เรื่องยาวแต่ช่วยอ่านหน่อยนะคะ ไม่รู้จะปรึกษาใครแล้ว TT
เราอายุ 18 ค่ะ สอบติดมหาลัยแล้ว กำลังจะขึ้นปี 1 รู้จักกับเพื่อนผู้ชายคนนี้มีตั้งแต่ม.5 ทีแรกก็เป็นเพื่อนกันเฉยๆ จนกระทั่งตอน ม.6 เค้ามาขอเราเป็นแฟน เราก็เลยบอกแม่กับพี่สาวว่ามีคนนี้เข้ามา เราเองก็ชอบเค้าแต่ตอนนั้นเราขอดูๆกันไปก่อน ยังไม่เป็นแฟนอะไร หลังจากนั้นไม่นาน เพื่อนคนนี้ก็ชวนเราไปกินข้าวด้วยกันสองต่อสอง เราเองก็คิดว่าถ้าบอกผู้ปกครองแล้วก็คงไม่เป็นไรหรอก พวกท่านคงให้ไปเพราะมันก็แค่กินข้าวกับเพื่อน เราก็เห็นคนทั่วไปเค้าก็ทำกัน แต่พอไปขอพ่อ เท่านั้นแหละค่ะ โดนด่ายับเยิน อาจจะเป็นเพราะเข้าไปผิดจังหวะด้วย พอกลับมาเหนื่อยๆ ไอ้เราก็ไม่คิดอะไรเล้ย ไม่ทันถามได้พ่อว่าเป็นไงบ้างก็ดันพูดเรื่องขอไปกินข้าวซะงั้น โดนหาว่าเธออยากจะไปกับไอ้ผู้ชายคนนี้ขนาดนี้เลยเหรอ แล้วไอ้ที่เธอมาสอบเข้าบริหารแทนบัญชีนี่เพราะไอ้ผู้ชายคนนี้ใช่มั้ย(เรากับเค้าสอบติดที่เดียวกันค่ะ แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย เราก็เลือกของเรา เค้าก็เลือกของเค้า) ได้ยินแบบนั้นเราสะอึกไปเลยค่ะ ไม่เคยคิดจริงๆว่าเกิดมาชาตินี้จะโดนด่าด้วยคำพูดนี้ เราก็ไม่ใช่เด็กเกเรอะไรเลย เรียนได้คะแนนดีตลอด ระดับโรงเรียนและมหาลัยที่สอบได้ก็อยู่แนวหน้าของประเทศ แต่พอหลังจากพ่ออารมณ์เย็นลง เราก็เข้าไปเคลียร์ ทุกอย่างก็ดีขึ้น แต่มันก็กลายเป็นปมนึงที่เราไม่อยากเล่าเรื่องเพื่อนคนนี้ให้ครอบครัวฟังอีก ก็มีพี่สาวเราคนเดียวล่ะค่ะที่รู้เรื่อง แต่ก็ไม่ละเอียดมาก พี่รู้แค่ว่าเรากับเค้าก็ยังคุยกันอยู่...รู้แค่นั้น หลังจากนั้นมีช่วงที่เราไปสอบ CU-TEP ซึ่งไม่มีเพื่อนไปสอบด้วย มีแค่เค้าคนเดียวที่เรารู้จักจริงๆ เราเลยไปกินข้าวกลางวันกันสองคนตอนสอบเสร็จ บางทีถ้าวันว่างๆอย่างตอนปิดเทอม เราออกไปซื้อของที่พารากอน เค้าก็อาสามาช่วยถือของให้เรา ก็เดินกันไปสองคนอีก มีแค่สองครั้งนี้แหละค่ะที่ไปกัน พ่อแม่พี่ไม่รู้เพราะเราไม่อยากพูดจริงๆ รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเราเลย แต่พอพักหลังนี่หมดช่วงสอบ ปิดเทอมเตรียมขึ้นปี 1 ทุกอย่างก็ดูโอเคลงตัว เรื่องเรียนไม่มีขาดตกบกพร่องอะไร ฝึกงานที่บริษัทกับแม่ก็ไม่มีปัญหา เราก็อยากขอพ่อแม่มีแฟน เพราะอันที่จริง ตอนนี้ที่เราคุยกับเพื่อนคนนั้น มันก็เกินคำว่าเพื่อนมาเยอะแล้ว เพื่อนคนอื่นๆรอบข้างก็มองว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน แต่เราก็ไม่เคยล่วงเกินกัน มีระยะห่างตลอด มือไม่จับ เนื้อตัวไม่แตะ แค่คุยมือถือกับแชทในไลน์ และเราก็ทนตัวเองที่ทำลับๆล่อๆอย่างนี้ไม่ไหวเหมือนกัน คนแรกที่เราอยากคุยด้วยคือพี่สาว แต่พี่ก็เพิ่งเข้าทำงานที่ใหม่ เจอเจ้านายโหด กลับบ้านก็ดึก เลยย้ายไปนอนใกล้ๆที่ทำงาน