พลันที่มีแถลงการณ์จาก "สภาการหนังสือพิมพ์" พลันที่มีแถลงการณ์จากคณาจารย์อันนำโดย นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ประสานเข้ากับ นายสุรพล นิติไกรพจน์
ภาพแห่งการเคลื่อนไหวก่อนรัฐประหาร 2549 ก็ฉายชัด
ฉายชัดเหมือนการป่าวร้องระดมพ่อค้า แม่ค้า และนักธุรกิจชาวสีลมนัดแสดงพลังด้วยการประกาศบนเวทีปราศรัย ณ สามเสน
สำทับด้วยเฟซบุ๊กของ นายกรณ์ จาติกวณิช
"ขอเชิญชวนให้ชาวสีลมที่ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายล้างผิดให้คนโกงออกมาเป่านกหวีดพร้อมกัน 1 นาที"
สำทับด้วยคำประกาศ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก
"เวลา 10.00 น. วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน กลุ่มราชนิกูลทุกราชสกุลจะประชุมกันและออกแถลงการณ์"
งานนี้นำโดย พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล
ภาพแห่งการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2549 เป็นต้นมา ก็เหมือนกับได้รับการรี-รันอีกคำรบ 1
เพียงแต่ "รี-รัน" โดยไม่มี "พันธมิตร"
ไม่ว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ไม่ว่านายสมศักดิ์ โกศัยสุข ไม่ว่า นายพิภพ ธงไชย คง "ซาโตริ"
ที่เห็นยก "มือตบ" กันอย่างคึกคัก "เป็นใคร"
คำว่า "เป็นใคร" ในที่นี้มิได้ดำรงอยู่อย่างโดดๆ หากแต่สามารถต่อสายยาวไปยังกลุ่มกำลังทางการเมืองใด
สถานการณ์ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ย่อมเป็นคำตอบ
สถานการณ์การเคลื่อนไหวใหญ่จากเดือนพฤษภาคมเรื่อยมาจนถึงเดือนธันวาคม 2551 คงเป็นคำตอบ
"มวลชน" อันงามตา คือ "มหา" สกลไกร จริงๆ
เพียงแต่เป็นมวลชนของใคร เพียงแต่พรรคการเมืองใดเป็นผู้ผลักดันและช่วยในการเติมคนให้กระทั่งเป็นกอบเป็นกำ
บัดนี้เห็นได้ที่ "สามเสน"
บรรดาคนดีทั้งหลายที่เคยห้อมล้อมอยู่โดยรอบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็หันมาห้อมล้อมอยู่โดยรอบ "ประชาธิปัตย์" ภายใต้การนำของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มิใช่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล มิใช่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
ทุกอย่าง "เหมือนเดิม" เหมือนก่อน" กันยายน 2549"
การเคลื่อนไหวในห้วงก่อนเดือนกันยายน 2549 การเคลื่อนไหวในห้วงก่อนเดือนธันวาคม 2551 และการเคลื่อนไหวในเดือนพฤศจิกายน 2556
เหมือนกัน
เรียกตามภาษาทางการทหารก็คือ การปูทางและสร้างเงื่อนไข การระดมคนเข้ามาเรือนพันเรือนหมื่นและตั้งเป้าหมายให้บรรลุเรือนแสน
ก็เพื่อ "ผลักดัน" และ "เรียกร้อง"
เหมือนกับเป็นการผลักดันต่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เหมือนกับเป็นการเรียกร้องต่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
แต่ความเป็นจริง-มิใช่
การเคลื่อนไหวนับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2549 เป็นต้นมา คำตอบเห็นได้จากการรัฐประหารในเดือนกันยายน การเคลื่อนไหวนับแต่เดือนพฤษภาคม 2551 คำตอบเห็นได้จากคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในเดือนธันวาคม
แต่การเคลื่อนไหวในเดือนพฤศจิกายน 2556 คำตอบอยู่ตรงไหน
เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จะรู้ดี หากแต่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็รู้ดี
นี่คือกระบวนการ "ปูทาง" และสร้าง "เงื่อนไข"
จากนี้จึงเห็นได้ว่า ยัง "เร็ว" เกินไปที่จะมี "คำตอบ" หรือให้ "คำตอบ" ในทางใด ทางหนึ่ง
บ้านเมืองเคยบอบช้ำมาแล้วจากสถานการณ์เมื่อเดือนกันยายน 2549 ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่บังเกิดความบอบช้ำอีกครั้งจากการเคลื่อนไหวเดือนพฤศจิกายน 2556
7 ปีแล้วแต่ "นิ้ว" ก็ยัง "ชี้" ใส่คนอื่น
(ที่มา:มติชนรายวัน 4 พ.ย.2556)
=====================================
