ผ่ายุทธศาสตร์ “ทักษิณ” ลุยแผนกลับบ้านเบ็ดเสร็จ ฝนตั้งเค้าทะมึน
ถล่มหนักกระจายทั่วทุกพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง กรุงเทพฯ
หลายจังหวัดที่อยู่ในแถบที่ลุ่มแม่น้ำเริ่มเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม
สถานการณ์ “น้ำ” อยู่ในกระแสเฝ้าระวังในสภาพการตั้งรับปัญหาที่ยังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรม
โดยเฉพาะโครงการเงินกู้เพื่อบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลก็คาราคาซัง
หลังจากที่ศาลปกครองกลางได้มีคำวินิจฉัยให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา
57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง คือการรับฟังความคิดเห็นประชาชน
ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด
การบริหารน้ำตามแผนของรัฐบาลก็ต้องสะดุดไปโดยปริยาย
และยังหมายรวมถึงอีกหลายโปรแกรมสำคัญที่พรรคเพื่อไทย
วางคิวไว้เพื่อนำไปสู่เป้าหมายทางการเมือง
ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเข็นกฎหมายนิรโทษกรรม
ไปจนกระทั่งร่างกฎหมายการเงินสำคัญๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งร่าง
พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557
ก็โดนพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม ส.ว.สรรหา เครือข่ายฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ยื่นเรื่องให้องค์กรอิสระตรวจสอบ
ตามยุทธศาสตร์ของเสียงข้างน้อยเบรกเกมของเสียงข้างมาก
ไม่ให้ลากผ่านด่านง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้วางคิวให้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
เดินหน้าพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนา
โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท
โดยการให้ความสำคัญถึงขนาดที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ได้สั่งยกเลิกการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดลพบุรี เพื่อให้รัฐมนตรี ข้าราชการ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมข้อมูลเอกสารในการชี้แจงในที่ประชุมสภา
ขณะที่ผู้นำหญิงได้เคลียร์คิวงานนอก เข้ามานั่งในห้องประชุม แบบเกาะติดขอบเวที
บ่งบอกเลยว่า คิวนี้คือเดิมพัน “ของจริง”
ตามความจำเป็นอย่างที่รู้กัน เงินกู้มหาศาลลอตนี้
รัฐบาลหวังจะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศที่กำลังอยู่ในภาวะชะลอตัว
ถ้าไม่มีเม็ดเงิน 2 ล้านล้านมาอัดฉีด สถานการณ์เหนื่อยหนักแน่
<
<
<
ทุกอย่างถูกกำหนดโปรแกรม ล็อกปฏิทินไว้ล่วงหน้าลุยไฟ ไม่กลัวร้อน
แน่นอน การฝ่าด่านหินของฝ่ายต้านนั้นไม่ใช่งานง่าย
ลำพังบุคลากรในพรรคเพื่อไทยที่ยังกระดูกอ่อน
โดยเฉพาะเมื่อเทียบเชิงกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ขนมาเล่นกันหมดค่าย
