ขอเกริ่นก่อนว่าไอ้คำว่าลิทธิแบบฟอร์มนี่มาจากไหน ที่จริงแล้วเมื่อสองวันก่อนผมไปเข้าร่วมงานเสวานาของกลุ่มสภาหน้าโดมและ NewCulture ด้วยมีข้อที่ว่าการศึกษาไทย: สำเร็จหรือล้มเหลว (ไว้ค่อยเล่าเนื้อหาในงานเนอะ) แต่วันนี้จะมาบ่นหน่อยว่าลัทธิแบบฟอร์มในความหมายของ อ.ยุกติ มุกดาวิจิตร เค้าหมายถึงระบบการทำงานของข้าราชการครูที่ต้องเลื่อนวิทยฐานะ ทำให้ไม่มีเวลาสอนอะไรทำนองนั้น แต่ความหมายลัทธิ(คลั่ง)แบบฟอร์มนิยมในแบบของผมคือพวกหัวเต่า ไดโนเสาร์ล้านปี ที่ยังเกาะเงินภาษีของประชาชนแล้วสร้างอำนาจโดยการบังคับให้คนอื่นใส่นู่น ใส่นี่ ตามที่ตนเองต้องการ บ้ะ!
เรื่องมันมีอยู่ว่าครับวันนี้ผมได้เข้าไปใช่บริการหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านบางเขนที่มีต่อและสไปร์ทเป็นพรีเซ็นเตอร์ซึ่งผมเป็นนิสิตอยู่(คงรู้นะ) การเข้าใช้หอสมุดมา 3ปีของผมเนี่ยไม่เคยมีปัญหาเลย จนกระทั่งวันนี้ที่ผมใส่กาเกงขาสั้นไปตามปกติ(เพราะไม่มีเรียน) นัดเพื่อนที่หอสมุดเพื่อที่จะติวหนังสือเพราะยังสอบไม่เสร็จ เมื่อเดินเข้าไปโดนเจ้าหน้าที่ผู้ชายที่เฝ้าประตูเรียก! เค้าบอกว่าผมใส่กางเกงขาสั้นเกินตามที่กฎขอสำนักหอสมุดกำหนด(กุใส่มาร้อยวันพันปีไม่เห็นจะเคยเรียก) ผมก็โอเค ๆ พยายามลดความขัดแย้งด้วยการไปเข้าอีกประตูนึงฝั่งตึกใหม่ เมื่อเข้าไปก็โดนแบบเดียวกันอีก!!! เจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่เฝ้าประตูบอกว่าสั้นไปผิดกฎ เอ้าาาาา โอเคผมคิดเองในใจเวลาถึงเวลาต้องไฟว้กันหน่อยละ นี่เป็นบทสนทนาสั้น ๆ เท่าที่ผมจำได้(อันที่จริงกล้องวงจรปิดคงจะจำได้มากกว่านี้)
ผม : ทำไมขาสั้นถึงผิดกฎครับ ?
เจ้าหน้าที่หญิง : มันเป็นกฎค่ะ น้องใส่สั้นเกินเข่าขึ้นมา 6นิ้ว
ผม : ครับผมวัดแล้วว่าสั้นเกิน 6 นิ้วจริง แต่ขอถามหน่อยว่าทำไมใส่สั้นกว่า 6 นิ้วถึงเข้าไม่ได้ครับ ?
เจ้าหน้าที่หญิง : มันเป็นกฎค่ะ
ผม : แล้วกฎมันสัมพันธ์กันตรงไหนกับการที่ผมเข้าไปอ่านหนังสือครับ ?
เจ้าหน้าที่หญิง : คือมันเป็นกฎค่ะ
ผม : ผมขอเหตุผล เพราะปกติวันที่ไม่มีเรียนผมก็ใส่แบบนี้มาตลอดไม่เห็นจะเคยโดนเรียก แล้ววันนี้ผมก็จะเข้ามาอ่านหนังสือ
เจ้าหน้าที่หญิง : อ่อ พอดีกฎพึ่งออกมาใหม่ค่ะ
ผม : แล้วทำไมบางคนใสกระโปรงทรงเอสั้น ๆ หรือผู้ชายบางคนก็ใส่เท่าผมถึงเข้าไปได้(พร้อมมองไปด้านหลัง)(นี่คำถามเก่ายังไม่ตอบกุเลยนะ)
เจ้าหน้าที่หญิง : ใครคะที่ว่าสั้น ?