คำตอบ คำถาม สถานการณ์ พ.ศ.2556 ย้อนกลับ 2549
พลันที่มีแถลงการณ์จาก "สภาการหนังสือพิมพ์" พลันที่มีแถลงการณ์จากคณาจารย์อันนำโดย นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ประสานเข้ากับ นายสุรพล นิติไกรพจน์
ภาพแห่งการเคลื่อนไหวก่อนรัฐประหาร 2549 ก็ฉายชัด
ฉายชัดเหมือนการป่าวร้องระดมพ่อค้า แม่ค้า และนักธุรกิจชาวสีลมนัดแสดงพลังด้วยการประกาศบนเวทีปราศรัย ณ สามเสน
สำทับด้วยเฟซบุ๊กของ นายกรณ์ จาติกวณิช
"ขอเชิญชวนให้ชาวสีลมที่ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายล้างผิดให้คนโกงออกมาเป่านกหวีดพร้อมกัน 1 นาที"
สำทับด้วยคำประกาศ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก
"เวลา 10.00 น. วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน กลุ่มราชนิกูลทุกราชสกุลจะประชุมกันและออกแถลงการณ์"
งานนี้นำโดย พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล
ภาพแห่งการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2549 เป็นต้นมา ก็เหมือนกับได้รับการรี-รันอีกคำรบ 1
เพียงแต่ "รี-รัน" โดยไม่มี "พันธมิตร"
ไม่ว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ไม่ว่านายสมศักดิ์ โกศัยสุข ไม่ว่า นายพิภพ ธงไชย คง "ซาโตริ"
ที่เห็นยก "มือตบ" กันอย่างคึกคัก "เป็นใคร"
คำว่า "เป็นใคร" ในที่นี้มิได้ดำรงอยู่อย่างโดดๆ หากแต่สามารถต่อสายยาวไปยังกลุ่มกำลังทางการเมืองใด
สถานการณ์ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ย่อมเป็นคำตอบ
สถานการณ์การเคลื่อนไหวใหญ่จากเดือนพฤษภาคมเรื่อยมาจนถึงเดือนธันวาคม 2551 คงเป็นคำตอบ
"มวลชน" อันงามตา คือ "มหา" สกลไกร จริงๆ
เพียงแต่เป็นมวลชนของใคร เพียงแต่พรรคการเมืองใดเป็นผู้ผลักดันและช่วยในการเติมคนให้กระทั่งเป็นกอบเป็นกำ
บัดนี้เห็นได้ที่ "สามเสน"
บรรดาคนดีทั้งหลายที่เคยห้อมล้อมอยู่โดยรอบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็หันมาห้อมล้อมอยู่โดยรอบ "ประชาธิปัตย์" ภายใต้การนำของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มิใช่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล มิใช่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
ทุกอย่าง "เหมือนเดิม" เหมือนก่อน" กันยายน 2549"
การเคลื่อนไหวในห้วงก่อนเดือนกันยายน 2549 การเคลื่อนไหวในห้วงก่อนเดือนธันวาคม 2551 และการเคลื่อนไหวในเดือนพฤศจิกายน 2556
เหมือนกัน
เรียกตามภาษาทางการทหารก็คือ การปูทางและสร้างเงื่อนไข การระดมคนเข้ามาเรือนพันเรือนหมื่นและตั้งเป้าหมายให้บรรลุเรือนแสน
ก็เพื่อ "ผลักดัน" และ "เรียกร้อง"
เหมือนกับเป็นการผลักดันต่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เหมือนกับเป็นการเรียกร้องต่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
แต่ความเป็นจริง-มิใช่
การเคลื่อนไหวนับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2549 เป็นต้นมา คำตอบเห็นได้จากการรัฐประหารในเดือนกันยายน การเคลื่อนไหวนับแต่เดือนพฤษภาคม 2551 คำตอบเห็นได้จากคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในเดือนธันวาคม
แต่การเคลื่อนไหวในเดือนพฤศจิกายน 2556 คำตอบอยู่ตรงไหน
เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จะรู้ดี หากแต่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็รู้ดี
นี่คือกระบวนการ "ปูทาง" และสร้าง "เงื่อนไข"
จากนี้จึงเห็นได้ว่า ยัง "เร็ว" เกินไปที่จะมี "คำตอบ" หรือให้ "คำตอบ" ในทางใด ทางหนึ่ง
บ้านเมืองเคยบอบช้ำมาแล้วจากสถานการณ์เมื่อเดือนกันยายน 2549 ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่บังเกิดความบอบช้ำอีกครั้งจากการเคลื่อนไหวเดือนพฤศจิกายน 2556
7 ปีแล้วแต่ "นิ้ว" ก็ยัง "ชี้" ใส่คนอื่น
(ที่มา:มติชนรายวัน 4 พ.ย.2556)
=====================================