(กรณีศึกษา) จุดเปลี่ยนชีวิต...ที่มีวันนี้ได้...เพราะเงาสะท้อนของตัวเอง

ผมเข้ามาวนเวียนอยู่ในพันธ์ทิพย์บ่อยครั้ง ในนี้เป็นเหมือนครอบครัว เป็นเหมือนเพื่อน กระทู้ดีๆมีให้เห็นเยอะ มีทั้งให้กำลังใจ มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หลายๆกระทู้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ อีกหลากกระทู้ที่ชวนให้เราคิดนึกถึงอดีตที่ผิดพลาดและช่วยจรรโลงความคิดของเราใหม่
ผมแค่อยากแชร์ประสบการณ์ชีวิต เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อใครที่เดินผ่านเข้ามาเจอเรื่องราวของผมบ้าง...เรื่องของคน(เคย)ไม่รักดี

ครอบครัวผมเป็นครอบครัวเล็กๆ ฐานะปานกลางถึงดี มีกัน 4คน พ่อแม่ลูก ผมเป็นลูกชายคนโต เป็นคนที่คิดเสมอว่าพ่อแม่ไม่รัก
เราพี่น้องได้เรียนโรงเรียนที่ดี มีเงินใช้ไม่ขาดมือ แต่ถึงอย่างไร แม่ก็ยังสอนพวกเราให้ประหยัด

ผมไม่สนิทกับพ่อตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากพ่อเปิดร้านอาหาร (ปัจจุบันปิดไปแล้ว เนื่องจากพิษเศรษฐกิจในช่วงต้มยำกุ้ง) เวลาของเราสวนทางกัน คือเวลาที่ผมตื่นนอนเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน ผมจะเห็นพ่อหลับเสมอ และเวลาที่พ่อกลับมาจากทำงานจะเป็นเวลาที่ผมนอน (พ่อผมจะตื่นตอนช่วงเที่ยงเพื่อไปซื้อของที่ตลาด ไปทำงานที่ร้านและกลับมาบ้านอีกทีตอนตี 2) ผมรู้สึกว่านั่นทำให้ผมไม่สนิทกับพ่อ  

แม่ลาออกจากงานมาเพื่อดูแลผมกับน้อง เป็นแม่บ้านเต็มตัว ไม่มีรายได้อะไร  

จนวันนึงพ่อกับแม่ตัดสินใจซื้อบ้าน ตอนผมอยู่มัธยมต้นปีที่ 1 (หลังเดิมตั้งแต่จำความได้เป็นบ้านเช่า)
ระยะทางจากบ้านไปที่ทำงานพ่อยิ่งไกลกว่าเดิม ช่วงหลังพ่อไม่ค่อยกลับบ้าน นั่นทำให้ผมยิ่งรู้สึกห่างเหินกับความสัมพันธ์พ่อ-ลูกมากขึ้น  

มัธยมต้นปีที่ 3
วันหนึ่งแม่เรียกผมและน้องเข้ามาอยู่ในห้องเล็กด้วยกัน ผมไม่เคยเห็นแม่เป็นแบบนี้มาก่อน ปกติแม่เป็นคนเข้มแข็ง ท่านปากร้ายแต่จิตใจดี  
วันนั้นสีหน้าท่านดูเครียด ผมเห็นน้ำตาซึมอยู่ที่เปลือกตา 2 ข้าง  ท่านดึงตัวผมกับน้องไปกอด จำได้ว่าแน่นมาก ท่านบอกกับเราว่าเศรษฐกิจไม่ดี  พ่อจำเป็นต้องปิดร้าน เพราะไม่ค่อยมีลูกค้าและค่าเช่าที่แพงมาก  จำได้ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ท่านกอด

ผมเริ่มรู้สึกว่าบ้านเราไม่อบอุ่นเหมือนเก่า หลังจากปิดร้าน พ่อไม่ค่อยอยู่บ้าน หายไป นานๆกลับมาครั้งนึง จนแม่จับได้ว่าพ่อเอาเงินไปเล่นการพนัน หมดไปเป็นล้านบาท พ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อยขึ้น จนสุดท้าย แม่ต้องกลับมาหางานทำอีกครั้งเพื่่อหารายได้เข้ามาในครอบครัว

