e-mail : bcheewatragoongit@yahoo.com
เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควรทีเดียวครับ กับการโชว์วิสัยทัศน์ ชงอนาคตที่เลือกได้ของ
หนุ่มมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ...เห็นหรือยังว่าเมื่อคิดให้มันเข้าท่า พูดให้มันสุภาพ
ก็สามารถเรียกเรตติ้งได้กระฉูดดีกว่ากล่าวคำผรุสวาทตั้งแยะ นี่จึงเป็น Lesson Learned
ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านคงต้องเก็บไว้ใน Long Term Memory โดยมิพักต้องไปวิเคราะห์
อะไรให้เสียเวลาอีก
อดคิดไม่ได้ว่าใครนะช่างใจร้ายเป็นกุนซือให้คุณอภิสิทธิ์ขึ้นไปแสดงบท "ผู้นำม็อบ" อยู่บน
เวทีผ่าความจริงเสียเป็นวรรคเป็นเวร ช่วยตรวจสอบลึกๆ หน่อยว่านี่เป็นแผนฆ่าหัวหน้าพรรค
ที่อนาคตก็ไม่สู้จะสดใสนักให้จมดิ่งหนักข้อขึ้นไปอีกหรืออย่างไร ดีนะที่กลับลำทัน อย่างที่
หน้า 3 ไทยรัฐฉบับวันที่ 24 กันยายน จั่วหัวว่า..."กลับฝั่งหลังออกทะเล" นั่นแหละครับ
Welcome back to the club ครับ ท่านอดีตนายกฯอ๊อกซฟอร์ด การนำเสนอสิ่งที่ (คิดว่า)
ดีกว่านี่ต่างหากที่สังคมไทยเฝ้ารออยู่ พรรคประชาธิปัตย์มีขุนพลระดับยอดเยี่ยมก็หลายคน
อย่างเรื่องโครงสร้างพื้นฐานนี้ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ก็ไม่แพ้ใครในตองอู เสียดายที่ถูก
นำไปซุกไว้ตรงซอกไหนก็ไม่ทราบ แล้วงัดเอาตัวโกง หน้าดำ รูปร่างประหลาดๆ ออกมา
อาละวาดบาดทะลวงทั้งในและนอกสภา เล่นเอาประดาแฟนานุแฟนสะดุ้งโหยงไปตามๆ กัน...!
ผินพักตร์กลับไปดูโครงการ "อนาคตที่เลือกได้ อนาคตไทยเข้มแข็ง 2020" ที่ต้องใช้เงิน
ประมาณ 2 ล้านล้าน ใกล้เคียงกับเมกะโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์
ของรัฐบาล ก็พบว่าเป็นโครงการที่ครอบคลุมทั้งด้าน คมนาคม ศึกษา สาธารณสุข และ
ชลประทานเพื่อการเกษตร โดยเม็ดเงินกว่าครึ่งหนึ่งจะถูกจัดสรรลงไปในในการพัฒนา
โครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคม (คล้ายของเพื่อไทย แต่ใช้เงินน้อยกว่าประมาณ
1.2 ล้านล้าน) ที่เหลืออีกแปดแสนล้าน เป็นการศึกษาเสีย 4 แสนล้าน การสาธารณสุข
และชลประทานอีกอย่างละ 2 แสนล้านบาท
ผมชื่นชมตรงที่ข้อเสนอนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีในระบอบประชาธิปไตย เมื่อทำเป็นนโยบายแล้ว
ประชาชนจะเลือกใคร ก็ให้เป็นอำนาจของประชาชน ข้อสำคัญ หลังเลือกตั้งเสร็จ คงต้อง
(พยายาม) เคารพเสียงประชาชน นี่เป็น "จุดอ่อน-Weakest Link" ที่ชัดเจนที่สุดของพรรค
ประชาธิปัตย์ และก็แปลกที่พรรคไม่เคยรู้ตัว หลังแพ้เลือกตั้ง สมาชิกทั้งหัวหงอกหัวดำต่าง
ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันหมด ว่าพรรคแพ้เพราะเขาซื้อเสียง ...ถ้าประชาธิปัตย์ก้าวข้ามจุด
นี้ไปได้อีกเปลาะหนึ่ง พรรคก็จะดูดีขึ้นอีกมากมายก่ายกอง
ในฐานะนักวิชาการด้านการจัดการเชิงยุทธศาสตร์ ผมมองว่าโครงการไทยเข้มแข็ง 2020
ของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีจุดโฟกัสครับ ดูคล้ายการจัดงบประมาณประจำปีให้กับ 4 กระทรวง
คือ คมนาคม ศึกษา สาธารณสุข และเกษตรฯ เสียมากกว่า เป็นงบประมาณในลักษณะงาน
Routine แทนที่จะเป็นงานยุทธศาสตร์ โครงการหรือแผนงานเชิงกลยุทธ์ควรจัดทำงบประมาณ
แบบ Project Based Budgeting ที่มุ่งหวังผลลัพธ์ (Output) ที่ชัดเจนอันหนึ่ง
การไม่มีเป้าหมายที่แน่ชัด ขาดการศึกษาในรายละเอียด และยังไม่มีที่มาที่ไป ทำให้โครงการ
ดูยังหละหลวมอยู่ ต่างจากของคุณชัชชาติซึ่งมีจุดมุ่งหมายชัดมากในการที่จะสร้างสมรรถนะ
(Competencies)ด้านการคมนาคมขนส่งให้กับชาติ ในสถานการณ์ที่ AEC เปิด ภายใต้
ยุทธศาสตร์ Connectivity เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มประเทศในแถบอุษาคเนย์เข้าด้วยกัน และวาง
ตำแหน่งประเทศไทยเป็น "นครหลวงของอาเซียน-Capital of Asean" ทำนองเดียวกับประเทศ
เบลเยียมใน EU
โครงการลักษณะนี้จำเป็นต้องใช้งบประมาณต่างหาก ไม่ใช่งบประจำ (Ongoing Budget)
และประเมินโครงการด้วยผลประโยชน์ของชาติในองค์รวม (Overall Benefit) เทียบกับต้นทุน
ทั้งสิ้น (Overall Cost) ที่ลงไป ไม่ใช่การควบคุม Expense แบบงาน routine ครับ
อีกเหตุผลหนึ่งที่โครงการเชิงยุทธศาสตร์ ต้องใช้เงินนอกงบประมาณประจำปีก็เพราะโครงการ
เหล่านี้ต้องการเงินจำนวนมากในการพัฒนาความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง การกู้ก็เพื่อให้
โครงการสามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาที่เหมาะสม (คล้ายเรากู้เงินสร้างบ้าน) ถ้าจะให้รอจนเก็บเงิน
ได้ครบแล้วจึงค่อยสร้าง โอกาสด้านเศรษฐกิจที่ประเทศของเราจะได้จากการเป็นศูนย์กลาง
อาเซียนคิดเป็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาลก็อาจหลุดลอยไป...!
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันดูแลก็คือ "ความโปร่งใส"
ของการใช้เงินขณะพัฒนาโครงการ เพราะนี่เป็นงานพัฒนาสมรรถนะชาติ (National
Competencies) ของคนไทยทุกคน รัฐบาลถ้าฉลาดจะต้องทำเรื่องนี้ให้สะอาดบริสุทธ์เกิน
ความคาดหมายของประชาชน อาจต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมเป็นหูเป็น
ตาในกระบวนการเบิกใช้เงิน ฝ่ายค้านเองก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นแบบสร้างสรรค์
ถ้ามีการทุจริตเกิดขึ้น ประชาชนไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่ยอมทั้งนั้นแหละครับ
การออกมาแถลงนโยบาย 2 ล้านล้าน ไทยเข้มแข็ง 2020 ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการ
ขานรับจากสื่อทุกแขนงแทบทุกฉบับ นี่อาจเป็นบาทก้าวแรกที่พรรคเก่าแก่พรรคนี้มีโอกาสที่
จะ turn around ได้อย่างยิ่งใหญ่ต่อไปในกาลข้างหน้า ถ้าไม่ไปสะดุดขาตัวเองด้วยบทบาท
นักเลงโตที่เล่นแล้วมีแต่เสียดังที่ก็เห็นๆ กันอยู่
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1380253764&grpid=
อวยปู ไม่ได้บูชาแม้ว .... แค่แซวมาร์ค หน่อยๆ
