วันนี้รู้สึกชีวิตเหนื่อยครับ พ่อแม่แก่ตัวลงทุกวันแต่ผมยังไม่สามารถทำให้เค้าสองคนทำงานเบาลงได้เลย ขอเกริ่นหน่อยนะครับ
ครอบครัวผมไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย พ่อแม่เป็นคนจีนขายของหาเลี้ยงครอบครัว ภาพที่ผมเห็นจนชินตาคือพ่อแม่ตื่นแต่เช้า ตี5ออกไปขายของกลับบ้านอีกที 5 ทุ่ม มันเป็นอย่างนี้ตลอดตั้งแต่ผมเรียนมัธยม ตอนนี้ผมอายุ24แล้วก็ยังเป็นแบบนี้อยู่!!! พ่อกับแม่เป็นตัวอย่างของคนที่สู้งานมากๆทำให้ผมไม่ท้อแท้เวลาเจอปัญหา (นี่เป็ยข้อดีของบ้านผมเลยครับ) ถึงแม้ครอบครัวผมจะไม่อบอุ่น พ่อแม่ไม่มีเวลามานั่งจับเข่าคุยกับลูก พ่อแม่ผมการศึกษาไม่สูง ท่านไม่เคยแนะนำเรื่องอนาคตได้เลย เพราะท่านไม่ได้ร่ำเรียนสูง จบกันแค่ประถม แต่ผมคิดว่าผมโชคดีนะที่เห็นเค้าทำงานหนักมาแต่ไหนแต่ไร ทำงานหนักมากจริงๆจน...ผมไม่กล้าที่จะเป็นเด็กเกเร ผมรู้ว่าพ่อแม่ไม่มีเวลามาอยู่กับผม ตอนเรียนมัธยมผมจึงทำทุกทางเพื่อเอาตัวไปอยู่กับเค้าทั้งสอง หลังจากเรียนเสร็จผมจะไปที่ร้านขายของเพื่อช่วยงานที่ร้านและกลับบ้านพร้อมกันพ่อแม่ลูกตอน 5 ทุ่ม ทั้งๆที่แกไล่ให้ผมกลับบ้านก่อนทุกครั้ง แต่ไม่รู้สิ ถ้ากลับบ้านไปก็ไม่ได้เจอกน้ากัน ถึงเจอกันกลับมาทุกคนก็จะนอนทันทีเพราะเหนื่อยมาก แม้แต่งานบ้านยังไม่มีแรงจะทำ ผมต้องทำทุกอย่างในบ้านทั้งซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ
ผมคิดว่าวันนึงที่บ้านจะสบายกว่านี้ วันที่ผมเรียนจบ ไม่ต้องแบมือขอเงินอีกต่อไป...แล้ววันนั้นก็มาถึง เมื่อ2ปีก่อนผมเรียนจบ ผมหยุดขอเงินจากที่บ้านทันที และตั้งใจทำงานเรียนโทโดยใช้เงินของตัวเอง แต่แล้วที่บ้านผมก็ยังทำงานหนักกันเหมือนเดิม ถึงจุดจุดหนึ่งเราคิดได้ว่า แค่หยุดรับเงินจากที่บ้านคงไม่พอ คงต้องเริ่มส่งเงินให้ที่บ้านบ้างแล้ว ผมโชคดีที่พ่อแม่ส่งเสียให้เรียนและรักเรียน ผมได้งานในบริษัทที่ดีที่หนึ่ง เงินเดือนผม 30K ผมส่งรถให้แม่ (เนื่องจากคันเก่าที่ใช้ทำมาหากินมันบุโรทั่งเเหลือเกิน) เดือนละ 7,500 บาท ส่งเงินอีกจำนวนนึงให้ใช้จ่ายของทั้งคู่อีก 5,000บาท แต่แล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ผมโหยหาเวลาที่ครอบครัวจะได้อยู่ด้วยกัน ใช้เวลาตอนเย็นนั่งบนโต๊ะอาหาร คุยกันเรื่องละครหลังข่าว ฟังพ่อกับแม่บ่นเรื่องนู้นเรื่องนี้ แต่คุณเชื่อไหมเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยเป็นสิบๆปีแล้ว ทุกวันนี้ผมยังอยากมีเวลาแบบนั้นอยู่
ผมนั่งถามตัวเองว่าทำไมพ่อกับแม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ทั้งๆที่ไม่มีภาระอะไรแล้ว เราทะเลาะกันเรื่องนี้บ่อยมากๆ จนวันนึงผมระเบิกใส่แม่ "ผมไม่เข้าใจว่าทำไมแม่จะต้องขายของหนักขนาดนี้ เงินใช้ไม่พอหรือยังไง ตอนผมเรียนแม่ทำงานหนักผมเข้าใจ แต่ตอนนี้แม่ไม่ต้องส่งใครแล้ว ผมให้เงินแม่ทุกๆเดือน มันใช้ไม่พอหรือ" แม่ตอบว่า "ลูกไม่รู้หรอกว่าแม่มีภาระอะไรบ้าง" ผมรู้ทันทีว่าแม่พูดไปอย่างนั้น