ส่วนผม-ไม่เคยสนใจ ได้แต่รับฟัง และมองว่ามันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ผมยังเที่ยวตามประสาวัยรุ่น ยังสนุกไปวันๆ

เท่าที่รู้ พ่อหยุดเล่นการพนัน และไปทำงานที่ต่างจังหวัดกับเพื่อน ปีนึงกลับมา 2-3 ครั้ง ตอนนี้ที่บ้านเราเหมือนจะเหลือกันแค่ 3 คน

มัธยมปลาย ม.5
ผมมีปัญหากับเพื่อนร่วมห้องที่โรงเรียน มีเรื่องชกต่อยกัน ผมตัดสินใจออกจากโรงเรียนโดยไม่บอกใคร
โชคดีอยู่อย่างที่ผมสอบเทียบผ่าน เลยกะเข้ามหาลัยโดยไม่ต้องทนอยู่ม.6 ต่อ
ผลปรากฎว่าผมเอ็นท์ไม่ติด - แน่ล่ะที่เลือกไปเป็นคณะ Topของจุฬากับธรรมศาสตร์ ถ้าติดสิแปลก ความรู้ก็ไม่แน่น แถมขี้เกียจอีกต่างหาก
ผมตัดสินใจเข้ามหาวิทยาลัยเปิดทันที โดยกะว่าจะเรียนรอเอ็นท์ใหม่ปีหน้า

และผมก็ไม่เอ็นท์...

ผมติดผู้หญิงครับ ผมตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่ง ตกหลุมรักแบบหัวปักหัวปำ ถ้าใครว่ามันเป็นแบบ love at first sight ก็ต้องยอมรับว่าใช่ ถ้าว่าโง่ก็ใช่ ยอมรับครับ แต่ตอนนั้นไม่รู้อะไรมันบังตาบังใจ  ผมพยายามทำทุกทางที่จะให้เธอรักผมให้ได้  2ปีผ่านไป เธอก็ยังไม่รับรัก ผมตื้อและงัดไม้เด็ดขึ้นมาเพื่อให้เธอเห็นใจและพิสูจน์รักแท้ที่ผมมีให้  นั่นคือผมจะ...ฆ่าตัวตายให้ดู

คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ  ผมพยายามฆ่าตัวตายเพื่อให้เธอหันมาสนใจ  ยาพารา  ยาแก้แพ้หลายร้อยเม็ดถูกยัดลงในปาก ผมพยายามกลืนมันทั้งหมด ทั้งพะอืดพะอม แต่ความดื้อด้านมันชนะ สุดท้ายผมก็กระเดือกลงท้องจนได้
แม่สังเกตเห็นขวดยาถูกเปิดอยู่ มีแต่ภาชนะแต่ข้างในว่างเปล่า ท่านมาถามผม จนสุดท้ายผมจำใจยอมรับว่าทานเข้าไป วันนั้นพ่ออยู่บ้าน ทั้ง 2 คนทั้งกระชาก ทั้งปลอบแกมบังคับให้ผมไปล้างท้อง  ผมยื่นคำขาดว่าไม่ ถ้า"เขา"อยากให้ผมไป ผมจะไป แต่ถ้ายังไม่ถึงคราว ถ้าพรุ่งนี้ผมตื่นขึ้นมา ผมจะขอเปลี่ยนตัวเองใหม่ ผมเห็นน้ำตาแม่ไหลอาบแก้ม ผมทนไม่ได้เลยไล่ท่านทั้ง 2 ออกจากห้อง  ปิดประตูลงกลอน

