[CR] แด่มองโกเลียด้วยใจ

ก่อนเที่ยงคืนคืนวันอาทิตย์แห่งการพักผ่อนจากระยะเวลาหลายเดือนของความยุ่งวุ่นวายทั้งเรื่องชีวิตและงาน แทนที่ผมจะนอนดูทีวีอยู่ที่บ้าน ผมต้องมานั่งอยู่บนแท็กซี่ไปสนามบินสุวรรณภูมิ
“ไปทำอะไรที่มองโกเลียครับ” คนขับถามอย่างอยากรู้อยากเห็น คงไม่ค่อยมีใครเดินทางไปประเทศนี้เท่าไรนักจากเมืองไทย ผมคิดในใจ
“ไปตามหาของครับ” ผมตอบพลางมองออกไปที่เหล่าป้ายโฆษณายักษ์ใหญ่ที่เรียงรายตามทางเข้าสนามบินเหมือนกับพวกมันกำลังเข้าแถวรอส่งผมออกจากประเทศ
“ของคงมีค่าน่าดูนะครับ ตามไปไกลขนาดนั้น”
“ครับ”ผมยิ้มเล็กๆ
เพื่อให้มั่นใจว่าจะไปถึงมองโกเลียในวันรุ่งขึ้นก่อนอาทิตย์ตกแล้วทำภารกิจได้ทันที ผมจำต้องเลือกไฟล์ทค่ำโดยไปต่อเครื่องที่เกาหลี เพราะไม่มีสายการบินบินตรงจากไทยไปมองโกเลีย ทางเลือกอีกทางคือต่อเครื่องที่ปักกิ่ง แต่จำต้องปฏิเสธจากกิตติศัพท์ที่เส้นทางนี้มักจะเลื่อนไฟล์ทอยู่บ่อยๆ แม้ว่าใจอยากแวะเที่ยวที่จีนต่อตอนขากลับก็ตาม
“ไม่ต้องใช้วีซ่าเข้ามองโกเลียใช่มั๊ยครับ” ผมถามให้แน่ใจกับพนักงานต้อนรับสาวสวย
“ไม่ต้องค่ะ คนไทยไม่ต้องขอวีซ่าเข้ามองโกเลีย ถ้าอยู่ไม่เกิน 30วัน”
ด้วยที่รู้ว่าคงจะได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงบนเครื่องเพราะบินไปเกาหลีใช้เวลาประมาณ5ชม. ผมจึงจักการกับตัวเองให้พร้อมนอนทันทีที่เครื่องบินการบินไทยไต่ระดับสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพฯสำเร็จ
ใจผผมล่องลอยไปถึงสิ่งที่ต้องทำในมองโกเลียเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะหลับไปอย่างอ่อนเพลีย
เสียงรถเข็นถาดอาหารเช้าที่แม้จะเบาแต่ก็พอที่จะปลุกผมให้ตื่นขึ้นมา
“รับอะไรดีคะ มีเมนูเป็นไข่ม้วนกับไส้กรอก หรือจะเลือกปลาราดซอสกับข้าวญี่ปุ่น”
“ผมขอปลาละกันครับ” แม้มื้อนี้จะเป็นมื้อแรกที่ผมได้กินเนื้อสัตว์หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการกินมังสวิรัติเป็นเวลา2อาทิตย์ แต่รสชาดของปลากับซอสญี่ปุ่นก็ไม่ทำให้ผมรู้สึกแตกต่างจากการกินแต่ผักที่ผ่านมาซักเท่าไรนัก แต่เอาเถอะเพราะกว่าจะได้กินอีกมื้อก็ต้องรอจนขึ้นเครื่องสายการบินมองโกเลียตอนเที่ยงเท่านั้น
หลังจากรอแกร่วอยู่สนามบินอินชอน (Incheon) กว่าห้าชั่วโมง ผมก็พาตัวเองล่องลอยผ่านน่านฟ้าประเทศจีนเพื่อเข้าสู่ประเทศมองโกเลียในที่สุด ระยะเวลากว่าสามชั่วโมงในที่แคบๆของที่นั่งผู้โดยสารชั้นประหยัดที่แค่เหยียดเข่าก็ติดพนักพิงด้านหน้าแล้ว และรสชาดเสต็กไก่จืดๆมันๆ ก็ทำให้ผมนึกถึงที่นั่งชั้นธุรกิจและปลาราสซอสญี่ปุ่นของสายการบินไทยเมื่อเช้าขึ้นมาทันที นี่สินะที่เขาว่าถ้าไม่มาเจอสิ่งที่แย่กว่าก็จะไม่รู้ค่าสิ่งที่มีอยู่


