สศช.ชี้คนไทยหนี้ท่วมออมน้อย เผยเอ็นพีแอลรถคันแรกพุ่ง1.3หมื่นล.
หลานหลวง * สภาพัฒน์ เผยไตรมาส 4 ปี 55 พบครัวเรือนมีการก่อหนี้เพิ่มมากขึ้น การออมลดน้อยลง แนวโน้มผิดนัดจ่ายหนี้เพิ่มสูงขึ้น JMT คาด NPL รถคันแรก 13,000 ล้านบาทนางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 ปี 2555 มีการก่อหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยยอดคงค้างสินค้าเพื่อการอุปโภค-บริโภคส่วนบุคคล เพิ่มขึ้น 21.6% คิดเป็นมูล ค่า 2.91 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเพื่อการซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 33.9% ตามยอดการเพิ่มขึ้นของยอดขายรถยนต์ในไตรมาสที่ 4 ที่มียอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 312.9% และสินเชื่ออุปโภค-บริโภคส่วนบุคคลอื่นๆ เพิ่มขึ้น 29.4% โดยเฉพาะสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมทั้งลีสซิ่ง มียอดคงค้างรวม 2.51 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% และสินเชื่อบัตรเครดิตมียอดคงค้าง 2.61 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3%
ทั้งนี้ ยังพบว่า การผิดนัดชำระหนี้อยู่ในระดับสูง โดยดูได้จากการผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือน ที่เพิ่มขึ้นถึง 28.1% และสินเชื่อบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 3.2% และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จากสินเชื่อเพื่อการอุปโภค-บริโภคส่วนบุคคล เพิ่มขึ้น 20.5% มูลค่า 5.65 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 23.3% ของเอ็นพีแอลรวม ซึ่งทำ ให้จะต้องระวังและติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของประชา ชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้น้อย นอกจากนี้ ในด้านการออมของภาคครัวเรือน มีการออมต่ำเพียง 5.3% ของผลิต ภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่สำคัญมีครัวเรือนถึง 9.09 ล้านครัวเรือน หรือ 45% ของครัวเรือนทั่วประเทศ ไม่มีความสามารถในการออม
"หนี้สินครัวเรือนมีอัตราที่ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเภทรถ ยนต์ ที่มีแต่เพิ่มขึ้นจนไม่สามารถออมเงินได้ และในทางสังคมยังพบปัญหาคุณแม่วัยใสท้อง แท้ง ทิ้ง เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูง และยังมีการกระทำรุนแรงต่อเด็กและสตรีเพิ่มขึ้น โดยพบว่าในรอบ 5 ปี เพิ่มขึ้นเท่าตัว ส่วนการแก้ปัญ หายาเสพติด การบำบัดรักษา และการเฝ้าระวังหลังบำบัด ยังไม่ค่อยได้ผล เนื่องจากพบการเลิกยาเสพติดได้และไม่หวนกลับไปเสพซ้ำแค่เพียง 9.7 %" นางสุวรรณี กล่าว
นางสุวรรณี กล่าวว่า ทาง สศช.ได้เสนอให้รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนเพื่อพัฒนากำลังพลภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ รองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งต้องมีความพร้อมทั้งกำลัง พล,ปริมาณ และคุณภาพ รวมถึง การแก้ไขและปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกับประเทศในอาเซียน ซึ่งในระยะสั้นต้องเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานกึ่งทักษะ ควบคู่กับการพัฒนาแรงงาน ทั้งทางด้านการศึกษา ทักษะ การเพิ่มผลิต ภาพแรงงาน การเพิ่มสัดส่วนแรง งานในระบบให้สอดคล้องกับตลาด
นายปิยะ พงษ์อัชฌา ประ ธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) กล่าวว่า ในปี 2556 นี้ บริษัทตั้งเป้าจะรับซื้อหนี้เสียมาบริหารวง เงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่ง บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประ มาณ 500 ล้านบาท ในการซื้อหนี้เสียดังกล่าว โดยเงินดังกล่าวจะมาจากการกู้สถาบันทางการเงิน โดยบริษัทคาดว่าปีนี้จะมีหนี้เสียจากนโยบายรถยนต์คันแรกมากกว่า 13,000 ล้านบาท
"บริษัทจะรับซื้อหนี้เสียในปีนี้ประมาณ 3 พันล้านบาท จากบริษัทซึ่งมีสินเชื่อของหนี้เสียขนาดใหญ่ ซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ ประมาณ 48% ของหนี้เสียทั้งหมด 13,000 ล้านบาท โดยการเข้าซื้อหนี้เสียมาบริหารจะช่วยให้กำไรของบริษัทเติบโตเพิ่มขึ้น ขณะที่ บริษัทคาดว่าจะมีหนี้เสียจากนโย บายรถยนต์คันแรกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นายปิยะ กล่าว.