ทั้งคืน ผมมีอาการปวดและมวนท้องมาก อยากอาเจียนตลอดเวลา หัวใจแทบจะเต้นหลุดออกมานอกตัว หายใจเร็ว ถี่  ยามันบีบหัวใจมาก เหงื่อออกท่วมตัว คอแห้งผาก ผมจำเป็นต้องออกมาเข้าห้องน้ำอาเจียน 2-3 ครั้ง ไฟข้างล่างติดอยู่ ผมเลยค่อยๆย่องลงไปดู ผมเห็นแม่นอนหลับอยู่ด้านล่าง ส่วนพ่อนั่งเก้าอี้ ไม่รู้ท่านดูทีวีหรือหลับอยู่

ความพะอืดพะอมและทรมานทำให้นอนไม่หลับทั้งคืน  รุ่งเช้าผมลุกขึ้นอาบน้ำ  ออกจากบ้านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น (ผลข้างเคียงคือรู้สึกว่าเบลอและเกลียดการทานยาไปเลย)...
กลับมาบ้านตอนเย็น  ผมไม่เจอพ่อแล้ว ส่วนแม่พูดกับผมอยู่ประโยคนึง  สีหน้าบ่งบอกว่าท่านโกรธผมอยู่  ท่านบอกว่า " ไอ้ลูกไม่รักดี " เราไม่ได้คุยกันเกือบเดือนนับจากนั้น

เธอเห็นใจผมไหมน่ะเหรอ - ไม่ครับ มันก็แค่การกระทำโง่ๆของผมเอง
ผมหยุด ผมละ ผมเลิกวนเวียนกับเรื่องรักๆใคร่ๆ ตัดสินใจตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้จบมหาวิทยาลัยเร็วๆ

มหาวิทยาลัยปี 3
ผมหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าอยากเรียนวิชาโทอะไร เลยตามเพื่อน  ช่วงนี้ติดเพื่อนมาก  ไม่กลับบ้าน เพื่อนไปไหนไปด้วย...
เพื่อนโดดเรียน-ผมโดดด้วย
เพื่อนไปเที่ยว-ผมไปด้วย
เพื่อนเล่นพนันบอล-ผมเล่นด้วย
เพื่อนทำงานพิเศษ-ผมทำด้วย
เพื่อนติดยา...ผมติดด้วย +++

ผมติดยาเกือบ 1 ปี เฉียดคุกมาก็มี เคยโดนตำรวจล็อกกุญแจมือแถวบ้าน พ่อแม่ผมไม่เคยรู้ อาจจะระแคะระคายบ้าง  บ้านเราไม่ค่อยแสดงออก เลยไม่ค่อยได้คุยกัน ผมยังสำมะเลเทเมา ยังสนุกไปวันๆจนได้มาเจอจุดเปลี่ยนในชีวิตตัวเอง

ตู้เสื้อผ้าที่บ้านผมเป็นไม้ เปิดประตูออกมาจะเจอกระจกบานใหญ่ วันนั้นผมตื่นขึ้นมา อาบน้ำ กิจวัตรประจำวันคือออกจากบ้าน ไปมั่วสุมกับเพื่อนๆ  ผมแต่งตัวอยู่หน้ากระจกตามปกติ ใส่เสื้อผ้า หวีผม วันนั้นผมสังเกตคนในกระจก...

คนในกระจกไม่เหมือนคนที่ผมรู้จัก เป็นผู้ชาย ผอม โทรม หน้าตาหมองคล้ำ ขอบตาดำ สีหน้าอมทุกข์
ผมไม่เคยสังเกตเลยสักนิดว่าเปลี่ยนไปขนาดนี้  ผมเริ่มพูดกับเงาสะท้อนของตัวเอง  ผมถามว่าทำอะไรอยู่  สิ่งที่ทำ ทำแล้วมีความสุขใช่ไหม  มีจริงๆใช่ไหม  อย่าหลอกตัวเอง

ยืนอยู่หน้ากระจกนิ่งๆครึ่งชั่วโมง ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากเงาสะท้อน  แต่กลับรู้สึกว่ามีเสียงบางอย่างมาจากหัวใจ
ผมไม่ได้ต้องการเป็นแบบนี้
ผมอยากดีกว่านี้
ผมอยากเป็นคนดี ผมอยากเป็นคนที่ดี
ผมอยากให้แม่ภูมิใจ