(ระหว่างรอต่อเครื่องที่อินชอน)
ณ.เวลาสี่โมงเย็นของวันจันทร์ กับการเดินทางรวมการรอคอยต่างๅ กว่าสิบห้าชั่วโมงอันยาวนานได้จบสิ้น  ผมก็ได้กลับมาเหยียบแผ่นดินที่ได้ชื่อว่า “Land of Blue Sky” อีกครั้ง



(น่านฟ้ามองโกเลีย)
ทีมงานที่นัดหมายกันไว้มารับและพาเข้าไปเช็คอินโรงแรมที่จองไว้ทันที คงจะรู้ว่าผมต้องการล้างหน้าล้างตาจากความเพลียของการเดินทางตลอดคืน

(โรงแรมที่พัก)
ทีมงานที่มารับประกอบไปด้วยเจ้าของบริษัทคนอินเดียชื่อ สุนิล สุนิลอยู่ในวัยกลางคน ตัวสูงสันทัดราว180เซนติเมตร ผิวแทน หน้าตาดูภายนอกเหมือนเป็นคนดุ เพราะใบหน้าดูขึงขังและเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ แต่จริงๆแล้วเป็นคนอัธยาศัยดี และอีกคนคือ เอ็งตูยา ผู้จัดการสาวใหญ่ชาวมองโกเลียแท้ๆ เอ็งตูยามีรูปร่างค่อนข้างสูงและเจ้าเนื้อตามแบบฉบับของแม่บ้านที่นี่ คงเพราะอาหารการกินหลักของมองโกเลียที่เน้นหนักไปทางเนื้อนมไข่ บุคลิกภายนอกที่ดูสง่าแบบผู้ดีของเธอทำให้ดูเหมือนเข้าถึงยาก แต่เมื่อรู้จักจึงรู้ว่าเธอนอกจากจะเก่งรอบรู้แล้ว ยังเป็นคนใจดีและมีน้ำใจมาก

(สุนิล & เอ็งตูยา)