ผม : เพื่อนผมที่เข้าไปก่อนหน้านี้ครับ
เจ้าหน้าที่หญิง : เรียกมาสิค่ะ
ผม : แน่ใจนะ ว่าจะให้ผมโทรเรียก ?
ตอนนั้นผมก็เอามือถือออกมากดเบอร์เพื่อนคนแรกที่เข้าไป แต่เจ้าหน้าที่หญิงเค้าคงคิดว่าผมจะไม่ทำจริง ๆ เพราะอารมณ์ที่ผมพูดมันเหมือนต่อปากต่อคำกันไปเรื่อย ๆ
เจ้าหน้าที่หญิง : เอ้ะ ! หรือว่าน้องจะคุยกับหัวหน้าพี่
ผม : ได้ครับ
เจ้าหน้าที่หญิงยกหูโทรศัพท์มาโทรหาคนที่อ้างว่าเป็นหัวหน้า แล้วก็พูดว่า "ค่ะพี่ พอดีมีน้องผู้ชายเค้าใส่กางเกงขาสั้นมาแล้วเค้าไม่ยอม เค้าจะเข้าให้ได้ ค่ะใช่ค่ะน้องเสื้อลายขาวดำ(ผมเอง) ค่ะคือเค้าจะเข้าให้ได้ค่ะ" หลังจากนั้นเค้าก็วางสาย (เอ้า! ไหนว่าจะให้คุยกับหัวหน้าเมิงไง!!!)
เจ้าหน้าที่หญิง : ยังไงน้องก็เข้าไม่ได้นะค่ะ แต่น้องสามารถเขียนคำร้องเรียนได้
ผม : ดีเลยครับ (อารมณ์ตอนนี้แบบว่าไฟว์ไปก็แพ้ พูดเป็นอยูคำเดียวอย่างกะหุ่นยนต์ มันเป็นกฎค่ะ มันเป็นกฎค่ะ)
เจ้าหน้าที่หญิง : แต่น้องต้องไปรับใบคำร้องที่อีกประตูนึงนะค่ะ
ผม : ได้ ๆๆๆ
ผมกับเพื่อน(ลืมบอกไปเลยว่ามีเพื่อนมาด้วยคนนึง -.-) ก็เดินกลับไปยังประตูแรกที่ถูกไล่มาก่อนหน้านี้
ผม : มาขอใบคำร้องเรียนครับ
เจ้าหน้าที่ชาย : แปบนะ (ก้มหาเอกสารใบคำร้องอยู่สักพัก) แล้วพี่เค้าก็ยื่นเอกสารมาให้ผมเขียนร้องเรียน
ผมก็ร่ายยาวไปสิถึงเหตุผลความสัมพันธ์ของการใส่ขาสั้นเข้าแล้วเข้าใช้หอสมุด จำไม่ได้เหมือนกันว่าเขียนอะไรไปแล้วบ้าง แต่จำได้ว่า "ขอเหตุผล แต่ไม่ขอคำตอบที่ว่า เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย"
เจ้าหน้าที่ชาย : น้องเขียนให้เค้ายกเลิกกฎไปเลยก็ได้ พี่จะได้ไม่ต้องมาเข้มงวดกับเรามาก
ผม : (หึ มืงบอกพึ่งออกกฎมาใหม่คงจะยกเลิกอยู่แหละ) ผมไม่รู้นะ ผมก็ไม่ได้จะมีเจตนาไม่บริสุทธิ์อะไร ผมแค่จะเข้ามาติวหนังสือกับเพื่อนตามปกติ ทุกครั้งผมก็ใส่แบบนี้ ผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องจ่ายค่าบำรุงต่าง ๆ ให้มหาวิทยาลัย ทำไมกฎมันถึงริดรอนสิทธิเสรีภาพได้มากขนาดนี้
หลังจากนั้นผมก็เซ็น แล้วยื่นเอกสารให้พี่เค้าไป เค้าบอกว่าสำนักหอสมุดจะติดต่อกลับภายใน 7วัน
ซึ่งเย็นวันนี้ผมได้รับ E-Mail ให้ไปฟังคำชี้แจงในวันพรุ่งนี้ (วันพุธ) ผมดีใจนะที่หอสมุดก็ทำงานเร็วเหมือนกัน
ผมจึงบอกเวลาเข้าพบเพื่อนที่จะไปคุยกันและหาทางออก
ประเด็นของผมอยู่ตรงนี้นะครับ
"การศึกษาไทยมันกลายเป็นการบริการ"
- ไหน ๆ มหาวิทยาลัยก็เล่นเป็นเหมือนสถานให้บริการความรู้ที่แลกมาด้วยราคาแสนแพงแล้วจึงไม่ปรับทัศนะคติให้เป็นไปตามที่ลูกค้า(นักศึกษา)ต้องการ ?