การตัดสินใจครั้งใหม่เริ่มขึ้น  ผมหยุดทุกอย่างทันที  เริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่มีใครต้องพูด  ไม่มีใครต้องบอก
ผมเริ่มกราบเท้าแม่ กราบตักพ่อทุกครั้งที่ผมทำได้ ผมเริ่มโผเข้าไปกอดแม่แน่นๆ เริ่มหอมแก้มแม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้อายเพราะไม่เคยทำสักครั้ง
จากวันนั้นถึงวันนี้ สิบกว่าปีแล้ว ผมสัญญาครับว่าผมจะเป็นคนดี จะทำให้ท่านภูมิใจ ผมจะดียิ่งๆขึ้นไป  จะไม่ให้แม่หรือใครมาว่าผมได้ว่าผมเป็น" คนไม่รักดี "

แม่ครับ พ่อครับ ผมรักพ่อกับแม่ครับ

แม่ครับ พ่อครับ วันนี้ผม...รักดีครับ

ข้าพเจ้าขอสาบานว่าทุกถ้อยคำในนี้เกิดจากประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้น ขออภัยถ้าหากคำพูดใดแรงเกินไป จขกท.ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีและไม่เคยมีความคิดที่อยากให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง  การกระทำที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดที่ข้าพเจ้าได้เคยกระทำขึ้นเท่านั้น

ใครเคยเจอจุดเปลี่ยนในชีวิตของตัวเองบ้างครับ  อะไรที่ทำให้เราคิดได้และกลับมาเริ่มเดินใหม่

มาร่วมแชร์ประสบการณ์กันครับ

ขอบคุณทุกๆความเห็นครับ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
ยินดีด้วยที่เริ่มต่นใหม่ได้
แต่คำถามคือ เมื่อแม่กะพ่อ เห็นว่าลูกกรอกยาเข้าไปเป็นขวดๆ ขนาดนั้น
ทำไมถึงยังปล่อยให้อยู่ในห้อง ต่อให้ร้องขอให้ไปหาหมอก็เถอะ
แต่สุดท้ายทำไมถึงเลือกที่จะปล่อยให้คุณอยู่ในห้องคนเดียว เพราะนั่นอาจหมายถึงชีวิต
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 49
ขอแชร์บ้างนะคะ

ดิฉันเป็นลูกครึ่ง ไทยจีน  ฝ่ายพ่อ เป็นคนจีนอพยพมาอยู่ไทย จนมาเจอกับแม่ซึ่งเป็นนักร้องอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ครอบครัวพ่อไม่ชอบแม่ จึงได้กีดกันแต่ก็ทำไรไม่ได้สุดท้ายก็ได้แต่งงานกัน และมีดิฉัน
เมื่อดิฉันสองขวบ พ่อกับแม่ก็เลิกกันโดยที่ดิฉันยังไม่รู้ความใดๆทั้งสิ้น

ดิฉันเติบโตมากับย่า โดยพ่อกับแม่ก็แยกย้ายกันไป ตอนนั้นดิฉันเป็นหลานคนเดียว ในตระกูล
ตั้งแต่เล็กจนโต ดิฉันไม่เคยได้รับความอ่อนโยนจากครอบครัวเลย เพราะครอบครัวดิฉันค่อนข้างแข็งกระด้าง
ดิฉันไม่เคยถูกโอ๋  ทุกครั้งจะโดนด่าในทุกเรื่องๆ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น แต่เขาก็ไม่เคยตี อย่างมากแค่หยิกเท่านั้น
ย่าดิฉันเป็นคนชอบบ่น บ่นได้ตลอด จนฉันรำคาญ จนกระทั่ง ครอบครัวเริ่มมีหลานคนอื่นๆเข้ามา
ย่าไม่เคยว่า หรือพูดอะไรแรงๆเหมือนพูดกับฉัน น้องอยากได้อะไร จะเอาอะไร ฉันก็ต้องให้
แต่กับฉัน ไม่มีแม้แต่ของเล่น หรือ ใดๆ มีแต่เรียกใช้ให้มาช่วยขายของ ช่วยทำมาหากิน