ไม่เว้นแม้แต่ปรมาจารย์รุ่นเก๋าอย่างนายชวน หลีกภัย ประธานสภากุนซือพรรค
เทียบรุ่น มันห่างชั้นกันแบบมวยกระดูกคนละเบอร์
งานนี้จึงต้องพึ่งคนนอกค่าย ข่าววงในอดีตนายกฯทักษิณได้ต่อสายถึงนายบรรหาร ศิลปอาชา
อดีตนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯ
แกนนำพรรคชาติพัฒนา ให้เข้ามาช่วยรัฐบาลประคองเกมการบริหาร ทั้งในด้านการ
เมืองและเศรษฐกิจ
<
<
<
ที่สำคัญมีการทำโพลสำรวจคะแนนนิยม
ตัวเลขออกมาพรรคเพื่อไทยยังนำพรรคประชาธิปัตย์ห่างเกินช่วงตัว
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ฝ่ายค้านกำลังเจอภาวะกระแสตีกลับ จากเกมป่วนในสภา
ลากมาเล่นนอกสภา จนโดนสังคมตั้งข้อสงสัยอยู่เบื้องหลังม็อบยางอาละวาดป่วนรัฐบาล
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา-ธิปัตย์ ก็ “หมดหล่อ”
ไปเยอะกับวาทกรรม “Eโง่”ฝ่ายค้านแพ้ภัยตัวเอง แทบจบข่าวเลย
ด้วยสถานการณ์ที่เข้าทาง ทุกอย่างจึงถูกสั่งให้เดินหน้าตามโปรแกรมพา “นายใหญ่”
กลับบ้าน โดยยึดเอาฝ่ายนิติบัญญัติคือสภา กับฝ่ายบริหารคือรัฐบาลเป็นตัวตั้ง
ยึด 2 ขา ในหลักอำนาจ 3 ขา
เปิดเกมเพาเวอร์เพลย์ วัดใจฝ่ายตุลาการกับองค์กรอิสระ
ทั้งหมดทั้งปวง บนพื้นฐานยุทธศาสตร์ที่ฝ่าย “ทักษิณ” น่าจะมั่นใจว่า
ตราบใดที่ครองกระแสในสนามเลือกตั้ง ชัวร์เลยว่า เลือกเมื่อไหร่ก็ชนะ
ได้กลับมาจัดตั้งรัฐบาล ผูกปีเป็นฝ่ายถืออำนาจ
<
<
<
ฉะนั้นไม่ว่าจะโดนเบรกสกัดยังไง ด่านตุลาการ องค์กร อิสระจะโหดหินแค่ไหน
ถึงจะสะดุดในรัฐบาลนี้ก็ลากไปลุ้นในรัฐบาลชุดต่อไป
สุดท้ายฝ่ายต่อต้านก็ยากจะฝืนกติกาตามครรลองประชาธิปไตย
นั่นเพราะ “ทักษิณ” ได้งัดยุทธวิธีโลกล้อมประเทศไทย
เป็นฝ่ายที่ยืนอยู่บนฐานการเข้าสู่อำนาจอย่างชอบธรรมด้วยการเลือกตั้ง
ตามกติกาสากล ระบอบประชาธิปไตยกระแสหลักของโลก
พูดง่ายๆ คุมจังหวะ บล็อกเกมไว้เกือบทุกจุด
<
<
<
อย่างไรก็ดี โดยรูปการณ์เยี่ยงนี้
มันก็ทำให้หวนย้อนประวัติศาสตร์กลับไปสู่ยุคอดีตรัฐบาลพรรคไทยรักไทย สมัย “ทักษิณ
2” ที่ได้รับเลือกตั้งอีกสมัยเป็นรัฐบาลพรรคเดียว แต่อยู่ได้ไม่ถึงปีก็โดนรัฐประหาร
ยึดอำนาจในวันที่ 19 กันยายน 2549
ตามเหตุแห่งปัญหา ผลจากการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จแทรกแซง องค์กรอิสระ
ปิดกั้นกระบวนการตรวจสอบ ประชาชนรับไม่ได้ ฝ่ายต้านโดนเกมบล็อกในสภา
ก็ต้องออกไปก่อม็อบไล่นอกสภา
เปิดช่องให้อำนาจพิเศษเข้ามาล้มกระดาน
เหตุการณ์เพิ่งผ่านมาครบ 7 ปี มีประวัติศาสตร์เป็นบทเรียน
ไม่ใช่เบ็ดเสร็จจะทำอะไรได้เต็มที่ ตามอำเภอใจ.
“ทีมการเมือง”ไทยรัฐออนไลน์
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/371146
บทความยาวมาก แปะมาให้อ่านแบบน้ำจิ้ม ไปดูของจริงตาม link ดีกว่า
ไม่รู้แบบนี้ คุณข้าง...จะบอกว่า
ด่ามาร์ค อวยปู บูชาแม้ว ไหม ?
