกันกับความอยู่รอดของ ผู้มีอำนาจ (ชนชั้นสูง) ครับ
แยกแยะถึงความเป็นธรรมและยุติธรรมในระบบ หรือแตกแยกกันต่อไปเถอะครับ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ ประเทศชาติแบบไทยๆ ในระบบดั้งเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง เป็นมรดกฝังแน่นให้กับลูกหลานต่อๆ ไป แต่ถ้าจะให้การต่อสู้กับระบบชนชั้นที่เลี่ยงไม่ได้สิ้นสุดลง ควรจะถามว่า ควรกระทำในวันนี้ หรือส่งให้เป็นภาระของลูกหลาน ครับ
ยุทธวิธีแยบยลสยบศึก เพื่อความอยู่รอดของกลุ่มชนชั้นสูง
การลงดาบ ของ ตลก. ในจุดประสงค์เพื่อถอดถอน รบ. หรือ พรรคการเมืองที่มาจาก ปชช. อันจาก ประสพการณ์ที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ แต่ที่จนบัดนี้ยังมิกระทำลงไป เพราะไม่มีความต้องการอำนาจยึดครองในความเสียหายจากการใช้กำลังปฎิวัติต่างหาก การปฎิวัติด้วยกฏกฎิกา (รธน.) เป็นลักษณะแยบยลที่คล้ายคลึงมาก กับ การยึดอำนาจในเยอรมันนีก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง อัน ตลก. ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายสามารถเล่นแร่แปลธาตุในการชี้ความผิดใน รธน.๕๐ ม.๖๘ ที่พลิกแปลออกไปจากลักษณะตีความปรกติ อย่างที่ปรากฏ และโดยมิสามารถโต้แย้งได้ด้วยประการทั้งปวง แน่ล๊ะนักวิชาการหลายท่านสามารถเห็นต่างตามหลักยุติธรรมปรกติได้ แต่ในเมื่อตามสิทธิอำนาจเขาต้องการจะแปลอย่างนี้ มิใช่ว่าไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ตราบใดที่เขายังมีสิทธิอำนาจอยู่ในมือ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องยอมรับให้ถือว่าเป็นความชอบธรรม ครับ
สิ่งที่ลึกลงไปกับผลของคำพิจารณาของ ตลก. ไม่น่าจะอยู่ที่การลงดาบกับ สส. สว. ผู้ถูกร้อง แต่น่าจะเป็นลักษณะสยบทัพ นปช. เพราะการยั่วยุให้รวมพลังของ นปช. ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การใช้กำลังในการยึดอำนาจจะเป็นไปได้ยากและมีเสียมากกว่าได้ ในเมื่อความจำเป็นต้องปลุกผีเพื่อหาข้อสรุปให้มาปรากฏ ก็จำเป็นต้องมีวิธีการไล่ผีเตรียมพร้อมไปด้วย คาถาไล่ผีก็คือคำวินิจฉัยของ ตลก. นั่นเอง ในขณะเดียวกัน ในวันที่ ๒๔ พ.ย. ที่พยายามแสดงความกดดันท้าทายต่อ จนท.รัฐ ถึงขีดอำนาจการรับสถานะการณ์วิกฤติภายใน รวมทั้งจุดบังคับที่เพียงระดับ ผู้ว่า กทม. สามารถประกาศใช้ กฏอัยการศึก ได้ หรือการพยายามเบนบังคับให้การต่อสู้ของระบบชนชั้นให้กลับเข้าสู่ การใช้กฎิกาและวิถีทาง ของผู้กำหนด อันหมายถึง รธน.๕๐ โดยไม่มีข้อแม้ ครับ
ผู้มีอำนาจ (ชนชั้นสูง) ในสังคมที่เป็นประเทศจะบังเกิดมิได้ ถ้าไม่มีผู้อยู่ใต้อำนาจ (ชนชั้นต่ำ) สมยอมรองรับ ฉนั้นการต่อสู้โดยตรงระหว่างชนชั้นในขั้นแตกหัก หรือการใช้อริยขัดขืนของ ชนชั้นต่ำในขณะนี้เป็นอันตรายสูงสุดต่อการคงไว้ซึ่งอำนาจ ด้วยเหตุนี้นี่เอง ก็น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่มีการสร้าง ทัพลวงพราง หรือฝ่ายที่พยายามปลุกปั่นเพื่อโค่นล้ม รบ.ที่มาจาก ปชช. ขึ้นมา ในเมื่อท่อเลี้ยงมีไม่อั้นก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่สามารถจะเป็นแรงหนุนที่สามารถสร้าง ทัพลวงพราง จากผู้ที่ไม่มีทางเลือก (งูเห่า) ขึ้นมาได้ ในขณะเดียวกันก็จะใช้ กรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเวทีแสดงถึงความเสื่อมสัทธาต่อระบบ นิติบัญญัติและบริหาร อันในจุดที่จะลงดาบ ก็จะขาดพลังต่อต้าน อย่างในการพยายามให้ พรรค รบ.แตกแยกจาก ปชช. รวมทั้งจากการพยายามรักษาความ สันติอหิงสาของ นปช. ทำให้เกิดการแตกพลังสนับสนุนภายใน ขึ้นมาในขณะนี้ เพราะความแตกแยกของ ผู้อยู่ใต้อำนาจ (ชนชั้นต่ำ) ก็คือข้อประกันกับความอยู่รอดของ ผู้มีอำนาจ (ชนชั้นสูง) ครับ
แยกแยะถึงความเป็นธรรมและยุติธรรมในระบบ หรือแตกแยกกันต่อไปเถอะครับ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ ประเทศชาติแบบไทยๆ ในระบบดั้งเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง เป็นมรดกฝังแน่นให้กับลูกหลานต่อๆ ไป แต่ถ้าจะให้การต่อสู้กับระบบชนชั้นที่เลี่ยงไม่ได้สิ้นสุดลง ควรจะถามว่า ควรกระทำในวันนี้ หรือส่งให้เป็นภาระของลูกหลาน ครับ