เวลาที่แม่ดิฉันมาหาดิฉัน  ย่าจะไม่พอใจ และไม่พูดกับดิฉันประมาณสองวัน
ดิฉันค่อนข้างอึดอัด เวลาที่ทำอะไรดีดีไปก็ไม่เคยได้รับคำชม แต่เมื่อทำอะไรผิด จะมีคำด่ามากมายเกิดขึ้นทันที
ฉันค่อนข้างเก็บกดมาเป็นสิบปี

จนกระทั่งเข้าโรงเรียนมัธยม ซึ่งต้องไปเรียนในตัวจังหวัด ดิฉันมักไม่กลับบ้าน
เพราะไปขลุกอยู่ในห้องซ้อมดนตรี  เนื่องจากมันสบายใจมากกว่า กลับมาก็โดนบ่น โดนว่า
จุดเปลี่ยนในชีวิตคือ วันนั้นดิฉันอยากไปส่งพระ(ช่วงกินเจ) ในเมือง และกลับบ้านมา 5 ทุ่ม โดยขับมอเตอร์ไซต์ไป
เมื่อกลับถึงบ้าน ย่าโมโหมาก จนกระทั่งตีฉัน ฉันเลยขึ้นไปร้องไห้ข้างบน และไม่นาน พ่อก็มาตีซ้ำ
ฉันเก็บข้าวของออกจากบ้านทันที  และไปอยู่บ้านญาติฝ่ายแม่ ที่ดิฉันคิดว่าเค้าใจดีที่สุด ช่วงนั้นดิฉันมีเรื่อง
เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีเยอะมากเช่น โดดเรียน คบเพื่อนติดยา (แต่ไม่ได้ไปเสพด้วย)

ผ่านไปเดือนกว่าๆ แม่ย้ายมาอยู่กับฉัน แม่ต้องมาทำงานที่นี่ได้เงินเดือน 4000 บาท เมื่อมีปัญหาเรื่องเงิน
อารมณ์ของแม่ก็ไม่ดีไปด้วย จนกระทั่งทะเลาะกันรุนแรง แม่เลยบอกว่า ที่กลับมาอยู่ เพราะญาติที่ฉันไปอยู่นั้น
เค้าไม่ต้อนรับ เค้าอยากอยู่แค่ครอบครัวเขา ดิฉันไม่เชื่อ เลยโทรไปถาม และเขาก็ยอมรับความจริงทั้งหมด
ดิฉันเสียใจมาก พ่อดิฉันโทรมา ถามว่า กลับไปอยู่กับพ่อไหม  ดิฉันกลับไปอยู่กับพ่อ และไม่ออกจากบ้านอีกเลย

หลังจากจุดหักเหในชีวิตย่าดิฉันไม่เคยว่าอะไรอีกเลย เขาคงไม่กล้าพูดอะไรแรงๆอีกแล้วละมั้ง วันแรกที่เจอกัน ย่าบอกดิฉันว่า
คิดว่าจะโกรธ จนไม่กลับมาบ้านนี้ซะแล้ว  ดิฉันอยู่กับพ่อมาสามปี ดิฉันสอบติดมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งแต่นั้นมา
ดิฉันคิดได้ ทุกอย่าง ว่า ทุกสิ่งที่ย่าดิฉันทำไป เพราะหวังดี เพราะรัก เนื่องจากดิฉันไม่มีพ่อกับแม่ เพราะทั้งคู่เลิกกัน
ทำให้ต้องเข้มงวด ส่วนน้องคนอื่นๆ มีพ่อมีแม่ พ่อแม่เค้าคงจัดการเอง ย่าอยากให้ฉันได้ดี  