- ที่ผมใส่ขาสั้นไป เพราะ 1.นิสัยส่วนตัวไม่ชอบกางเกงขายาว 2.อากาศประเทศนี้มันอึดอัดเหลือเกิน
- หากผมใส่ขาสั้นเข้าไป จะส่งผลเสียอย่างไรต่อหอสมุด ?
- ไม่อยากให้เอาคำว่า "กาละเทศะ" มาคุยกัน เพราะผมว่ามันไม่สมเหตุสมผล มหาวิทยาลัยผมเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐถือเป็นสถานที่ราชการแต่กลับมีอาจารย์เป็นบุคคลากร แต่ปิดทำการตามเวลาราชการ แต่ดันเปิดให้เด็กมาสอบในวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์(12สิงหาที่ผ่านมา)
- ถ้าหากกฎบังคับใช้จริงจัง เหตุใดจึงมีคนนุ่งสั้นเข้าไปได้ ที่สำคัญเป็นผู้หญิงเยอะด้วย
- คิดว่าระบบการแต่งกาย ลัทธิแบบฟอร์มนิยม มันขัดต่อกฎรัฐธรรมนูญในมาตราเหล่านี้หรือไม่
หมวด ๓
สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย
ส่วนที่ ๑
บททั่วไป
มาตรา ๒๖ การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
มาตรา ๒๘ บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
มาตรา ๒๙ การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็น และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้
credit.
http://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538976878&Ntype=25
เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ มีความเห็นอย่างไรมาแชร์ความคิดกันได้นะครับ เพราะผมก็ไม่ได้มองว่าตัวเองถูกเป็นฝ่ายเดียว ^^
ลัทธิแบบฟอร์มนิยม : กับเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญไทย
เรื่องมันมีอยู่ว่าครับวันนี้ผมได้เข้าไปใช่บริการหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านบางเขนที่มีต่อและสไปร์ทเป็นพรีเซ็นเตอร์ซึ่งผมเป็นนิสิตอยู่(คงรู้นะ) การเข้าใช้หอสมุดมา 3ปีของผมเนี่ยไม่เคยมีปัญหาเลย จนกระทั่งวันนี้ที่ผมใส่กาเกงขาสั้นไปตามปกติ(เพราะไม่มีเรียน) นัดเพื่อนที่หอสมุดเพื่อที่จะติวหนังสือเพราะยังสอบไม่เสร็จ เมื่อเดินเข้าไปโดนเจ้าหน้าที่ผู้ชายที่เฝ้าประตูเรียก! เค้าบอกว่าผมใส่กางเกงขาสั้นเกินตามที่กฎขอสำนักหอสมุดกำหนด(กุใส่มาร้อยวันพันปีไม่เห็นจะเคยเรียก) ผมก็โอเค ๆ พยายามลดความขัดแย้งด้วยการไปเข้าอีกประตูนึงฝั่งตึกใหม่ เมื่อเข้าไปก็โดนแบบเดียวกันอีก!!! เจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่เฝ้าประตูบอกว่าสั้นไปผิดกฎ เอ้าาาาา โอเคผมคิดเองในใจเวลาถึงเวลาต้องไฟว้กันหน่อยละ นี่เป็นบทสนทนาสั้น ๆ เท่าที่ผมจำได้(อันที่จริงกล้องวงจรปิดคงจะจำได้มากกว่านี้)
ผม : ทำไมขาสั้นถึงผิดกฎครับ ?
