ถ้ายังไม่เข้าใจลักษณะของอนัตตาถูกต้องก็จะไม่เข้าใจหลักปฏิจจสมุปบาท

เพราะเรื่องอนัตตาเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญ ถ้าเข้าใจความเป็นอนัตตาของร่างกายและจิตใจ(ขันธ์?๕)ผิด ก็จะเข้าใจเรื่องปฏิจจสมุปบาทผิดตามไปด้วยทันที คือถ้าไปเข้าใจผิดว่ามีอัตตา(คือเข้าใจว่ามีตัวตนอมตะ หรือมีตัวตนที่เกิดใหม่เหมือนเดิมสืบต่อไว้ได้ ก็เรียกว่าเป็นอัตตาทั้งนั้น) อยู่ในขันธ์ ๕ ก็จะเข้าใจผิดต่อไปว่า อัตตานั้นจะไปเกิดใหม่ได้ แล้วก็จะทำให้เข้าใจผิดไปว่าปฏิจจสมุปบาทเป็นการอธิบายถึงเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดทางร่างกายอย่างที่ชาวพุทธส่วนใหญ่เชื่อกันอยู่

แต่ถ้าเข้าใจถูกต้องว่า ขันธ์ ๕ นี้ไม่มีขันธ์ใดที่จะเป็นอัตตาได้ (เพราะมันเป็นสิ่งปรุงแต่งขึ้นมาจากสิ่งอื่นทั้งสิ้น) ก็จะทำให้เข้าใจได้ถูกต้องว่า มันไม่มีตัวเราหรือสิ่งที่เป็นเราจริงๆอยู่ในขันธ์ ๕ ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดที่จะไปเกิดใหม่ได้ หรือไม่มีการสืบต่อหรือเกิดมาใหม่ให้เหมือนเดิมได้อีก แล้วก็จะทำให้เข้าใจได้ว่า ความเชื่อเรื่องการเวียนกลับมาเกิดใหม่หรือเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นแค่ความเชื่อที่เป็นไปไม่ได้เลย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่