ยึดสนามเลือกตั้ง เดินหน้าแตกหัก วิเคราะห์การเมือง ไทยรัฐออนไลน์
ถล่มหนักกระจายทั่วทุกพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง กรุงเทพฯ
หลายจังหวัดที่อยู่ในแถบที่ลุ่มแม่น้ำเริ่มเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม
สถานการณ์ “น้ำ” อยู่ในกระแสเฝ้าระวังในสภาพการตั้งรับปัญหาที่ยังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรม
โดยเฉพาะโครงการเงินกู้เพื่อบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลก็คาราคาซัง
หลังจากที่ศาลปกครองกลางได้มีคำวินิจฉัยให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา
57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง คือการรับฟังความคิดเห็นประชาชน
ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด
การบริหารน้ำตามแผนของรัฐบาลก็ต้องสะดุดไปโดยปริยาย
และยังหมายรวมถึงอีกหลายโปรแกรมสำคัญที่พรรคเพื่อไทย
วางคิวไว้เพื่อนำไปสู่เป้าหมายทางการเมือง
ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเข็นกฎหมายนิรโทษกรรม
ไปจนกระทั่งร่างกฎหมายการเงินสำคัญๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งร่าง
พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557
ก็โดนพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม ส.ว.สรรหา เครือข่ายฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ยื่นเรื่องให้องค์กรอิสระตรวจสอบ
ตามยุทธศาสตร์ของเสียงข้างน้อยเบรกเกมของเสียงข้างมาก
ไม่ให้ลากผ่านด่านง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้วางคิวให้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
เดินหน้าพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนา
โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท
โดยการให้ความสำคัญถึงขนาดที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ได้สั่งยกเลิกการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดลพบุรี เพื่อให้รัฐมนตรี ข้าราชการ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมข้อมูลเอกสารในการชี้แจงในที่ประชุมสภา
ขณะที่ผู้นำหญิงได้เคลียร์คิวงานนอก เข้ามานั่งในห้องประชุม แบบเกาะติดขอบเวที
บ่งบอกเลยว่า คิวนี้คือเดิมพัน “ของจริง”
ตามความจำเป็นอย่างที่รู้กัน เงินกู้มหาศาลลอตนี้
รัฐบาลหวังจะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศที่กำลังอยู่ในภาวะชะลอตัว
ถ้าไม่มีเม็ดเงิน 2 ล้านล้านมาอัดฉีด สถานการณ์เหนื่อยหนักแน่
<
<
<
ทุกอย่างถูกกำหนดโปรแกรม ล็อกปฏิทินไว้ล่วงหน้าลุยไฟ ไม่กลัวร้อน
แน่นอน การฝ่าด่านหินของฝ่ายต้านนั้นไม่ใช่งานง่าย
ลำพังบุคลากรในพรรคเพื่อไทยที่ยังกระดูกอ่อน
โดยเฉพาะเมื่อเทียบเชิงกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ขนมาเล่นกันหมดค่าย