ปัจจุบันดิฉันตั้งใจเรียนอย่างสุดชีวิต เพื่อเป้าหมายแค่ ขอให้ย่าดิฉันภูมิใจในตัวดิฉันเท่านั้น
ตอนนี้ดิฉันอยู่ปีสุดท้าย ดิฉันกำลังพยายามคว้าเกียรตินิยม มาให้ท่าน อย่างน้อยแค่คำชมแค่หนึ่งคำที่รอมาทั้งชีวิต
ก็ยังดี
ความคิดเห็นที่ 37
ไม่ได้กลับมาอ่านแปปเดียว กลายเป็นกระทู้แนะนำซะได้ ยังไงก็ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาครับ
@สมาชิกหมายเลข 743914  - เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง 100 % ครับ ผมไม่ได้มีเจตนาแต่งเรื่องหลอกใคร และไม่เคยอ่านกระทู้ของคุณ rfu ครับ
@prognosticator  - ช่วงที่ผ่านมา เหมือนเวรกรรมตามทัน ไม่ว่าจับอะไรก็ไม่ดี ลงทุนทำธุรกิจก็เจ๊งไม่เป็นท่า สุดท้ายก็ต้องเลิกลาจากธุรกิจที่ตัวเองทำ กลับมาเป็นพนักงานประจำ ทำงานบริษัทเอกชน ช่วงนี้ชีวิตกำลังดีขึ้นเรื่อยๆครับ คุณแม่ผมชอบเข้าวัด หากผมมีเวลาก็จะไปทำบุญกับท่านเสมอถ้ามีโอกาส  ผมส่งเงินให้ที่บ้านโดยที่แม่เกษียณออกมาได้แต่ตอนนี้ท่านก็ยังอยากทำงานอยู่ ทุกครั้งที่กลับบ้านผมจะซื้อของที่ท่านอยากได้ไปฝาก เรื่องราวร้ายๆที่ผ่านมามันสอนอะไรผมมากมาย ผมผ่านชีวิตที่เลวที่สุดมาแล้ว ผมจะต้องทำชีวิตผมให้ดีที่สุดเหมือนกัน
ปล.กตัญญูกับบิดามารดาประเสริฐที่สุดแล้วครับ
@แมงแกลบ - อย่าแอบเซ็งเลยครับ ถ้ามันจบแบบนั้น วันนี้คงไม่มีผมมาเล่าเรื่องคนเคยหลงผิดให้ทุกคนฟัง

กระทู้ที่ตั้งขึ้นมา ผมไม่ได้มีเจตนาแอบแฝง แค่อยากสื่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคนๆหนึ่งเท่านั้น ความตั้งใจของจขกท.คือ อยากให้ทุกคนเข้ามาแบ่งปัน มาร่วมแชร์ประสบการณ์ว่าคุณผ่านเรื่องร้ายๆมาได้ยังไงถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ และอะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณคิดได้

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อใครบ้าง

ลองมองคนรอบข้างคุณให้ดีครับ ไม่มีใครอยากผิดพลาดในชีวิต ไม่มีใครอยากเล่าเรื่องโง่ๆให้คนอื่นฟังหรอก ความจริงแล้ว พวกเขาอาจกำลังรอคุณเอื้อมมือไปกอดเขาก็ได้นะครับ

ฝากถึงทุกท่านที่ผ่านมาอ่านอีกครั้ง ผมอยากจะบอกว่ามันเป็นเรื่องจริงที่สุดที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมรักลูก แต่อย่ารักจนมองไม่เห็นความจริง คุณอย่าสอนคนๆหนึ่งให้จำ แต่จงสอนคนๆนั้นให้คิด ถูกผิดเขาต้องคิดเองครับ คุณรับผิดชอบชีวิตเขาไม่ได้หรอก หน้าที่ของคุณคือคอยช่วยผยุงเขา ช่วยให้กำลังใจเขา และคอยดูเขาอยู่ห่างๆครับ คุณทำได้แค่นั้นจริงๆ เพราะความจริงคือคุณเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ แม้แต่ตัวคุณเองครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่