JMTวิ่งแรงเกินพื้นฐานมากแล้วธุรกิจยังสดใส-ROEสูงเกิน20%
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 09:52:52 น.
จำนวนผู้อ่าน 170 คน
บล.เอเซีย พลัส แนะนำ “ขาย” JMT ราคาหุ้นที่ผ่านมาได้ปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า Fair value โดยระบุว่า ฝ่ายวิจัยยังเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของ JMT ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าว่าจะยังสามารถส่งมอบการเติบโตของกำไรสุทธิและ ROE ให้กับผู้ถือหุ้นได้ในระดับสูงเช่นที่ผ่านมา โดยคาด EPS ปี 2556-58 จะเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 19.8% p.a. (CAGR)
โดยเน้นย้ำว่าแนวโน้มการเติบโตเชิงรุกของธุรกิจบริหารหนี้และเช่าซื้อรถยนต์มือสองจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของรายได้รวมของ JMT ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเงินลงทุน ด้วยกลยุทธ์การเพิ่มพอร์ตรับซื้อหนี้เข้ามาบริหารไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท/ปี ด้วยฐานเงินทุนใหม่กว่า 300 ล้านบาทที่ได้จากการทำ IPO ซึ่งกดให้ D/E ratio ลดลงไปเหลือเพียง 0.14 เท่า ทำให้ JMT มีศักยภาพในการก่อหนี้เพิ่มขึ้นอีกมากสำหรับการเตรียมประมูลซื้อพอร์ตล็อตใหม่เข้ามาอีกในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็น NPL กลุ่มสินเชื่อรายย่อยของทั้ง Non bank และ ธ.พ.ที่ยังเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อในโครงการรถยนต์คันแรกของภาครัฐ (อิงข้อมูลจาก ธปท.) รวมถึงเพิ่มพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ปล่อยใหม่ในแต่ละปีสำหรับปี 2556-58 เฉลี่ยที่ 300, 500 และ 600 ล้านบาท
นอกจากนี้ ข้อมูลที่ฝ่ายวิจัยได้รับจากบริษัทฯ เพิ่มเติมคือแนวโน้มการต่อยอดรายได้ไปสู่ธุรกิจนายหน้ารับประกันภัย บวกกับการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ในเร็วๆ นี้ เพื่อขยายฐานลูกหนี้รับซื้อให้ครอบคลุมมากขึ้นโดยเฉพาะลูกหนี้ที่อยู่ในคดีความฟ้องร้อง ซึ่งปัจจุบันยังมีข้อจำกัดการรับซื้ออยู่ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ
แม้ JMT ซึ่งเป็นหุ้น Growth stock ที่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิเชิงรุกในระยะ 3 ปีข้างหน้าพร้อมทั้งมี ROE เฉลี่ยสูงเกิน 20% ในแต่ละปี อีกทั้งยังมีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอโดยเฉลี่ยราว 2-3%p.a. ภายใต้คาดการณ์ payout ratio ที่ระดับเฉลี่ยกว่า 70% p.a. แต่เนื่องจากราคาหุ้นที่ผ่านมาได้ปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า Fair value ปี 2556 อิง PBV เฉลี่ย 6.2 เท่า (วิธี Gordon growth model) คือ 14 บาท ไปมากแล้ว ฝ่ายวิจัยจึงได้ปรับลดคำแนะนำลงทุนจากเดิมให้ซื้อ เป็นขาย
JMT วิ่งแรงเกินพื้นฐาน
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 09:52:52 น.
จำนวนผู้อ่าน 170 คน
บล.เอเซีย พลัส แนะนำ “ขาย” JMT ราคาหุ้นที่ผ่านมาได้ปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า Fair value โดยระบุว่า ฝ่ายวิจัยยังเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของ JMT ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าว่าจะยังสามารถส่งมอบการเติบโตของกำไรสุทธิและ ROE ให้กับผู้ถือหุ้นได้ในระดับสูงเช่นที่ผ่านมา โดยคาด EPS ปี 2556-58 จะเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 19.8% p.a. (CAGR)
โดยเน้นย้ำว่าแนวโน้มการเติบโตเชิงรุกของธุรกิจบริหารหนี้และเช่าซื้อรถยนต์มือสองจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของรายได้รวมของ JMT ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเงินลงทุน ด้วยกลยุทธ์การเพิ่มพอร์ตรับซื้อหนี้เข้ามาบริหารไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท/ปี ด้วยฐานเงินทุนใหม่กว่า 300 ล้านบาทที่ได้จากการทำ IPO ซึ่งกดให้ D/E ratio ลดลงไปเหลือเพียง 0.14 เท่า ทำให้ JMT มีศักยภาพในการก่อหนี้เพิ่มขึ้นอีกมากสำหรับการเตรียมประมูลซื้อพอร์ตล็อตใหม่เข้ามาอีกในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็น NPL กลุ่มสินเชื่อรายย่อยของทั้ง Non bank และ ธ.พ.ที่ยังเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อในโครงการรถยนต์คันแรกของภาครัฐ (อิงข้อมูลจาก ธปท.) รวมถึงเพิ่มพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ปล่อยใหม่ในแต่ละปีสำหรับปี 2556-58 เฉลี่ยที่ 300, 500 และ 600 ล้านบาท
นอกจากนี้ ข้อมูลที่ฝ่ายวิจัยได้รับจากบริษัทฯ เพิ่มเติมคือแนวโน้มการต่อยอดรายได้ไปสู่ธุรกิจนายหน้ารับประกันภัย บวกกับการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ในเร็วๆ นี้ เพื่อขยายฐานลูกหนี้รับซื้อให้ครอบคลุมมากขึ้นโดยเฉพาะลูกหนี้ที่อยู่ในคดีความฟ้องร้อง ซึ่งปัจจุบันยังมีข้อจำกัดการรับซื้ออยู่ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ
แม้ JMT ซึ่งเป็นหุ้น Growth stock ที่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิเชิงรุกในระยะ 3 ปีข้างหน้าพร้อมทั้งมี ROE เฉลี่ยสูงเกิน 20% ในแต่ละปี อีกทั้งยังมีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอโดยเฉลี่ยราว 2-3%p.a. ภายใต้คาดการณ์ payout ratio ที่ระดับเฉลี่ยกว่า 70% p.a. แต่เนื่องจากราคาหุ้นที่ผ่านมาได้ปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า Fair value ปี 2556 อิง PBV เฉลี่ย 6.2 เท่า (วิธี Gordon growth model) คือ 14 บาท ไปมากแล้ว ฝ่ายวิจัยจึงได้ปรับลดคำแนะนำลงทุนจากเดิมให้ซื้อ เป็นขาย