เจ้าหน้าที่หญิง : มันเป็นกฎค่ะ น้องใส่สั้นเกินเข่าขึ้นมา 6นิ้ว
ผม : ครับผมวัดแล้วว่าสั้นเกิน 6 นิ้วจริง แต่ขอถามหน่อยว่าทำไมใส่สั้นกว่า 6 นิ้วถึงเข้าไม่ได้ครับ ?
เจ้าหน้าที่หญิง : มันเป็นกฎค่ะ
ผม : แล้วกฎมันสัมพันธ์กันตรงไหนกับการที่ผมเข้าไปอ่านหนังสือครับ ?
เจ้าหน้าที่หญิง : คือมันเป็นกฎค่ะ
ผม : ผมขอเหตุผล เพราะปกติวันที่ไม่มีเรียนผมก็ใส่แบบนี้มาตลอดไม่เห็นจะเคยโดนเรียก แล้ววันนี้ผมก็จะเข้ามาอ่านหนังสือ
เจ้าหน้าที่หญิง : อ่อ พอดีกฎพึ่งออกมาใหม่ค่ะ
ผม : แล้วทำไมบางคนใสกระโปรงทรงเอสั้น ๆ หรือผู้ชายบางคนก็ใส่เท่าผมถึงเข้าไปได้(พร้อมมองไปด้านหลัง)(นี่คำถามเก่ายังไม่ตอบกุเลยนะ)
เจ้าหน้าที่หญิง : ใครคะที่ว่าสั้น ?
ผม : เพื่อนผมที่เข้าไปก่อนหน้านี้ครับ
เจ้าหน้าที่หญิง : เรียกมาสิค่ะ
ผม : แน่ใจนะ ว่าจะให้ผมโทรเรียก ?
ตอนนั้นผมก็เอามือถือออกมากดเบอร์เพื่อนคนแรกที่เข้าไป แต่เจ้าหน้าที่หญิงเค้าคงคิดว่าผมจะไม่ทำจริง ๆ เพราะอารมณ์ที่ผมพูดมันเหมือนต่อปากต่อคำกันไปเรื่อย ๆ
เจ้าหน้าที่หญิง : เอ้ะ ! หรือว่าน้องจะคุยกับหัวหน้าพี่
ผม : ได้ครับ
เจ้าหน้าที่หญิงยกหูโทรศัพท์มาโทรหาคนที่อ้างว่าเป็นหัวหน้า แล้วก็พูดว่า "ค่ะพี่ พอดีมีน้องผู้ชายเค้าใส่กางเกงขาสั้นมาแล้วเค้าไม่ยอม เค้าจะเข้าให้ได้ ค่ะใช่ค่ะน้องเสื้อลายขาวดำ(ผมเอง) ค่ะคือเค้าจะเข้าให้ได้ค่ะ" หลังจากนั้นเค้าก็วางสาย (เอ้า! ไหนว่าจะให้คุยกับหัวหน้าเมิงไง!!!)