เราก็ไม่รู้จะพูดยังไง เห็นพี่เหนื่อยมาก เราก็ไม่อยากพูดเรื่องของเรา พี่เราเลยไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะมีก็คงส่องผ่านเฟสบุ๊คว่าเราถ่ายรูปด้วยกันตอนไปเที่ยวทริปห้องเรียนม.6 ไม่ก็เห็นเราเล่นไลน์ในมือถือคุยกับเค้าที่ดูเหมือนจะบ่อยขึ้นตั้งแต่พี่ไม่อยู่บ้านและตั้งแต่ปิดเทอม เราก็เลยกะว่าจะไปคุยเรื่องนี้กับแม่ แต่ก็นะ มีวันนึงพี่กลับมานอนบ้าน เราเกิดทะเลาะกันขึ้นมาด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องกับพี่สาว (ตอนนั้นเราสองคนหลับอยู่ แล้วดันมีรุ่นพี่เราคนนึงส่งไลน์มาตอนตี1 เสียงโทรศัพท์ดัง พี่เลยตื่นขึ้นมาโวยวายใส่เรา) แล้วอยู่ดีๆพี่ก็พูดขึ้นมาว่า เดี๋ยวนี้เธอเห็นผู้ชายสำคัญกว่าชั้นใช่มั้ย ไอ้ผู้ชายคนนี้มันดีจนเธออยากจะคุยกับมันจนตัวสั่นใช่มั้ย คำพูดแสบๆกลับมาอีกแล้ว เราเริ่มลังเลว่าเราแย่เป็นอีตัวจริงๆใช่มั้ย แต่ถ้าเป็นอีตัวอย่างนั้นจริงเราจะมานั่งกลุ้มเรื่องขอพ่อแม่เป็นแฟนทำไม กอดจูบเสียตัวให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปนานละ แต่เราไม่ใช่คนอย่างนั้นจริงๆ ยิ่งพูดยิ่งดูเข้าข้างตัวเอง แต่ถึงยังไงเราก็อยากบอกไม่อยากปิดบังอะไรอีกแล้ว แต่เราก็ไม่รู้จะเริ่มเรื่องยังไงในเมื่อมันมีปมมาซะขนาดนี้ จะเริ่มพูดว่าอะไรยังไง เรายังนึกไม่ออกเลย ช่วยแนะนำด้วยเถอะนะคะ เครียดและอึดอัดมากจริงๆ
อยากขอพ่อแม่มีแฟน แต่ไม่อยากให้พ่อแม่เข้าใจผิด
เราอายุ 18 ค่ะ สอบติดมหาลัยแล้ว กำลังจะขึ้นปี 1 รู้จักกับเพื่อนผู้ชายคนนี้มีตั้งแต่ม.5 ทีแรกก็เป็นเพื่อนกันเฉยๆ จนกระทั่งตอน ม.6 เค้ามาขอเราเป็นแฟน เราก็เลยบอกแม่กับพี่สาวว่ามีคนนี้เข้ามา เราเองก็ชอบเค้าแต่ตอนนั้นเราขอดูๆกันไปก่อน ยังไม่เป็นแฟนอะไร หลังจากนั้นไม่นาน เพื่อนคนนี้ก็ชวนเราไปกินข้าวด้วยกันสองต่อสอง เราเองก็คิดว่าถ้าบอกผู้ปกครองแล้วก็คงไม่เป็นไรหรอก พวกท่านคงให้ไปเพราะมันก็แค่กินข้าวกับเพื่อน เราก็เห็นคนทั่วไปเค้าก็ทำกัน แต่พอไปขอพ่อ เท่านั้นแหละค่ะ โดนด่ายับเยิน อาจจะเป็นเพราะเข้าไปผิดจังหวะด้วย พอกลับมาเหนื่อยๆ ไอ้เราก็ไม่คิดอะไรเล้ย ไม่ทันถามได้พ่อว่าเป็นไงบ้างก็ดันพูดเรื่องขอไปกินข้าวซะงั้น โดนหาว่าเธออยากจะไปกับไอ้ผู้ชายคนนี้ขนาดนี้เลยเหรอ แล้วไอ้ที่เธอมาสอบเข้าบริหารแทนบัญชีนี่เพราะไอ้ผู้ชายคนนี้ใช่มั้ย(เรากับเค้าสอบติดที่เดียวกันค่ะ แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย เราก็เลือกของเรา เค้าก็เลือกของเค้า) ได้ยินแบบนั้นเราสะอึกไปเลยค่ะ ไม่เคยคิดจริงๆว่าเกิดมาชาตินี้จะโดนด่าด้วยคำพูดนี้ เราก็ไม่ใช่เด็กเกเรอะไรเลย เรียนได้คะแนนดีตลอด ระดับโรงเรียนและมหาลัยที่สอบได้ก็อยู่แนวหน้าของประเทศ แต่พอหลังจากพ่ออารมณ์เย็นลง เราก็เข้าไปเคลียร์ ทุกอย่างก็ดีขึ้น แต่มันก็กลายเป็นปมนึงที่เราไม่อยากเล่าเรื่องเพื่อนคนนี้ให้ครอบครัวฟังอีก ก็มีพี่สาวเราคนเดียวล่ะค่ะที่รู้เรื่อง แต่ก็ไม่ละเอียดมาก พี่รู้แค่ว่าเรากับเค้าก็ยังคุยกันอยู่...