แต่เอาเข้าจริงๆแล้วแม่ไม่มีภาระอะไรมากมาย ผมจึงพยายามบอกให้แม่บอกเรื่องต่างๆให้ผมรับรู้บ้าง ผมโตแล้ว ที่บ้านมีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องเงินหรือเรื่องอะไรผมควรต้องรับรู้บ้าง จะได้ช่วยแก้ปัญหา แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิมครับ ผมเข้าใจว่าส่วนหนึ่งคือที่บ้านค้าขายแบบกงสี ไม่มีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายเลย ได้เงินมาเข้ากระเป๋าหมด เอาไปซื้อของมาขายใหม่ จับจ่ายอะไรกองเดียวกันหมด ไม่กันเงินไว้เก็บเลย จะบอกให้แกทำแกก็ไทำได้พักหนึ่ง แล้วก็เลิกไป อ้างว่าเงินไม่พอซื้อของมาขาย ไม่อยากเก็บเข้าแบงค์
ผมคิดว่าคงต้องหางานอะไรให้แกทำเพื่อไม่ให้แกทำงานหนักอีกต่อไป อยากให้แกทำกับข้าวให้ทานตอนเย็น ไปซื้อกับข้าวด้วยกัน ช่วยกันทำขนมบ้าง มันคงจะมีความสุขไม่น้อย แต่เงินผมก็มีไม่มากพอที่จะหาธุรกิจให้ที่บ้านทำ
สิ่งที่อยากให้เพื่อนแชร์คือ มีใครเป็นเหมือนบ้านผมบ้างและเพื่อนๆทำอย่างไรกัน ตอนนี้อยากเปิดร้านกาแฟให้แม่ มีไอเดียว่าจะทำร้านที่ไม่เหมือนใครแต่ค่าที่แพงเหลือเกิน อีกร้านหนึ่งที่อยากเปิดคือร้านข้าวมันไก่ ผมมีสูตรอยู่ ทำแล้วค่อนข้างอร่อยเลยล่ะ แต่จะหาตึกทำเลดีดีก็ยากแล้ว แถมค่าที่ก็แพงหูฉี่ เห็นทีคงต้องเก็บเงินไปอีกหลายปี....สรุปได้แค่เข้ามาบ่น
อยากจับอะไรได้ที่มันเป็นเงินขึ้นมาบ้างแต่ตอนนี้แค่ยังไม่รู้ว่าจะหาช่องทางยังไง...ขอบคุณทุกท่านที่มาอ่าน
ทำยังไงพ่อแม่ถึงจะสบายสักที
ครอบครัวผมไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย พ่อแม่เป็นคนจีนขายของหาเลี้ยงครอบครัว ภาพที่ผมเห็นจนชินตาคือพ่อแม่ตื่นแต่เช้า ตี5ออกไปขายของกลับบ้านอีกที 5 ทุ่ม มันเป็นอย่างนี้ตลอดตั้งแต่ผมเรียนมัธยม ตอนนี้ผมอายุ24แล้วก็ยังเป็นแบบนี้อยู่!!! พ่อกับแม่เป็นตัวอย่างของคนที่สู้งานมากๆทำให้ผมไม่ท้อแท้เวลาเจอปัญหา (นี่เป็ยข้อดีของบ้านผมเลยครับ) ถึงแม้ครอบครัวผมจะไม่อบอุ่น พ่อแม่ไม่มีเวลามานั่งจับเข่าคุยกับลูก พ่อแม่ผมการศึกษาไม่สูง ท่านไม่เคยแนะนำเรื่องอนาคตได้เลย เพราะท่านไม่ได้ร่ำเรียนสูง จบกันแค่ประถม แต่ผมคิดว่าผมโชคดีนะที่เห็นเค้าทำงานหนักมาแต่ไหนแต่ไร ทำงานหนักมากจริงๆจน...ผมไม่กล้าที่จะเป็นเด็กเกเร ผมรู้ว่าพ่อแม่ไม่มีเวลามาอยู่กับผม ตอนเรียนมัธยมผมจึงทำทุกทางเพื่อเอาตัวไปอยู่กับเค้าทั้งสอง หลังจากเรียนเสร็จผมจะไปที่ร้านขายของเพื่อช่วยงานที่ร้านและกลับบ้านพร้อมกันพ่อแม่ลูกตอน 5 ทุ่ม ทั้งๆที่แกไล่ให้ผมกลับบ้านก่อนทุกครั้ง แต่ไม่รู้สิ ถ้ากลับบ้านไปก็ไม่ได้เจอกน้ากัน ถึงเจอกันกลับมาทุกคนก็จะนอนทันทีเพราะเหนื่อยมาก แม้แต่งานบ้านยังไม่มีแรงจะทำ ผมต้องทำทุกอย่างในบ้านทั้งซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ
ผมคิดว่าวันนึงที่บ้านจะสบายกว่านี้ วันที่ผมเรียนจบ ไม่ต้องแบมือขอเงินอีกต่อไป...แล้ววันนั้นก็มาถึง เมื่อ2ปีก่อนผมเรียนจบ ผมหยุดขอเงินจากที่บ้านทันที และตั้งใจทำงานเรียนโทโดยใช้เงินของตัวเอง แต่แล้วที่บ้านผมก็ยังทำงานหนักกันเหมือนเดิม ถึงจุดจุดหนึ่งเราคิดได้ว่า แค่หยุดรับเงินจากที่บ้านคงไม่พอ คงต้องเริ่มส่งเงินให้ที่บ้านบ้างแล้ว ผมโชคดีที่พ่อแม่ส่งเสียให้เรียนและรักเรียน ผมได้งานในบริษัทที่ดีที่หนึ่ง เงินเดือนผม 30K ผมส่งรถให้แม่ (เนื่องจากคันเก่าที่ใช้ทำมาหากินมันบุโรทั่งเเหลือเกิน) เดือนละ 7,500 บาท ส่งเงินอีกจำนวนนึงให้ใช้จ่ายของทั้งคู่อีก 5,000บาท แต่แล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ผมโหยหาเวลาที่ครอบครัวจะได้อยู่ด้วยกัน ใช้เวลาตอนเย็นนั่งบนโต๊ะอาหาร คุยกันเรื่องละครหลังข่าว ฟังพ่อกับแม่บ่นเรื่องนู้นเรื่องนี้ แต่คุณเชื่อไหมเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยเป็นสิบๆปีแล้ว ทุกวันนี้ผมยังอยากมีเวลาแบบนั้นอยู่
ผมนั่งถามตัวเองว่าทำไมพ่อกับแม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ทั้งๆที่ไม่มีภาระอะไรแล้ว เราทะเลาะกันเรื่องนี้บ่อยมากๆ จนวันนึงผมระเบิกใส่แม่ "ผมไม่เข้าใจว่าทำไมแม่จะต้องขายของหนักขนาดนี้ เงินใช้ไม่พอหรือยังไง ตอนผมเรียนแม่ทำงานหนักผมเข้าใจ แต่ตอนนี้แม่ไม่ต้องส่งใครแล้ว ผมให้เงินแม่ทุกๆเดือน มันใช้ไม่พอหรือ" แม่ตอบว่า "ลูกไม่รู้หรอกว่าแม่มีภาระอะไรบ้าง" ผมรู้ทันทีว่าแม่พูดไปอย่างนั้น แต่เอาเข้าจริงๆแล้วแม่ไม่มีภาระอะไรมากมาย ผมจึงพยายามบอกให้แม่บอกเรื่องต่างๆให้ผมรับรู้บ้าง ผมโตแล้ว ที่บ้านมีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องเงินหรือเรื่องอะไรผมควรต้องรับรู้บ้าง จะได้ช่วยแก้ปัญหา แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิมครับ ผมเข้าใจว่าส่วนหนึ่งคือที่บ้านค้าขายแบบกงสี ไม่มีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายเลย ได้เงินมาเข้ากระเป๋าหมด เอาไปซื้อของมาขายใหม่ จับจ่ายอะไรกองเดียวกันหมด ไม่กันเงินไว้เก็บเลย จะบอกให้แกทำแกก็ไทำได้พักหนึ่ง แล้วก็เลิกไป อ้างว่าเงินไม่พอซื้อของมาขาย ไม่อยากเก็บเข้าแบงค์
ผมคิดว่าคงต้องหางานอะไรให้แกทำเพื่อไม่ให้แกทำงานหนักอีกต่อไป อยากให้แกทำกับข้าวให้ทานตอนเย็น ไปซื้อกับข้าวด้วยกัน ช่วยกันทำขนมบ้าง มันคงจะมีความสุขไม่น้อย แต่เงินผมก็มีไม่มากพอที่จะหาธุรกิจให้ที่บ้านทำ
สิ่งที่อยากให้เพื่อนแชร์คือ มีใครเป็นเหมือนบ้านผมบ้างและเพื่อนๆทำอย่างไรกัน ตอนนี้อยากเปิดร้านกาแฟให้แม่ มีไอเดียว่าจะทำร้านที่ไม่เหมือนใครแต่ค่าที่แพงเหลือเกิน อีกร้านหนึ่งที่อยากเปิดคือร้านข้าวมันไก่ ผมมีสูตรอยู่ ทำแล้วค่อนข้างอร่อยเลยล่ะ แต่จะหาตึกทำเลดีดีก็ยากแล้ว แถมค่าที่ก็แพงหูฉี่ เห็นทีคงต้องเก็บเงินไปอีกหลายปี....สรุปได้แค่เข้ามาบ่น
อยากจับอะไรได้ที่มันเป็นเงินขึ้นมาบ้างแต่ตอนนี้แค่ยังไม่รู้ว่าจะหาช่องทางยังไง...ขอบคุณทุกท่านที่มาอ่าน