UPDATE : ‘อภิสิทธิ์’ มั่นใจคนกรุงเทใจคืนให้ประชาธิปัตย์โค้งสุดท้าย สวนกลับ ‘อนุทิน’ อย่าหลบหลังอำนาจ ย้ำผู้นำต้องกล้าถูกตรวจสอบ
.
วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) ที่ วัน แบงค็อก ฟอรัม (One Bangkok Forum) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย โดยกล่าวถึงความพร้อมในช่วง 48 ชั่วโมงก่อนการเลือกตั้งว่า แม้จะเหลือเวลาเพียงหนึ่งวัน แต่พรรคยังคงเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ยอมรับว่าการเริ่มต้นของพรรคในรอบนี้อาจช้ากว่าคู่แข่งด้วยเงื่อนไขหลายประการ แต่จากความทุ่มเททำงานหนักที่ผ่านมาถือว่าพรรคเดินมาได้ไกลมาก
.
สำหรับการปราศรัยในค่ำคืนนี้ ไม่ได้เน้นการสร้างเซอร์ไพรส์ แต่จะเน้นความชัดเจนในทุกประเด็น เพื่อให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจในอีก 2 วันข้างหน้า ซึ่งจากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าคนกรุงเทพมหานครจะเริ่มหันกลับมามองและให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ส่วนผลตอบรับจะเป็นอย่างไรต้องรอติดตามในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
.
เมื่อสอบถามถึงกรณีเวทีดีเบตเมื่อวานนี้ (5 กุมภาพันธ์) ที่อภิสิทธิ์เรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ อภิสิทธิ์ ขยายความว่า เจตนาที่แท้จริงคือต้องการสื่อสารว่าบุคคลที่จะเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เพราะการเลือกตั้งไม่ใช่เพียงพิธีกรรม แต่เป็นกระบวนการสากลที่ผู้นำต้องแสดงวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนมุมมองกับพรรคการเมืองอื่นให้ประชาชนได้เปรียบเทียบ
.
อภิสิทธิ์ ยังได้หยิบยกประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนำเสนอนโยบาย โดยตั้งข้อสังเกตไปยังพรรคภูมิใจไทยว่า ตามกฎหมายพรรคการเมืองต้องส่งนโยบายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบ แต่ปรากฏข้อมูลว่าพรรคดังกล่าวส่งไปเพียง 10 นโยบาย ทว่าในการหาเสียงกลับมีการนำเสนอนโยบายมากกว่านั้น จึงเกิดคำถามว่านโยบายที่ใช้หาเสียงแต่ไม่ได้แจ้ง กกต. นั้น เป็นนโยบายจริงหรือไม่ และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่พูดไว้เพียงใด
.
เมื่อถามกรณีที่อนุทินระบุว่าไม่อยากคุยกับอภิสิทธิ์ เพราะคุยไปก็ไม่มีประโยชน์นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สวนกลับว่า การดีเบตไม่ใช่การมาพูดคุยกับตน แต่เป็นการพูดกับประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เปรียบเทียบวิสัยทัศน์และวุฒิภาวะของแคนดิเดตนายกฯ แต่ละคน
.
“ไม่เป็นไร ท่านนายกฯ อาจจะคิดว่าท่านมีอำนาจ ท่านอาจจะคิดว่าการไปปราศรัยที่ภาคใต้แล้วไปด้อยค่าพวกผมนั้นมันเพียงพอแล้ว แต่ผมคิดว่าคนที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย ต้องพร้อมที่จะมาแข่งขันเท่านั้นเอง” อภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย
.
ภาพ : ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ
ที่มา
https://www.facebook.com/share/p/1ChqXmd6JB/?mibextid=ZbWKwL
.
#TheStandardNews #พรรคประชาธิปัตย์
อภิสิทธิ์’ มั่นใจคนกรุงเทใจคืนให้ประชาธิปัตย์โค้งสุดท้าย สวนกลับ ‘อนุทิน’ อย่าหลบหลังอำนาจ ย้ำผู้นำต้องกล้าถูกตรวจสอบ
.
วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) ที่ วัน แบงค็อก ฟอรัม (One Bangkok Forum) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย โดยกล่าวถึงความพร้อมในช่วง 48 ชั่วโมงก่อนการเลือกตั้งว่า แม้จะเหลือเวลาเพียงหนึ่งวัน แต่พรรคยังคงเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ยอมรับว่าการเริ่มต้นของพรรคในรอบนี้อาจช้ากว่าคู่แข่งด้วยเงื่อนไขหลายประการ แต่จากความทุ่มเททำงานหนักที่ผ่านมาถือว่าพรรคเดินมาได้ไกลมาก
.
สำหรับการปราศรัยในค่ำคืนนี้ ไม่ได้เน้นการสร้างเซอร์ไพรส์ แต่จะเน้นความชัดเจนในทุกประเด็น เพื่อให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจในอีก 2 วันข้างหน้า ซึ่งจากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าคนกรุงเทพมหานครจะเริ่มหันกลับมามองและให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ส่วนผลตอบรับจะเป็นอย่างไรต้องรอติดตามในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
.
เมื่อสอบถามถึงกรณีเวทีดีเบตเมื่อวานนี้ (5 กุมภาพันธ์) ที่อภิสิทธิ์เรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ อภิสิทธิ์ ขยายความว่า เจตนาที่แท้จริงคือต้องการสื่อสารว่าบุคคลที่จะเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เพราะการเลือกตั้งไม่ใช่เพียงพิธีกรรม แต่เป็นกระบวนการสากลที่ผู้นำต้องแสดงวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนมุมมองกับพรรคการเมืองอื่นให้ประชาชนได้เปรียบเทียบ
.
อภิสิทธิ์ ยังได้หยิบยกประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนำเสนอนโยบาย โดยตั้งข้อสังเกตไปยังพรรคภูมิใจไทยว่า ตามกฎหมายพรรคการเมืองต้องส่งนโยบายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบ แต่ปรากฏข้อมูลว่าพรรคดังกล่าวส่งไปเพียง 10 นโยบาย ทว่าในการหาเสียงกลับมีการนำเสนอนโยบายมากกว่านั้น จึงเกิดคำถามว่านโยบายที่ใช้หาเสียงแต่ไม่ได้แจ้ง กกต. นั้น เป็นนโยบายจริงหรือไม่ และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่พูดไว้เพียงใด
.
เมื่อถามกรณีที่อนุทินระบุว่าไม่อยากคุยกับอภิสิทธิ์ เพราะคุยไปก็ไม่มีประโยชน์นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สวนกลับว่า การดีเบตไม่ใช่การมาพูดคุยกับตน แต่เป็นการพูดกับประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เปรียบเทียบวิสัยทัศน์และวุฒิภาวะของแคนดิเดตนายกฯ แต่ละคน
.
“ไม่เป็นไร ท่านนายกฯ อาจจะคิดว่าท่านมีอำนาจ ท่านอาจจะคิดว่าการไปปราศรัยที่ภาคใต้แล้วไปด้อยค่าพวกผมนั้นมันเพียงพอแล้ว แต่ผมคิดว่าคนที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย ต้องพร้อมที่จะมาแข่งขันเท่านั้นเอง” อภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย
.
ภาพ : ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ
ที่มา https://www.facebook.com/share/p/1ChqXmd6JB/?mibextid=ZbWKwL
.
#TheStandardNews #พรรคประชาธิปัตย์