เจ้าหน้าที่หญิง : ยังไงน้องก็เข้าไม่ได้นะค่ะ แต่น้องสามารถเขียนคำร้องเรียนได้
ผม : ดีเลยครับ (อารมณ์ตอนนี้แบบว่าไฟว์ไปก็แพ้ พูดเป็นอยูคำเดียวอย่างกะหุ่นยนต์ มันเป็นกฎค่ะ มันเป็นกฎค่ะ)
เจ้าหน้าที่หญิง : แต่น้องต้องไปรับใบคำร้องที่อีกประตูนึงนะค่ะ
ผม : ได้ ๆๆๆ
ผมกับเพื่อน(ลืมบอกไปเลยว่ามีเพื่อนมาด้วยคนนึง -.-) ก็เดินกลับไปยังประตูแรกที่ถูกไล่มาก่อนหน้านี้
ผม : มาขอใบคำร้องเรียนครับ
เจ้าหน้าที่ชาย : แปบนะ (ก้มหาเอกสารใบคำร้องอยู่สักพัก) แล้วพี่เค้าก็ยื่นเอกสารมาให้ผมเขียนร้องเรียน
ผมก็ร่ายยาวไปสิถึงเหตุผลความสัมพันธ์ของการใส่ขาสั้นเข้าแล้วเข้าใช้หอสมุด จำไม่ได้เหมือนกันว่าเขียนอะไรไปแล้วบ้าง แต่จำได้ว่า "ขอเหตุผล แต่ไม่ขอคำตอบที่ว่า เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย"
เจ้าหน้าที่ชาย : น้องเขียนให้เค้ายกเลิกกฎไปเลยก็ได้ พี่จะได้ไม่ต้องมาเข้มงวดกับเรามาก
ผม : (หึ มืงบอกพึ่งออกกฎมาใหม่คงจะยกเลิกอยู่แหละ) ผมไม่รู้นะ ผมก็ไม่ได้จะมีเจตนาไม่บริสุทธิ์อะไร ผมแค่จะเข้ามาติวหนังสือกับเพื่อนตามปกติ ทุกครั้งผมก็ใส่แบบนี้ ผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องจ่ายค่าบำรุงต่าง ๆ ให้มหาวิทยาลัย ทำไมกฎมันถึงริดรอนสิทธิเสรีภาพได้มากขนาดนี้
หลังจากนั้นผมก็เซ็น แล้วยื่นเอกสารให้พี่เค้าไป เค้าบอกว่าสำนักหอสมุดจะติดต่อกลับภายใน 7วัน
ซึ่งเย็นวันนี้ผมได้รับ E-Mail ให้ไปฟังคำชี้แจงในวันพรุ่งนี้ (วันพุธ) ผมดีใจนะที่หอสมุดก็ทำงานเร็วเหมือนกัน
ผมจึงบอกเวลาเข้าพบเพื่อนที่จะไปคุยกันและหาทางออก
ประเด็นของผมอยู่ตรงนี้นะครับ
"การศึกษาไทยมันกลายเป็นการบริการ"
- ไหน ๆ มหาวิทยาลัยก็เล่นเป็นเหมือนสถานให้บริการความรู้ที่แลกมาด้วยราคาแสนแพงแล้วจึงไม่ปรับทัศนะคติให้เป็นไปตามที่ลูกค้า(นักศึกษา)ต้องการ ?
- ที่ผมใส่ขาสั้นไป เพราะ 1.นิสัยส่วนตัวไม่ชอบกางเกงขายาว 2.อากาศประเทศนี้มันอึดอัดเหลือเกิน
- หากผมใส่ขาสั้นเข้าไป จะส่งผลเสียอย่างไรต่อหอสมุด ?
- ไม่อยากให้เอาคำว่า "กาละเทศะ" มาคุยกัน เพราะผมว่ามันไม่สมเหตุสมผล มหาวิทยาลัยผมเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐถือเป็นสถานที่ราชการแต่กลับมีอาจารย์เป็นบุคคลากร แต่ปิดทำการตามเวลาราชการ แต่ดันเปิดให้เด็กมาสอบในวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์(12สิงหาที่ผ่านมา)
- ถ้าหากกฎบังคับใช้จริงจัง เหตุใดจึงมีคนนุ่งสั้นเข้าไปได้ ที่สำคัญเป็นผู้หญิงเยอะด้วย
- คิดว่าระบบการแต่งกาย ลัทธิแบบฟอร์มนิยม มันขัดต่อกฎรัฐธรรมนูญในมาตราเหล่านี้หรือไม่
หมวด ๓
สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย
ส่วนที่ ๑
บททั่วไป
มาตรา ๒๖ การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
มาตรา ๒๘ บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
มาตรา ๒๙ การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็น และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้
credit. http://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538976878&Ntype=25
เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ มีความเห็นอย่างไรมาแชร์ความคิดกันได้นะครับ เพราะผมก็ไม่ได้มองว่าตัวเองถูกเป็นฝ่ายเดียว ^^