เครียดค่ะ ไม่อยากมีความรู้สึกอย่างนี้กับพ่อตัวเองเลย

ก่อนที่เราจะตั้งกระทู้นี้ เราได้คิดทบทวนอยู่หลายครั้งว่าจะเขียนดีหรือไม่
แต่เมื่อปัญหามันหนักข้อขึ้นทุกวัน เราจึงตัดสินใจที่จะลองเขียนดูเพื่อขอคำแนะนำจากทุกท่าน
และก่อนจะเข้าสู่ต้นตอของปัญหา เราอยากจะพูดถึงเกี่ยวกับตัวเราและครอบครัวก่อนนะคะ
เราเป็นลูกสาวคนโตค่ะ มีลักษณะนิสัยเป็นคนพูดจาตรงๆ ออกจะโผงผาง และเป็นคนมีทิฐิ
ใกล้จะเรียนจบแล้ว จึงถูกตั้งให้เป็นความหวังของครอบครัว ต้องรับผิดชอบหน้าที่การงานหรืองานบ้านหลายๆ อย่าง
ฉะนั้นท่าทางภายนอกเราจึงเหมือนคนดุ และดูท่าทางเอาเรื่องมาก
ส่วนครอบครัวของเราเป็นครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกทั้งหมด 6 คน สวนมากมีแต่ผู้หญิง
ครอบครัวเราไม่เคยมีปัญหาอะไรที่ต้องทะเลาะกันหนักๆ จะมีบ้างก็เรื่องทั่วๆ ไป อย่างงานบ้าน พี่น้องไม่เข้าใจกัน
แต่ช่วงหลังๆ บรรยากาศในบ้านดูไม่มีความสุขเลยค่ะ สาเหตุก็มาจากน้องสาวทั้งสองคนของเรา และจะขอเข้าเรื่องเลยนะคะ

คืนหนึ่งระหว่างที่เราสามคนพี่น้องกำลังนอนกันอยู่ จู่ๆ น้องสาวคนกลางก็พูดกับเราว่ามีเรื่องอะไรจะเล่าให้ฟัง
เราก็ถามไปว่าเรื่องอะไร ตอนแรกน้องเราก็อ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนจะเปลี่ยนใจไม่เล่า แต่เราก็คะยั้นคะยอจนได้ความว่า พ่อเราแอบไปมีกิ๊ก
เราถามว่ารู้ได้ยังไง ใครบอก น้องก็บอกว่าเห็นรูปผู้หญิงในโทรศัพท์พ่อ ตอนแรกเราไม่ปักใจเชื่อนะคะและคิดว่าคงเป็นรูปเพื่อนร่วมงาน
แต่น้องเราก็ยืนยันเสียงแข็งและลากน้องสาวคนเล็กมาร่วมกันเป็นพยานว่าเห็นจริง ซึ่งภาพผู้หญิงคนนั้นกับพ่อเราไม่ได้เสื้อผ้า
เราถึงกับช็อคไปเลยค่ะว่ามันจะเป็นเรื่องจริง แถมน้องเราทั้งสองคนยังเล่าถึงข้อพิรุธต่างๆ ของพ่อให้ฟัง
ทั้งเสียงเพลงรอสาย เพลงประมาณคนมาทีหลัง (ทั้งๆ ที่พ่อเราตั้งเสียงไม่เป็นและไม่เคยใช้) กลับบ้านผิดเวลา หรือไม่ก็ไม่กลับบ้าน
ไหนจะพยายามทำตัวให้ดูหนุ่ม ทั้งย้อมผม ออกกำลังกาย แต่งองค์ทรงเครื่อง ซึ่งข้อหลังๆ เราคล้อยตามมาก
ความรู้สึกเราตอนนั้นมีทั้งผิดหวัง เสียใจ และที่สำคัญเราเหมือนหมดความศรัทธา
ตั้งแต่เล็กจนโตเราเอาพ่อเป็นแบบอย่างมาตลอด เพราะพ่อเก่ง นิสัยดี น่ารักกับลูกๆ เสมอ
และความจริงที่เรารับรู้มาตลอดตั้งแต่เรายังเป็นเด็กคือ พ่อเราเป็นคนเจ้าชู้มาก เห็นเงียบๆ ขรึมๆ นี่แหละเสือซุ่ม
แต่ที่เราไม่รู้สึกอะไรเพราะตอนนั้นเรายังเด็กและไม่รู้ประสาด้วยมั้งคะ และที่ผ่านมาพ่อก็ทำตัวดีมาตลอด
จนกระทั่งมาเจอกับผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าเราแค่หนึ่งปีเท่านั้น ที่เรารู้เพราะมันมาแอดเราเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊ค
เรายอมรับเลยว่าโกรธจัดมาก มันกล้ามากที่เสนอหน้ามาให้เราเห็น และตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้บอกแม่ด้วย
เราเคยคิดที่จะบุกไปที่ทำงานพ่อเพื่อจะดูหน้าผู้หญิง แต่คิดไปคิดมาก็ไม่ไป เพราะเห็นแก่หน้าพ่อ ไม่อยากให้มีเรื่อง

