แชร์ประสบการณ์ลดไขมัน Cholesterol จาก 320 เป็น 146 ภายในเวลา 1 เดือน

กระทู้สนทนา
ก่อนอื่นต้องขอตัวก่อนว่า เราตั้งใจจะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ของเราในการลด Cholesterol ให้กับเพื่อนๆ ชาวพันทิพ เนื่องจากว่า เราเองเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับความรู้ต่างๆนานา จากชาวพันทิพหลายสิ่ง เราจึงใช้โอกาสนี้ในการร่วมเป็นผู้แบ่งปันประสบการณ์บ้างค่ะ

เราเป็นผู้หญิงวัยทำงาน อายุ 33 ปี ส่วนสูง 162 น้ำหนัก 50-52 ซึ่งก็ถือว่าปรกติ แต่เราเริ่มรู้สึกว่า เราควรจะเริ่มตรวจร่างการประจำปีได้แล้ว เราจึงเริ่มทำการตรวจร่างกายอย่างจริงจัง ดังนี้ค่ะ

วันที่ 1 กันยายน 2012 - เราเข้าโปรแกรมตรวจร่างการตาม Package ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ ผลตรวจปรกติทุกอย่าง ยกเว้น Cholesterol ซึ่งเราวัดค่าได้ 272 (โดยปรกติค่า ควรอยู่ที่ 0-200 mg/dl) โดยมี LDL-Chol ซึ่งก็คือ ไขมันไม่ดี อยู่ที่ 183 (โดยปรกติค่า ควรอยู่ที่ 0-130 mg/dl)
คุณหมอแปลกใจมาก เพราะน้ำหนัก และส่วนสูงของเรา ค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ปรกติค่ะ ซึ่งคุณหมอก็บอกว่า อาจจะมาจากพันธุกรรม ขออนุญาตบอกเพื่อนๆ นิดนึงนะคะว่า คลอเลสเตอรอล ของคนเรานั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความอ้วนนะคะ คนผอมก็มีโอกาสมีคลอเลสเตอรอลสูงค่ะ ซึ่งคุณหมอก็แนะนำให้เรา งด ของทอด ของมัน อาหารทะเล ไข่แดง และออกกำลังกาย ซึ่งเราก็ ลด นะคะ โดยที่เราไม่ทานกาแฟ ที่ปรกติเราทานทุกเช้าค่ะ แต่ว่าบางครั้งเราก็อดไม่ได้ ซึ่งเฉลี่ย เราก็เข้าร้านกาแฟ ประมาณ 1-2 ครั้งต่อเดือน ค่ะ

เวลาผ่านไป 1 ปี เร็วเหมือนโกหก เราได้ทำการ ไปตรวจร่างกายอีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2013 โดยเราเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลวิชัยยุทธแทน ซึ่งเราคิดว่า หากมีลุก เราก็จะคลอดโรงพยาบาลนี้ ก็เลยอยากให้ประวัติทุกอย่างอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ และแล้วช่วงเวลาที่ตื่นเต้นก็มาตอนที่พบคุณหมอเพื่อฟัง ผลตรวจค่ะ เราแอบเข้าข้างตัวเองว่า ผลคลอเลสเตอรอล เราน่าจะลดลงค่ะ แต่ปรากฏว่า ผลคือ 320 (โดยปรกติค่า ควรอยู่ที่ 0-200 mg/dl) โดยมี LDL-Chol ซึ่งก็คือ ไขมันไม่ดี อยู่ที่ 219 (โดยปรกติค่า ควรอยู่ที่ 0-130 mg/dl) โอ้วพระเจ้า จอร์ช มันยอดแย่ เรานี่เหวอเลย เพราะเราคิดว่าที่ผ่านมา เราพยายามเลี่ยงของที่เป็นเหตุให้เกิดคลอเลสเตอรอล ซึ่งโดยปรกติ เราเป็นคนไม่ทาน อาหารทะเล หอยแครงลวก ปลาหมึก เราไม่ทานเลย ซึ่งเราก็คิดว่า คงเป็นจากพันธุกรรม จริงๆ  คุณหมอจัดยาให้เราทานค่ะ ซึ่งคือ Vytorin ขนาด 10 mg ทานวันละ 1 เม็ดหลังอาหารเย็น บอกตรงๆ ว่าเราไม่อยากทานยาเลย เพราะเรารู้มาว่า การทานยาลดไขมันในเส้นเลือด จะมีผลต่อการทำงานของตับด้วยค่ะ

เย็นวันนั้นหลังจากตรวจผลเสร็จ เราก็กลับบ้านไปหาแม่ และเล่าให้แม่ฟังด้วยความหดหู่นิดๆ บวกกับความโกรธตัวเองหน่อยๆ จึงได้หยิบช๊อกโกแลตที่ละลายในปาก แต่ไม่ละลายในมือมาซัดซะ 1 ห่อเล็ก โดยหลังจากนั้น เราก็ออกไปกิน มะกะโรนีอีกต่างหาก (มะกะโรนี คือ อาหารที่มีคลอเลสเตอรอลสูงเลยล่ะค่ะ เพื่อนๆ )

หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว เราก็ขับรถกลับคอนโด พร้อมกับตั้งสติ และถามตัวเองจริงๆ จังๆ ว่า ที่ผ่านมา 1 ปี เราตั้งใจและใส่ใจกับสุขภาพจริงๆ หรือป่าว? คำตอบ....."ไม่เลย" ค่ะ ดังนั้น เราก็พิจารณาสิ่งที่เราทำมาโดยตลอด นั่นก็คือ เราไม่เคยออกกำลังกายเลย เราเดินห้างสรรพสินค้าซะส่วนใหญ่ อาหารโปรดของเรา ของทอดทั้งนั้น แกงกะทิล้วนๆ กาแฟเราก็ใส่ครีมเทียม หนังไก่ที่กินกับส้มตำนี่ เราแทะจนใสวิ๊ง...

เมื่อพิจารณาเสร็จ เราก็หยิบกระดาษ มาเขียนแผนการ พิชิตไขมัน  โดยเราเริ่มจาก

1. การออกกำลังกาย เราสมัครฟิตเนสไว้ ตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งเราไม่เคยไปเลย คิดได้ด้งนั้น เราก็หยิบชุดออกกำลังกาย รองเท้ากีฬา เตรียมไว้ และคิดว่าเราจะออกกำลังกายตอนเย็น อย่างน้อยหลังเลิกงาน ซัก 1 ชั่วโมง เชื่อมั๊ยคะ อะไรที่เราคิดฝัน มันง่ายเสมอ แต่เวลาทำจริง มันไม่ง่ายเลยค่ะ เริ่มต้นจากการวิ่งลู่วิ่ง เชื่อมั๊ยคะ ครั้งแรก เราวิ่ง 10 นาที หอบแฮ่กๆ เลย แต่เราก็อดทนค่ะ ค่อยๆ เพิ่ม จาก 10 เป็น 20, 30, 45 นาที ตามลำดับ (เราอยากรู้เหมือนกันว่า ที่เค้าว่า การออกกำลังกายมันดีจริงๆ มันดีจริงๆ เหรอ แต่อย่างน้อยเราก็เชื่อว่า มันน่าจะดีกว่า การที่เราทานยาค่ะ เรามีเป้าหมาย 1 เดือนค่ะ เพราะคุณหมอ นัดเราตรวจอีกครั้ง วันที่ 3 กันยาค่ะ ซึ่งวันนั้น จะเป็นวันที่เรา พิสูจน์ได้ว่า การออกกำลังกายมันดีจริงมั๊ยค่ะ ตารางการออกกำลังกายของเราคือ เราจะพยายามไป วันเว้นวันค่ะ อย่างน้อย เราก็อยู่ที่ฟิตเนส ตั้งแต่ 7-9 pm ค่ะ โดยเราถือว่าเราโชคดีมาก ที่ฟิตเนสนั้น มีกิจกรรมให้เล่น คือ หากผู้เล่นสามารถ เล่นเครื่องเล่นได้อย่างละ 20 นาที ก็จะได้ 100 คะแนน ซึ่งหากเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ จนถึง 7,700 คะแนน ก็จะได้รับของรางวัลค่ะ ซึ่งที่ฟิตเนส มีเครื่องเล่นทั้งสิ้น 8 เครื่อง หากเล่นครบ เราก็จะได้ 800 คะแนนเลย ซึ่งเผอิญเรามีเพื่อนที่เล่นด้วยกัน บ้าพลังชนิดที่เราก็ งง เหมือนกัน ว่าเราทำไปได้ยังไง ปัจจุบัน เราเล่นครบหมดแล้วนะคะ รอลุ้นรางวัล วันที่ 10 กันยานี้ค่ะ อิอิ

2. การรับประทานอาหาร จากคนที่ทานอะไร ตามใจปากมากก เรากลับหันมาทาน แกงเลียง แกงเห็ด ซึ่งปรกติเราไม่เคยทานเลย แต่เรารู้แต่ว่า กับข้าวที่ใช้วิธีการต้ม น่าจะดีกว่า  