(เส้นทางจากสนามบินเข้าเมือง)
“มองโกเลียปีนี้เปลี่ยนไปนะ รถติดเยอะมากๆหนักกว่ากรุงเทพฯซะอีก” ผมเอ่ยถามระหว่างเดินทางจากโรงแรมไปออฟฟิซของพวกเขา
“เพราะเขาปิดถนนหลักเส้นกลางเมืองเพื่อสร้างทางข้ามถนนใต้ดินน่ะ เลยกระทบไปถึงถนนอื่นๆทั่วทั้งเมือง กว่าจะเปิดปรกติก็อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าโน่น” เอ็งตูยาอธิบาย
“ทำไมต้องสร้างด้วยละครับ”
“แถวนั้นคนพลุกพล่าน รถก็เยอะขึ้นมาก เลยเกิดอุบัติเหตุบ่อย”
สังเกตจากการขับรถของคนที่นี่ที่คล้ายเวียดนามที่ขึ้นชื่อในเรื่องสภาพการจราจรที่บ้าคลั่งมาก ต่างคนคนต่างแย่งกันไป เข้าซ้ายป่ายขวา บีบแตรใส่กันเหมือนเจอหน้าทักทายสวัสดี ก็คงไม่แปลกใจ แต่ก็ต้องโทษคนข้ามถนนที่นี่เหมือนกัน ที่ข้ามทุกที่ยกเว้นทางม้าลาย และไม่ค่อยรอสัญญาณไฟจราจรอีก ก็เลยยิ่งไปกันใหญ่
ความทรงจำของการมามองโกเลียของผมเมื่อปีที่แล้วยังลางๆอยู่ในหัวของผม รถที่ยังไม่เยอะเหมือนตอนนี้ การจราจรก็คล่องตัว ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่ติดเต็มถนนสี่เลนยาวไปเป็นกิโลเมตร อีกสิ่งที่เห็นได้ชัดคือปริมาณตึกสูงที่ผุดขึ้นใหม่มากมาย แต่ก็มีหลายโครงการที่การก่อสร้างถูกระงับกลางคัน ทิ้งไว้เพียงโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่า รกร้างปราศจากสิ่งมีชีวิต
“คุณก็รู้นี่ว่าตอนนี้มองโกเลียเจอผลกระทบเศรษฐกิจถดถอยโลก รายได้หลักของเรามาจากสามส่วนคือ หนึ่ง อุตสาหกรรมเหมืองแร่พวกทองแดง ทอง และอื่นๆ สองจากสินค้าแคชเมียร์ และสามคืออุตสาหกรรมการเกษตรพวกเนื้อสัตว์ส่งออก ตอนนี้ราคาทองแดงโลกตกลงจากปีก่อนมากจากความต้องการขอภาคการผลิตที่ลดลง  สินค้าฟุ่มเฟือยพวกแคชเมียร์ก็ทรุดจากกำลังซื้อที่หดตัวของพวกอเมริกันและยุโรป ไหนจะเจอปัญหาค่าเงินตูกริก (Tukrik) ที่อ่อนตัว แต่ที่หนักสุดคือพวกทุนต่างชาติ ที่ลงทุนหนักในปีก่อนก็ถูกถอนกลับประเทศอย่างไม่มีกำหนด ตอนนี้ก็ได้แต่หวังในโครงการของอุตสาหกรรมเหมืองแร่มูลค่ามหาศาลที่รัฐบาลกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้เงินลงทุนก้อนใหม่อยู่ ถ้าสำเร็จก็คงจะได้เห็นแสงสว่างที่ปลายทางกันล่ะ” สุนิลร่ายยาวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความหวัง
ก็น่าเห็นใจประเทศนี้ ด้วยความที่เป็นประเทศที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา (GDP ประมาณครึ่งนึงของประเทศไทย) แต่มีทรัพยากรจำกัด ไม่มีอาณาเขตติดทะเล สินค้าอุปโภคบริโภคที่ผลิตในประเทศก็ยังมีตัวเลือกไม่มาก เมื่อเจอปัญหาค่าเงินอ่อน สินค้าส่วนใหญ่ที่ต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศอยู่ๆก็ราคาสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ เป็นภาระกลับไปสู่ประชาชนในวงกว้าง ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้องฝ่าฟันกันอีกเท่าไรในอนาคต
ผมใช้เวลาที่เหลือของวันตามตารางที่วางแผนเอาไว้อย่างเป็นทางการอย่างราบรื่น แต่ในใจยังคงว้าวุ่นไปกับความคิดต่างๆมากมายที่วนเวียนอยู่ในหัว ทั้งสิ่งที่พบเห็นตลอดวัน แผนงานของวันพรุ่งนี้ และหนึ่งเรื่องใหญ่เหนืออื่นใดในนั้นคือแผนอย่างไม่เป็นทางการ ภารกิจ “ตามหาของ” นั้นของผมที่ยังไม่มีวี่แววแต่อย่างใด
หลังมื้อค่ำ ผมและสุนิลก็แยกย้ายกันกลับห้องพักพร้อมทั้งนัดหมายเวลาของวันรุ่งขึ้น
“พักผ่อนก่อนละกัน คุณคงเหนื่อยมาทั้งวัน แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปย่ำราตรีกัน” สุนิลยิ้มกรุ้มกริ่ม แล้วหันหลังปิดประตูเข้าห้องตัวเองจากไป

(บรรยากาศในเมือง)

(พื้นที่ชุมชนแออัดชานเมือง)
ชื่อสินค้า:   มองโกเลีย
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่