เราจึงตัดสินใจถามท่านตรงๆ ผลปรากฏว่าท่านไม่ยอมรับ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
เราบอกว่ามีหลักฐาน ท่านก็บอกว่าไม่มีจริงๆ ท่านจะทำอย่างนั้นไปทำไม ท่านไม่หาเรื่องใส่ตัวหรอก
ซึ่งเราก็จนคำพูด อยากเถียงท่านแทบขาดใจ แต่ก็ไม่ทำทั้งๆ ที่หลักฐานมันยังคามือ
เราก็เลยทำลายหลักฐานที่เป็นรูปภาพในโทรศัพท์ ในเฟสบุ๊คนั่นซะ เพราะไม่อยากให้ครอบครัวต้องแตกแยก และคิดว่าท่านคงทำตัวใหม่
แต่เปล่าเลย... แรกๆ ก็ดีอยู่หรอกค่ะ แต่หลังๆ ก็เข้าอีหรอบเดิม จนกระทั่งเราทนดูไม่ไหว

สรุปสุดท้ายเราจึงเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่ เชื่อมั๊ยคะว่าแม่เราเฉยมากๆ เพราะแม่เรารู้มาตลอด เพียงแต่ไม่พูดเท่านั้น
เราถึงกับอึ้งไม่คิดว่าแม่จะรู้ก่อนเราอีก และแม่ก็เล่าให้เราฟังว่าสงสัยพ่อมานานแล้ว
กระทั่งคนที่ทำงานพ่อโทรมาฟ้องแม่เราก็มี และที่เด็ดสุดคือผู้หญิงคนนั้นมันโทรมาแกล้งแม่เราด้วยค่ะ
แต่แม่ไม่ถือสาหาความเลยนะคะ เพราะแม่บอกว่าไม่รู้จะเถียงกับผู้หญิงคราวลูกไปทำไม เถียงไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆ
และแม่ยังบอกอีกว่าถ้าแม่คิดจะตามจับพ่อให้ได้คาหนังคาเขาจริงๆ คิดเหรอว่าจะทำไม่ได้
แต่เป็นเพราะแม่อายุมากขึ้น แถมยังเห็นผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แม่ถึงได้ปลงค่ะ บอกว่าอะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิดไป
และอีกอย่างที่เราไม่อยากจะเชื่อ คือเรื่องลางสังหรณ์ แม่บอกว่าก่อนที่จะมีคนโทรมาฟ้อง แม่เราฝันค่ะ ฝันว่ามีคนมาบอกว่าพ่อมีกิ๊ก
และก็ฝันเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเป็นตัวเป็นตนด้วยนะคะ รู้แม้กระทั่งชื่อเล่น
พูดไปแล้วก็เหมือนว่างมงายเลยนะคะ แต่ที่บ้านรู้กันดีว่าแม่เราเป็นคนมีเซ้นต์ค่ะ และเซ้นต์แรงมาก
เราก็เลยถามว่าแม่จะเอายังไง เพราะหนูอยู่ข้างแม่เสมอ จะลุยก็ลุย หรือจะอยู่เฉยๆ ก็ได้ ซึ่งแม่เราเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ ค่ะ
แต่สำหรับเรามันอึดอัดใจมากๆ ทุกวันนี้เราหมดความนับถือในตัวพ่อจนเกือบจะหมด แถมยังไม่อยากพูดคุยกับท่านเลย
เพราะมันรู้สึก....... เฮ้อ! อย่าให้เราพูดเลยนะคะเพราะมันไม่ดี
เราพยายามไม่คิดมาก แต่มันก็ทำไม่ได้ พ่อใครใครก็รัก พ่อใครใครก็หวง
และที่เราสงสัยที่สุดเรากลัวมากว่าเราจะมีน้องต่างแม่ ซึ่งแม่เราก็คิดเหมือนกันนะคะ เพราะท่านบอกว่าได้กลิ่นสาบเด็กบนตัวพ่อ
บอกตรงๆ เลยว่าเราไม่อยากมี ถ้าวันหนึ่งเกิดมันมาร้องแรกแหกกระเชอจะทำยังไง
ถ้ามันมาจริงๆ เราไม่กลัวหรอกกนะคะ ความเห็นใจเราก็ไม่มี แม้แต่เงินสักบาทเดียวเราก็จะไม่ให้กระเด็นออกจากกระเป๋า
ที่เราห่วงคือเราเป็นห่วงความรู้สึกแม่มาก ทุกวันนี้ท่านทำงานก็เครียดมากพออยู่แล้ว
เราเลยไม่อยากจะให้มีเรื่องจะทบจิตใจทำให้ท่านเครียดมากขึ้นไปอีก

ทุกวันนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกนะคะ แต่บรรยากาศในครอบครัวเหมือนสุกๆ ดิบๆ จะว่าทุกข์ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว จะว่าสุขมันก็ไม่ใช่
อารมณ์มันหน่วงๆ อยู่ในอก เหมือนต่างคนต่างอยู่ เราเข้าบ้านมาทีไรหดหู่ตลอด ไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้ตรงจุดไหนดีค่ะ
ขณะเขียนไปก็รู้สึกเซ็ง เพราะปัญหามันล่วงเลยมาเป็นปีแล้ว ไม่รู้เราทนไปได้ยังไง
เราถึงต้องมาขอคำแนะนำจากทุกท่าน เผื่อจะคิดอะไรได้บ้าง
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 15
อยากจะเข้ามาบอกว่า คุณและน้องช่วยแม่คุณได้ค่ะ แต่การที่คุณแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อคุณพ่อ นั่นจะยิ่งทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลงไปอีก
ทำเฉยๆกับพ่อไปซะ ยังไงเค้าก็พ่อเรา เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นในส่วนของพ่อและแม่ที่จะจัดการหรือตัดสินใจอะไรยังไงต่อไป คุณเป็นลูกเป็นตัวกลาง
มองดูอยู่ห่างๆดีกว่า ที่เราบอกว่าคุณและน้องคุณช่วยได้ เพราะว่าคุณและน้องสามารถที่จะทำให้บรรยากาศในบ้านดีขึ้น
ด้วยการเอาใจใส่แม่มากขึ้น พาไปเที่ยวบ้าง ไปทานข้าวนอกบ้าน หาละครสนุกๆมาให้ดูทางยูทูป ชวนแม่ทำกับข้าว ทำสวน ทำสวย ทำนั่นทำนี่
ไปช๊อปปิ้ง ไปดูหนัง ไปเที่ยวต่างจังหวัด นี่คือส่วนที่คุณจะทำให้แม่คุณได้ค่ะ คือทำให้ท่านสบายใจและไม่เอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นยกมาพูดมาอีก
เพราะยิ่งพูดยิ่งหดหู่ ยิ่งโกรธแค้น ยิ่งเจ็บในใจ ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย  ที่เราแนะนำได้แบบนี้ เพราะบ้านเราก็ปัญหาเดียวกันค่ะ
เราและน้องทำทุกอย่างเพื่อให้แม่สบายใจ ทำตามที่เราพิมพ์บอกคุณทุกอย่าง ที่สำคัญแม่เรามีลูกเราที่เป็นหลาน คอยทำให้ยิ้มให้ชื่นใจ
แม่เราปลงเรื่องพ่อไปได้เยอะ เราไม่ได้เอามาเก็บเป็นเรื่องใหญ่ ปล่อยให้เรื่องมันเป็นไปตามวิถีของมัน ยังไงแม่เราก็ยังมีเรากับน้องและหลานของยาย
มีเพื่อน มีพี่น้อง มีกิจกรรมทำ แม่เราเข้มแข็ง เราก็ต้องเข้มแข็งให้แม่เราเห็นเหมือนกัน จะได้สบายใจ

เป็นกำลังใจให้นะคะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
แม่คุณวางตัวได้ดีแล้วครับ
บอกพ่อว่า ทุกคนรู้หมดแล้ว ยกเว้นพ่อคนเดียวที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีเมียน้อย

บอกพ่อว่า ลูกๆ ขาดศรัทธาในตัวพ่อสองอย่างคือ
๑.​ พ่อมีเมียน้อย
๒. พ่อโกหก ไม่กล้ารับความจริง ไม่ใช่ลูกผู้ชาย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่