วินาทีนี้ และต่อไป สังคม กำลังพุ่งเป้าไปที่ กกต
เพื่อดูการ พิจารณา การกระทำ ที่บอกว่าไม่ถูก ต้อง กับ ระเบียบ ที่
กกตออกเอง
ขั้นต้น การตัดต่อภาพ ของผู้สมัคร ที่ยืนบนรถหาเสียง และมี บางพรรค
การเมืองคู่แข่ง ตัดต่อภาพฉากหลัง ที่ไฟ กำลังลุกใหม้ ที่ราชประสงค์
ขั้นต้น กกต ของ กทม บอก เป้นเรื่องส่วนตัว ของผู้โพสต์ ไม่เกี่ยวข้อง
กับ ผู้สมัคร ชั้นนี้ ผู้โพสต์ เป้น สสของพรรคการเมืองคู่แข่ง
เรื่องต่อมา เมื่อ ผลการเลือกตั้งผ่านไป ผู้สมัคร จากพรรคได้รับเลือกตั้ง
ที่น่าสนใจ มีผู้นำคำ หาเสียง บนเวที สถานที่ต่าง ๆ ออกมา ร้องไปยัง กกต
กลาง ใช้ถ้อยคำ ที่ เป็นเครื่องบอกว่า ผู้สมัคร อีกพรรคเป็นพวก เผาบ้านเผาเมือง
ปล้นเมือง และที่ร้ายสุด ไฮไลท์ อยู่ที่ ต้องป้องกัน เมืองหลวงให้พ่อของเรา
ครับ ข้อห้าม ต่าง ๆ ในการหาเสียง ห้ามโจมตี ใส่ร้ายผุ้สมัคร รวมทั้งห้ามมิให้
นำสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการหาเสียง
ข้อห้ามเหล่านี้ พรรคการเมือง อีกฝ่าย เอามาใช้อย่างครบถ้วน ทั้ง ๆที่ ความจริง
แล้ว คุณพงศ์พัศ ในขณะที่เกิดเรื่อง เขาเป็นข้าราชการประจำ ไม่มี่วนเหกี่ยวข้อง
กับการชุมนุม ทางการเมือง ในเรื่องใดทั้งสี้น เพียงแต่ การสมัคร ผู้ว่า ในครั้งนี้
เขาสมัครในนาม พรรคการเมือง เท่านั้น แต่กลับ มีการผูกโยง ไปให้ ประชาชน
หลงผิด และ ใส่ความไปถึง ผู้สมัครในนามพรรคการเมือง
การกระทำแบบนี้ เป็นการทดสอบ องค์กร ที่ควบคุมการเลือกตั้ง ที่รับเงินเดือน
จากภาษีประชาชน ผมขีดเส้นไต้ตรงนี้ ว่า กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน
กกต จะพิจารณาให้ความเป็นธรรมอย่างไร เพราะถ้าปล่อยผ่าน บ้านเมืองของเรา
ที่จะต้อง มีการเลือกตั้ง อีก หลายครั้ง การเลือกตั้ง จะมีขึ้นมากกว่าอายุ ของ กกต
ที่หมดวาระ ก็ต้องออกไป แต่การเลือกตั้งยังอยู่ กฏ กติกา ยังอยู่ เราก้จะเห็นการเลือกตั้ง
ที่มีการหาเสียง ในลักษณะเช่นนี้ ต่อไป และจะดุเดือดขึ้น โดยไม่ต้องคำนึง ถึง
เรื่องนโยบาย ที่จะทำให้ ประชาชนอยู่ดีกินดี แล้ว ระบอบประชาธิปไตย จะเดินไปในรูปไหน
ก็คงต้องย้อนกลับไป ตั้งแต่ พรรคบางพรรค ที่เกิดมา ใส่ร้ายผู้อื่นเรื่อยมา ดดยไม่มีใคร
ห้ามได้
วันนี้ ระบอบประชาธิปไตย ที่ใสสะอาด อยู่ในมือของ กกต ที่จะกำหนดทิศทาง ให้เดิน
ไปข้างหน้าหรือถอยหลัง กลับไป เมื่อ 80 กว่าปีที่ผ่านมา และจะเป็นบรรทัดฐานให้กับ
ระบบการเลือกตั้ง รวมทั้งกติกา ที่ กกต ออกไว้ ว่าจะเป็น " กติกู " หรือไม่
