ใกล้คลอด แต่พ่อของลูกติดยา

กระทู้สนทนา
เราอยู่กับแฟนเรามา 7 ปี  อยู่ด้วยกันก่อนเกือบปี  แฟนเราเขาเด็กว่าเรา 9 ปี เรา 35 แฟนเรา 26  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเพราะเขาเด็กก็เป็นได้หรือเราอาจแก่เกินกว่าจะเข้าใจ......
ตอนนี้ใกล้คลอดแล้ว (เข้าเดือนที่ 8 จะคลอด สิ้นปีนี้แล้ว) แต่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้  คนที่กำลังจะเป็นพ่อของลูกที่อีกเดือนกว่า ๆ เขาออกมาสู่โลกใบนี้แล้ว  มันคือความโชคร้าย หรือ ดวงซวยของคนเป็นแม่กันแน่  เมื่อวันเสาร์ที่แล้วเรากับจากทำงาน เจอ อุปกรณ์ดูดยาบ้าให้ห้องน้ำ  เราทำอะไรไม่ถูก พยายามตั้งสติ เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอ  เราเจอของพวกนี้มาหลายครั้งแรก และเคยคุยกันแล้วว่า ให้เลิก เขาก็รับปากว่าจะเลิก  จนเมื่อวันเสาร์ที่เราเจออีก  ครั้งนี้เราไม่พูดอะไรเลย  เราเก็บของนั้น แล้วไปหาพ่อ กับ แม่เขา  เราไม่รู้ว่าที่เราบอกพ่อ แม่ เราทำถูกหรือผิด  แต่พ่อเขา รู้มานานแล้ว แต่ท่านก็ไม่ได้ บอกให้เรารู้  จนวันนั้นที่เรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว

แม่เขาก็มาว่าเขา เราออกมานั้งข้างนอกไม่อยากได้ยิน  แม่เขาเดินมาบอกเราว่า มันบอกมันลองครั้งแรก  เรารู้สึกเหมือนอะไรมาปักที่อก  เราเลยบอกว่าจริงทุกอย่าง ว่าเราเจอมาหลายครั้งแล้ว และคิดว่าคุยแล้ว จะเลิกจนครั้งนี้ เราไม่ไหวแล้ว เราเหนื่อยแล้ว ตอนที่เราพูดกับแม่เขา เรารู้สึกท้องมันแข็งมาก เราคิดว่าลูกเราเขาคงรับรู้ความรู้สึกเรา หรืออาจเพราะเราเครียด เราพยายามนึกถึงพระ นึกถึงลูกในท้อง เรากลัวเขาไม่สมประกอบ พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล จุกเหลือเกิน

วันอาทิตย์ที่บ้านเราตักบาตร เรากลับบ้านกับลูก นั่งแท็กซี่กลับ แม่แฟนเขาขอว่าอย่าให้แม่เรารู้นะ เราก็รับปากท่าน  เราไม่เคยเล่าสิ่งที่เราต้องเจอให้แม่เราฟังเลย  แม่เราจะอยู่กับลูกคนโตของเรา พอดีเราเป็นลูกคนเดี่ยว    แม่เราเขามาเราว่า แฟนเราจะมารับหรือป่าว เราเลยถามแม่ว่าทำไม
แม่เราเขาจะให้ปะยางรถมอเตอร์ไซค์ เราเลยโทรไปบอกแฟนเราตอนประมาณ 10.00 น.   เรารอจน 13.00 น. ก็ยังไม่มา แม่เราก็รอ  เราเลยพาลูกกลับ แล้วเรารอแท็กซี่อีก ประมาณ บ่าย 2 กว่าๆ แล้ววันนั้นหมอนัดอีก เราไปหาหมอกับลูกคนที่2   ที่โรงพยาบาล  ลูกเราถามเราว่าใครจะมารับเราสงสารเขา เราเลยบอกว่า กลับแท็กซี่  ลูกเราขอโทรหาย่าเขา เขาก็บอกกับย่าว่าอยู่โรงพยาบาล แม่มาหาหมอ ลูกเราบอกว่า ย่ามารับหนูด้วย  ย่าก็จะมารับ เราเลยบอกไปว่าไม่รู้เสร็จกี่โมงยังไม่ได้ตรวจเลย เดี่ยวกับแท็กซี่เอง  (พอดีรถเราเอาเข้าอู่)  วันนั้นเรารู้สึก ว่า ทำไม รถเราก็มี น้ำพักน้ำแรงเราเหมือนกัน แต่ทำไมต้องนั่งแท็กซี่ด้วย  เราเห็นคนอื่น มากับแฟน เขาดูมีความสุขจัง    ลูกเรานั่งข้าง ๆ จู่ ๆ เขาก็มากอดเรา แล้วบอกว่าหนูรักแม่นะครับ  คนที่นั่งคอยหมอ เขาก็หันมามองแล้วก็ยิ้ม เราบอกไม่ถูกว่าตอนนั้นรู้สึกอย่างไร น้ำตาคลอ
ทั้งที่ทำงานและที่บ้านเราไม่เคยมีใครรู้ว่าเราเจอเรื่องแบบนี้ ที่ทำงานยิ่งไม่รู้เลย คุยและหัวเราะปกติ ไม่มีเศร้าเลย ทั้ง ๆ ที่ น้ำตาตกในอยู่แท้ ๆ
เมื่อวานพ่อแฟนเราท่านมาที่ เราปิดร้านแล้ว พ่อพูดอีก ว่าเลิกไหม  ท่านก็พูด ว่า “ กูเลี้ยงพวกมาด้วยน้ำนม ทำให้พ่อ ให้แม่ต้องร้องไห้ เสียน้ำตา  กูรู้มานานแล้ว คนแถวนี้เขาก็รู้เขาพูดให้กูฟังมานานแล้ว  จะเลิกไหม”  พ่อพูดเยอะมา ท่านก็ไม่เขามาข้างในนะ  (ที่เราอยู่จะเป็นหอพัก คือบ้านแฟนเราเขามีหอหลายหอ  เราก็ขายของอยู่ข้างล่างและดูแลหอด้วย)   แฟนเราก็พูดกับเราเห็นหรือยัง ที่นี้ไม่มีปากพูดเหรอ  พูดว่าเรา ว่าเราเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด  พ่อเขาพูดเยอะมาก ประมาณ เกือบ 20 นาที ก็กลับไป  แฟนเรามองเรา อย่างกับจะกินเลือด กินเนื้อ แล้วก็พูดว่า ที่อยู่ได้เพราะ พ่อแม่เขาคุ้มกะลาหัวอยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ เขาก็พูดอีกว่าผัวเมียกันทำไมไม่คุยกัน เราก็พูดว่า ก็คุยแล้ว และเคยคิดที่จะเลิกบ้างหรือป่าว
เขาก็ยังพูด อยู่  เราเลยพูดว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เราผิดเหรอ   เราก็เงียบไม่อยากพูดอะไรแล้ว ไม่อยากให้ลูกเห็น    มันบรรยายไม่ถูกจริง ๆ ว่าความรู้สึกเป็นอย่างไร  

เมื่อกี้แม่แฟนเราโทรมาถามว่าเอายาให้กินหรือยัง (แม่เขาไปซื้อมาจากร้านขายยา) เราก็บอกว่ายัง  
เราไม่อยากคุย ไม่อยากจะอะไรแล้ว  พยายามนึกถึงลูก เพราะเราเองก็ยังไม่รู้ ว่า จะทำอย่างไรกับชีวิตตอนนี้  ไม่อยากกลับไปเจอหน้า แต่ลูกเราคนที่ 2 อยู่นี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่