....JMT.....สศช.ชี้คนไทยหนี้ท่วมออมน้อย เผยเอ็นพีแอลรถคันแรกพุ่ง1.3หมื่นล.
หลานหลวง * สภาพัฒน์ เผยไตรมาส 4 ปี 55 พบครัวเรือนมีการก่อหนี้เพิ่มมากขึ้น การออมลดน้อยลง แนวโน้มผิดนัดจ่ายหนี้เพิ่มสูงขึ้น JMT คาด NPL รถคันแรก 13,000 ล้านบาทนางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 ปี 2555 มีการก่อหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยยอดคงค้างสินค้าเพื่อการอุปโภค-บริโภคส่วนบุคคล เพิ่มขึ้น 21.6% คิดเป็นมูล ค่า 2.91 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเพื่อการซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 33.9% ตามยอดการเพิ่มขึ้นของยอดขายรถยนต์ในไตรมาสที่ 4 ที่มียอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 312.9% และสินเชื่ออุปโภค-บริโภคส่วนบุคคลอื่นๆ เพิ่มขึ้น 29.4% โดยเฉพาะสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมทั้งลีสซิ่ง มียอดคงค้างรวม 2.51 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% และสินเชื่อบัตรเครดิตมียอดคงค้าง 2.61 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3%
ทั้งนี้ ยังพบว่า การผิดนัดชำระหนี้อยู่ในระดับสูง โดยดูได้จากการผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือน ที่เพิ่มขึ้นถึง 28.1% และสินเชื่อบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 3.2% และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จากสินเชื่อเพื่อการอุปโภค-บริโภคส่วนบุคคล เพิ่มขึ้น 20.5% มูลค่า 5.65 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 23.3% ของเอ็นพีแอลรวม ซึ่งทำ ให้จะต้องระวังและติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของประชา ชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้น้อย นอกจากนี้ ในด้านการออมของภาคครัวเรือน มีการออมต่ำเพียง 5.3% ของผลิต ภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่สำคัญมีครัวเรือนถึง 9.09 ล้านครัวเรือน หรือ 45% ของครัวเรือนทั่วประเทศ ไม่มีความสามารถในการออม
"หนี้สินครัวเรือนมีอัตราที่ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเภทรถ ยนต์ ที่มีแต่เพิ่มขึ้นจนไม่สามารถออมเงินได้ และในทางสังคมยังพบปัญหาคุณแม่วัยใสท้อง แท้ง ทิ้ง เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูง และยังมีการกระทำรุนแรงต่อเด็กและสตรีเพิ่มขึ้น โดยพบว่าในรอบ 5 ปี เพิ่มขึ้นเท่าตัว ส่วนการแก้ปัญ หายาเสพติด การบำบัดรักษา และการเฝ้าระวังหลังบำบัด ยังไม่ค่อยได้ผล เนื่องจากพบการเลิกยาเสพติดได้และไม่หวนกลับไปเสพซ้ำแค่เพียง 9.7 %" นางสุวรรณี กล่าว
นางสุวรรณี กล่าวว่า ทาง สศช.ได้เสนอให้รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนเพื่อพัฒนากำลังพลภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ รองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งต้องมีความพร้อมทั้งกำลัง พล,ปริมาณ และคุณภาพ รวมถึง การแก้ไขและปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกับประเทศในอาเซียน ซึ่งในระยะสั้นต้องเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานกึ่งทักษะ ควบคู่กับการพัฒนาแรงงาน ทั้งทางด้านการศึกษา ทักษะ การเพิ่มผลิต ภาพแรงงาน การเพิ่มสัดส่วนแรง งานในระบบให้สอดคล้องกับตลาด
นายปิยะ พงษ์อัชฌา ประ ธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) กล่าวว่า ในปี 2556 นี้ บริษัทตั้งเป้าจะรับซื้อหนี้เสียมาบริหารวง เงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่ง บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประ มาณ 500 ล้านบาท ในการซื้อหนี้เสียดังกล่าว โดยเงินดังกล่าวจะมาจากการกู้สถาบันทางการเงิน โดยบริษัทคาดว่าปีนี้จะมีหนี้เสียจากนโยบายรถยนต์คันแรกมากกว่า 13,000 ล้านบาท
"บริษัทจะรับซื้อหนี้เสียในปีนี้ประมาณ 3 พันล้านบาท จากบริษัทซึ่งมีสินเชื่อของหนี้เสียขนาดใหญ่ ซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ ประมาณ 48% ของหนี้เสียทั้งหมด 13,000 ล้านบาท โดยการเข้าซื้อหนี้เสียมาบริหารจะช่วยให้กำไรของบริษัทเติบโตเพิ่มขึ้น ขณะที่ บริษัทคาดว่าจะมีหนี้เสียจากนโย บายรถยนต์คันแรกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นายปิยะ กล่าว.