กกต today
เพื่อดูการ พิจารณา การกระทำ ที่บอกว่าไม่ถูก ต้อง กับ ระเบียบ ที่
กกตออกเอง
ขั้นต้น การตัดต่อภาพ ของผู้สมัคร ที่ยืนบนรถหาเสียง และมี บางพรรค
การเมืองคู่แข่ง ตัดต่อภาพฉากหลัง ที่ไฟ กำลังลุกใหม้ ที่ราชประสงค์
ขั้นต้น กกต ของ กทม บอก เป้นเรื่องส่วนตัว ของผู้โพสต์ ไม่เกี่ยวข้อง
กับ ผู้สมัคร ชั้นนี้ ผู้โพสต์ เป้น สสของพรรคการเมืองคู่แข่ง
เรื่องต่อมา เมื่อ ผลการเลือกตั้งผ่านไป ผู้สมัคร จากพรรคได้รับเลือกตั้ง
ที่น่าสนใจ มีผู้นำคำ หาเสียง บนเวที สถานที่ต่าง ๆ ออกมา ร้องไปยัง กกต
กลาง ใช้ถ้อยคำ ที่ เป็นเครื่องบอกว่า ผู้สมัคร อีกพรรคเป็นพวก เผาบ้านเผาเมือง
ปล้นเมือง และที่ร้ายสุด ไฮไลท์ อยู่ที่ ต้องป้องกัน เมืองหลวงให้พ่อของเรา
ครับ ข้อห้าม ต่าง ๆ ในการหาเสียง ห้ามโจมตี ใส่ร้ายผุ้สมัคร รวมทั้งห้ามมิให้
นำสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการหาเสียง
ข้อห้ามเหล่านี้ พรรคการเมือง อีกฝ่าย เอามาใช้อย่างครบถ้วน ทั้ง ๆที่ ความจริง
แล้ว คุณพงศ์พัศ ในขณะที่เกิดเรื่อง เขาเป็นข้าราชการประจำ ไม่มี่วนเหกี่ยวข้อง
กับการชุมนุม ทางการเมือง ในเรื่องใดทั้งสี้น เพียงแต่ การสมัคร ผู้ว่า ในครั้งนี้
เขาสมัครในนาม พรรคการเมือง เท่านั้น แต่กลับ มีการผูกโยง ไปให้ ประชาชน
หลงผิด และ ใส่ความไปถึง ผู้สมัครในนามพรรคการเมือง
การกระทำแบบนี้ เป็นการทดสอบ องค์กร ที่ควบคุมการเลือกตั้ง ที่รับเงินเดือน
จากภาษีประชาชน ผมขีดเส้นไต้ตรงนี้ ว่า กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน
กกต จะพิจารณาให้ความเป็นธรรมอย่างไร เพราะถ้าปล่อยผ่าน บ้านเมืองของเรา
ที่จะต้อง มีการเลือกตั้ง อีก หลายครั้ง การเลือกตั้ง จะมีขึ้นมากกว่าอายุ ของ กกต
ที่หมดวาระ ก็ต้องออกไป แต่การเลือกตั้งยังอยู่ กฏ กติกา ยังอยู่ เราก้จะเห็นการเลือกตั้ง
ที่มีการหาเสียง ในลักษณะเช่นนี้ ต่อไป และจะดุเดือดขึ้น โดยไม่ต้องคำนึง ถึง
เรื่องนโยบาย ที่จะทำให้ ประชาชนอยู่ดีกินดี แล้ว ระบอบประชาธิปไตย จะเดินไปในรูปไหน
ก็คงต้องย้อนกลับไป ตั้งแต่ พรรคบางพรรค ที่เกิดมา ใส่ร้ายผู้อื่นเรื่อยมา ดดยไม่มีใคร
ห้ามได้
วันนี้ ระบอบประชาธิปไตย ที่ใสสะอาด อยู่ในมือของ กกต ที่จะกำหนดทิศทาง ให้เดิน
ไปข้างหน้าหรือถอยหลัง กลับไป เมื่อ 80 กว่าปีที่ผ่านมา และจะเป็นบรรทัดฐานให้กับ
ระบบการเลือกตั้ง รวมทั้งกติกา ที่ กกต ออกไว้ ว่าจะเป็น " กติกู " หรือไม่