ไม่เว้นแม้แต่ปรมาจารย์รุ่นเก๋าอย่างนายชวน หลีกภัย ประธานสภากุนซือพรรค
เทียบรุ่น มันห่างชั้นกันแบบมวยกระดูกคนละเบอร์
งานนี้จึงต้องพึ่งคนนอกค่าย ข่าววงในอดีตนายกฯทักษิณได้ต่อสายถึงนายบรรหาร ศิลปอาชา
อดีตนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯ
แกนนำพรรคชาติพัฒนา ให้เข้ามาช่วยรัฐบาลประคองเกมการบริหาร ทั้งในด้านการ
เมืองและเศรษฐกิจ
<
<
<
ที่สำคัญมีการทำโพลสำรวจคะแนนนิยม
ตัวเลขออกมาพรรคเพื่อไทยยังนำพรรคประชาธิปัตย์ห่างเกินช่วงตัว
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ฝ่ายค้านกำลังเจอภาวะกระแสตีกลับ จากเกมป่วนในสภา
ลากมาเล่นนอกสภา จนโดนสังคมตั้งข้อสงสัยอยู่เบื้องหลังม็อบยางอาละวาดป่วนรัฐบาล
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา-ธิปัตย์ ก็ “หมดหล่อ”
ไปเยอะกับวาทกรรม “Eโง่”ฝ่ายค้านแพ้ภัยตัวเอง แทบจบข่าวเลย
ด้วยสถานการณ์ที่เข้าทาง ทุกอย่างจึงถูกสั่งให้เดินหน้าตามโปรแกรมพา “นายใหญ่”
กลับบ้าน โดยยึดเอาฝ่ายนิติบัญญัติคือสภา กับฝ่ายบริหารคือรัฐบาลเป็นตัวตั้ง
ยึด 2 ขา ในหลักอำนาจ 3 ขา
เปิดเกมเพาเวอร์เพลย์ วัดใจฝ่ายตุลาการกับองค์กรอิสระ
ทั้งหมดทั้งปวง บนพื้นฐานยุทธศาสตร์ที่ฝ่าย “ทักษิณ” น่าจะมั่นใจว่า
ตราบใดที่ครองกระแสในสนามเลือกตั้ง ชัวร์เลยว่า เลือกเมื่อไหร่ก็ชนะ
ได้กลับมาจัดตั้งรัฐบาล ผูกปีเป็นฝ่ายถืออำนาจ
<
<
<
ฉะนั้นไม่ว่าจะโดนเบรกสกัดยังไง ด่านตุลาการ องค์กร อิสระจะโหดหินแค่ไหน
ถึงจะสะดุดในรัฐบาลนี้ก็ลากไปลุ้นในรัฐบาลชุดต่อไป
สุดท้ายฝ่ายต่อต้านก็ยากจะฝืนกติกาตามครรลองประชาธิปไตย
นั่นเพราะ “ทักษิณ” ได้งัดยุทธวิธีโลกล้อมประเทศไทย
เป็นฝ่ายที่ยืนอยู่บนฐานการเข้าสู่อำนาจอย่างชอบธรรมด้วยการเลือกตั้ง
ตามกติกาสากล ระบอบประชาธิปไตยกระแสหลักของโลก
พูดง่ายๆ คุมจังหวะ บล็อกเกมไว้เกือบทุกจุด
<
<
<
อย่างไรก็ดี โดยรูปการณ์เยี่ยงนี้
มันก็ทำให้หวนย้อนประวัติศาสตร์กลับไปสู่ยุคอดีตรัฐบาลพรรคไทยรักไทย สมัย “ทักษิณ
2” ที่ได้รับเลือกตั้งอีกสมัยเป็นรัฐบาลพรรคเดียว แต่อยู่ได้ไม่ถึงปีก็โดนรัฐประหาร
ยึดอำนาจในวันที่ 19 กันยายน 2549
ตามเหตุแห่งปัญหา ผลจากการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จแทรกแซง องค์กรอิสระ
ปิดกั้นกระบวนการตรวจสอบ ประชาชนรับไม่ได้ ฝ่ายต้านโดนเกมบล็อกในสภา
ก็ต้องออกไปก่อม็อบไล่นอกสภา
เปิดช่องให้อำนาจพิเศษเข้ามาล้มกระดาน
เหตุการณ์เพิ่งผ่านมาครบ 7 ปี มีประวัติศาสตร์เป็นบทเรียน
ไม่ใช่เบ็ดเสร็จจะทำอะไรได้เต็มที่ ตามอำเภอใจ.
“ทีมการเมือง”ไทยรัฐออนไลน์
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/371146
บทความยาวมาก แปะมาให้อ่านแบบน้ำจิ้ม ไปดูของจริงตาม link ดีกว่า
ไม่รู้แบบนี้ คุณข้าง...จะบอกว่า ด่ามาร์ค อวยปู บูชาแม้ว ไหม ?