เราเอง มักจะเป็นคนไปไหนมาไหนคนเดียว เพราะสามีเราเป็นสจ๊วด ไม่ค่อยได้อยู่เมืองไทยค่ะ จำได้ว่า เคยไปนั่งทาน สุกี้ MK คนเดียว แบบเป็นช่วงเทศกาลวันแม่ และมีหลายครอบครัวมาทานอาหารกัน เค้าก็มองมาที่เราด้วยความประหลาดใจว่า ทำไมมานั่งคนเดียว แต่เราเองกลับคิดว่า การกิน MK นั้น หากสั่งแต่ผัก เราก็ทานได้ไม่เกิน 200 บาท เพราะน้ำฟรี เราลองมาเกือบหมด หากรับประทานข้าวนอกบ้านนะคะ เพราะอาหารจานนึงประมาณ 80-100 บาทแล้ว หากเราไปกินสุกี้ในฟู้ดคอร์สที่ห้าง ตกชามละประมาณ 50 บาท แต่เรารู้สึกไม่คุ้มเลย ส่วนการทอดหรือผัด คือเราเป็นมนุษย์อาหารถุงอยู่แล้ว ดังนั้น กับข้าวที่ผ่านการทอดหรือผัดนั้น ร้านอาหารคงใช้น้ำมันปาล์มในการประกอบอาหาร เราจึงเลี่ยงดีกว่า ข้าวกล้อง เมื่อก่อนเราหุงข้าวแบบผสม ข้าวขาว 70% ข้าวกล้อง 30% เราเปลี่ยนเป็นหุงข้าวแบบข้าวกล้องอย่างเดียวเลย  บอกเพื่อนๆ ได้เลยว่า ร่างกายเราฉลาดมาก ทานไปทานมา เผลอแปล๊บเดียว ร่างกายเราก็ชินไปเอง จากเมื่อก่อนเราเคยคิดว่า ไม่อร่อยเลย แต่ตอนนี้ โอเคเลยค่ะ

ตอนอยู่ออฟฟิต
อาหารเช้าของเรา คือ ขนมปังธัญพืชค่ะ เรากินตอนเช้า 1-2 แผ่นค่ะ
อาหารกลางวันที่ออฟฟิต เราก็มักจะสั่งข้าว 1 จาน และกับข้าวคือ แกงจืดฟัก แบบไม่เอาหมูเลยค่ะ และก็กินพอประมาณ บางวันก็แนมส้มตำด้วยค่ะ และเราก็ตบท้ายด้วย น้ำผลไม้สกัด ซึ่งคือ น้ำแครอทกับสับปะรดค่ะ
อาหารเย็น ถ้าเราไปฟิตเนส เราก็จะหาอะไรกินง่ายๆ เช่น สลัด สุกี้น้ำ ประมาณนี้ค่ะ

สำหรับกาแฟ เชื่อมั๊ยคะ เราทานกาแฟ ที่เป็นแคบซูล Nespresso ซึ่งเราใช้ครีมเทียม ที่ระบุว่า Cholesterol 0% แต่เรากลับพบว่า ครีมเทียมทำมาจากน้ำมันมะพร้าว ดังนั้น เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะบอกว่าไม่มี Cholesterol ค่ะ แรกๆ เราหักดิบ ขนาดทานกาแฟดำ กับน้ำตาล เชื่อมั๊ยคะ ขมคอไป 3 วัน แต่เราก็หาวิธีที่ทำให้เราไม่ใส่ครีมเทียม โดยตอนแรกๆ เราก็ใส่นมไวตามิลล์ ถั่วเหลืองค่ะ ก็พอไหว นะคะ และก็ได้ ค้นหาข้อมูลจาก พันทิพนี่ล่ะค่ะ ได้ความว่า เราสามารถใช้นมถั่วเหลืองผงดอยคำ ซึ่งเราพบว่า มันก็พอไหว คือ ดีตรงที่ เราสามารถงดกาแฟได้เลยค่ะ 5555 คือเราไม่ชอบรสชาติน่ะค่ะ แต่เพื่อนๆที่ลองแล้วได้ผลก็ดีใจด้วยค่ะ จนสุดท้าย เราเปลี่ยนเป็นใช้โกโก้ แทนครีมเทียมแทน ก็โอเคนะคะ เพราะว่า กลิ่นของโกโก้ กับรสชาติ ที่ผสมกับกาแฟ ก็ทำให้เราสดชื่นแบบ งงๆ ว่าเราทานกาแฟ หรือ โกโก้กันแน่ค่ะ 555

คร่าวๆ ประมาณนี้นะคะ จนเมื่อวันที่ 3 กันยาที่ผ่าน เราก็ไปเจาะเลือด และพบคุณหมออีกครั้ง คราวนี้ เราอึ้งอีกแล้วค่ะ อึ้งกับผลตรวจดังนี้ค่ะ

Cholesterol จาก 320 เหลือ 143 และ LDL-Chol (ไขมันไม่ดี) จาก 219 เหลือ 66



เมื่อผลตรวจออกมาน่าพอใจขนาดนี้ ความฝันของเราที่ต้องการจะแบ่งปันต่อเพื่อนๆ ก็เลยเกิดขึ้นค่ะ (เดี๋ยวมาต่อนะคะ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่