2 ล้านล้าน แบบประชาธิปัตย์ เมื่อไอ้:)ลับใจ โดย บุญเกียรติ ชีวะตระกูลกิจ มติชนออนไลน์
เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควรทีเดียวครับ กับการโชว์วิสัยทัศน์ ชงอนาคตที่เลือกได้ของ
หนุ่มมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ...เห็นหรือยังว่าเมื่อคิดให้มันเข้าท่า พูดให้มันสุภาพ
ก็สามารถเรียกเรตติ้งได้กระฉูดดีกว่ากล่าวคำผรุสวาทตั้งแยะ นี่จึงเป็น Lesson Learned
ที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านคงต้องเก็บไว้ใน Long Term Memory โดยมิพักต้องไปวิเคราะห์
อะไรให้เสียเวลาอีก
อดคิดไม่ได้ว่าใครนะช่างใจร้ายเป็นกุนซือให้คุณอภิสิทธิ์ขึ้นไปแสดงบท "ผู้นำม็อบ" อยู่บน
เวทีผ่าความจริงเสียเป็นวรรคเป็นเวร ช่วยตรวจสอบลึกๆ หน่อยว่านี่เป็นแผนฆ่าหัวหน้าพรรค
ที่อนาคตก็ไม่สู้จะสดใสนักให้จมดิ่งหนักข้อขึ้นไปอีกหรืออย่างไร ดีนะที่กลับลำทัน อย่างที่
หน้า 3 ไทยรัฐฉบับวันที่ 24 กันยายน จั่วหัวว่า..."กลับฝั่งหลังออกทะเล" นั่นแหละครับ
Welcome back to the club ครับ ท่านอดีตนายกฯอ๊อกซฟอร์ด การนำเสนอสิ่งที่ (คิดว่า)
ดีกว่านี่ต่างหากที่สังคมไทยเฝ้ารออยู่ พรรคประชาธิปัตย์มีขุนพลระดับยอดเยี่ยมก็หลายคน
อย่างเรื่องโครงสร้างพื้นฐานนี้ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ก็ไม่แพ้ใครในตองอู เสียดายที่ถูก
นำไปซุกไว้ตรงซอกไหนก็ไม่ทราบ แล้วงัดเอาตัวโกง หน้าดำ รูปร่างประหลาดๆ ออกมา
อาละวาดบาดทะลวงทั้งในและนอกสภา เล่นเอาประดาแฟนานุแฟนสะดุ้งโหยงไปตามๆ กัน...!
ผินพักตร์กลับไปดูโครงการ "อนาคตที่เลือกได้ อนาคตไทยเข้มแข็ง 2020" ที่ต้องใช้เงิน
ประมาณ 2 ล้านล้าน ใกล้เคียงกับเมกะโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์
ของรัฐบาล ก็พบว่าเป็นโครงการที่ครอบคลุมทั้งด้าน คมนาคม ศึกษา สาธารณสุข และ
ชลประทานเพื่อการเกษตร โดยเม็ดเงินกว่าครึ่งหนึ่งจะถูกจัดสรรลงไปในในการพัฒนา
โครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคม (คล้ายของเพื่อไทย แต่ใช้เงินน้อยกว่าประมาณ
1.2 ล้านล้าน) ที่เหลืออีกแปดแสนล้าน เป็นการศึกษาเสีย 4 แสนล้าน การสาธารณสุข
และชลประทานอีกอย่างละ 2 แสนล้านบาท
ผมชื่นชมตรงที่ข้อเสนอนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีในระบอบประชาธิปไตย เมื่อทำเป็นนโยบายแล้ว
ประชาชนจะเลือกใคร ก็ให้เป็นอำนาจของประชาชน ข้อสำคัญ หลังเลือกตั้งเสร็จ คงต้อง
(พยายาม) เคารพเสียงประชาชน นี่เป็น "จุดอ่อน-Weakest Link" ที่ชัดเจนที่สุดของพรรค
ประชาธิปัตย์ และก็แปลกที่พรรคไม่เคยรู้ตัว หลังแพ้เลือกตั้ง สมาชิกทั้งหัวหงอกหัวดำต่าง
ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันหมด ว่าพรรคแพ้เพราะเขาซื้อเสียง ...ถ้าประชาธิปัตย์ก้าวข้ามจุด
นี้ไปได้อีกเปลาะหนึ่ง พรรคก็จะดูดีขึ้นอีกมากมายก่ายกอง
ในฐานะนักวิชาการด้านการจัดการเชิงยุทธศาสตร์ ผมมองว่าโครงการไทยเข้มแข็ง 2020
ของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีจุดโฟกัสครับ ดูคล้ายการจัดงบประมาณประจำปีให้กับ 4 กระทรวง
คือ คมนาคม ศึกษา สาธารณสุข และเกษตรฯ เสียมากกว่า เป็นงบประมาณในลักษณะงาน
Routine แทนที่จะเป็นงานยุทธศาสตร์ โครงการหรือแผนงานเชิงกลยุทธ์ควรจัดทำงบประมาณ
แบบ Project Based Budgeting ที่มุ่งหวังผลลัพธ์ (Output) ที่ชัดเจนอันหนึ่ง
การไม่มีเป้าหมายที่แน่ชัด ขาดการศึกษาในรายละเอียด และยังไม่มีที่มาที่ไป ทำให้โครงการ
ดูยังหละหลวมอยู่ ต่างจากของคุณชัชชาติซึ่งมีจุดมุ่งหมายชัดมากในการที่จะสร้างสมรรถนะ
(Competencies)ด้านการคมนาคมขนส่งให้กับชาติ ในสถานการณ์ที่ AEC เปิด ภายใต้
ยุทธศาสตร์ Connectivity เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มประเทศในแถบอุษาคเนย์เข้าด้วยกัน และวาง
ตำแหน่งประเทศไทยเป็น "นครหลวงของอาเซียน-Capital of Asean" ทำนองเดียวกับประเทศ
เบลเยียมใน EU
โครงการลักษณะนี้จำเป็นต้องใช้งบประมาณต่างหาก ไม่ใช่งบประจำ (Ongoing Budget)
และประเมินโครงการด้วยผลประโยชน์ของชาติในองค์รวม (Overall Benefit) เทียบกับต้นทุน
ทั้งสิ้น (Overall Cost) ที่ลงไป ไม่ใช่การควบคุม Expense แบบงาน routine ครับ
อีกเหตุผลหนึ่งที่โครงการเชิงยุทธศาสตร์ ต้องใช้เงินนอกงบประมาณประจำปีก็เพราะโครงการ
เหล่านี้ต้องการเงินจำนวนมากในการพัฒนาความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง การกู้ก็เพื่อให้
โครงการสามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาที่เหมาะสม (คล้ายเรากู้เงินสร้างบ้าน) ถ้าจะให้รอจนเก็บเงิน
ได้ครบแล้วจึงค่อยสร้าง โอกาสด้านเศรษฐกิจที่ประเทศของเราจะได้จากการเป็นศูนย์กลาง
อาเซียนคิดเป็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาลก็อาจหลุดลอยไป...!
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันดูแลก็คือ "ความโปร่งใส"
ของการใช้เงินขณะพัฒนาโครงการ เพราะนี่เป็นงานพัฒนาสมรรถนะชาติ (National
Competencies) ของคนไทยทุกคน รัฐบาลถ้าฉลาดจะต้องทำเรื่องนี้ให้สะอาดบริสุทธ์เกิน
ความคาดหมายของประชาชน อาจต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมเป็นหูเป็น
ตาในกระบวนการเบิกใช้เงิน ฝ่ายค้านเองก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นแบบสร้างสรรค์
ถ้ามีการทุจริตเกิดขึ้น ประชาชนไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่ยอมทั้งนั้นแหละครับ
การออกมาแถลงนโยบาย 2 ล้านล้าน ไทยเข้มแข็ง 2020 ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการ
ขานรับจากสื่อทุกแขนงแทบทุกฉบับ นี่อาจเป็นบาทก้าวแรกที่พรรคเก่าแก่พรรคนี้มีโอกาสที่
จะ turn around ได้อย่างยิ่งใหญ่ต่อไปในกาลข้างหน้า ถ้าไม่ไปสะดุดขาตัวเองด้วยบทบาท
นักเลงโตที่เล่นแล้วมีแต่เสียดังที่ก็เห็นๆ กันอยู่
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1380253764&grpid=
อวยปู ไม่ได้บูชาแม้ว .... แค่แซวมาร์ค หน่อยๆ