รู้แค่นั้น หลังจากนั้นมีช่วงที่เราไปสอบ CU-TEP ซึ่งไม่มีเพื่อนไปสอบด้วย มีแค่เค้าคนเดียวที่เรารู้จักจริงๆ เราเลยไปกินข้าวกลางวันกันสองคนตอนสอบเสร็จ บางทีถ้าวันว่างๆอย่างตอนปิดเทอม เราออกไปซื้อของที่พารากอน เค้าก็อาสามาช่วยถือของให้เรา ก็เดินกันไปสองคนอีก มีแค่สองครั้งนี้แหละค่ะที่ไปกัน พ่อแม่พี่ไม่รู้เพราะเราไม่อยากพูดจริงๆ รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเราเลย แต่พอพักหลังนี่หมดช่วงสอบ ปิดเทอมเตรียมขึ้นปี 1 ทุกอย่างก็ดูโอเคลงตัว เรื่องเรียนไม่มีขาดตกบกพร่องอะไร ฝึกงานที่บริษัทกับแม่ก็ไม่มีปัญหา เราก็อยากขอพ่อแม่มีแฟน เพราะอันที่จริง ตอนนี้ที่เราคุยกับเพื่อนคนนั้น มันก็เกินคำว่าเพื่อนมาเยอะแล้ว เพื่อนคนอื่นๆรอบข้างก็มองว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน แต่เราก็ไม่เคยล่วงเกินกัน มีระยะห่างตลอด มือไม่จับ เนื้อตัวไม่แตะ แค่คุยมือถือกับแชทในไลน์ และเราก็ทนตัวเองที่ทำลับๆล่อๆอย่างนี้ไม่ไหวเหมือนกัน คนแรกที่เราอยากคุยด้วยคือพี่สาว แต่พี่ก็เพิ่งเข้าทำงานที่ใหม่ เจอเจ้านายโหด กลับบ้านก็ดึก เลยย้ายไปนอนใกล้ๆที่ทำงาน เราก็ไม่รู้จะพูดยังไง เห็นพี่เหนื่อยมาก เราก็ไม่อยากพูดเรื่องของเรา พี่เราเลยไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะมีก็คงส่องผ่านเฟสบุ๊คว่าเราถ่ายรูปด้วยกันตอนไปเที่ยวทริปห้องเรียนม.6 ไม่ก็เห็นเราเล่นไลน์ในมือถือคุยกับเค้าที่ดูเหมือนจะบ่อยขึ้นตั้งแต่พี่ไม่อยู่บ้านและตั้งแต่ปิดเทอม เราก็เลยกะว่าจะไปคุยเรื่องนี้กับแม่ แต่ก็นะ มีวันนึงพี่กลับมานอนบ้าน เราเกิดทะเลาะกันขึ้นมาด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องกับพี่สาว (ตอนนั้นเราสองคนหลับอยู่ แล้วดันมีรุ่นพี่เราคนนึงส่งไลน์มาตอนตี1 เสียงโทรศัพท์ดัง พี่เลยตื่นขึ้นมาโวยวายใส่เรา) แล้วอยู่ดีๆพี่ก็พูดขึ้นมาว่า เดี๋ยวนี้เธอเห็นผู้ชายสำคัญกว่าชั้นใช่มั้ย ไอ้ผู้ชายคนนี้มันดีจนเธออยากจะคุยกับมันจนตัวสั่นใช่มั้ย คำพูดแสบๆกลับมาอีกแล้ว เราเริ่มลังเลว่าเราแย่เป็นอีตัวจริงๆใช่มั้ย แต่ถ้าเป็นอีตัวอย่างนั้นจริงเราจะมานั่งกลุ้มเรื่องขอพ่อแม่เป็นแฟนทำไม กอดจูบเสียตัวให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปนานละ แต่เราไม่ใช่คนอย่างนั้นจริงๆ ยิ่งพูดยิ่งดูเข้าข้างตัวเอง แต่ถึงยังไงเราก็อยากบอกไม่อยากปิดบังอะไรอีกแล้ว แต่เราก็ไม่รู้จะเริ่มเรื่องยังไงในเมื่อมันมีปมมาซะขนาดนี้ จะเริ่มพูดว่าอะไรยังไง เรายังนึกไม่ออกเลย ช่วยแนะนำด้วยเถอะนะคะ เครียดและอึดอัดมากจริงๆ