ถ้าจะบอกว่า ผมเล่นหุ้นมา 7 ปี ไม่เคยขาดทุนเลย มีใครเชื่อไหมครับ

ลองมานึกย้อนดู ตั้งแต่สมัยเล่นหุ้นใหม่ๆ หุ้นแต่ละตัวที่ผมเล่น ไม่เคยมีตัวไหน ที่ขายไปราคาต่ำกว่าที่ซื้อมาเลยสักตัว
แต่ก็ไม่ใช่ว่า จะได้กำไรมากมาย หรือร่ำรวยอะไรหรอกครับ แค่คนทำงานเอาเงินมาจัดสรรปันส่วนลงทุนเล็กๆน้อยๆเท่านั้น
วันนี้วันดี ตลาดเขียวปี๋ ขอมาแชร์ประสบการณ์ก็แล้วกัน ครับ เผื่อใครจะเห็นดีเห็นงาม เล่นตามผม

หลักการเล่นของผม มีอยู่ว่า ...

1. เน้นการจัดพอร์ต แบ่งสัดส่วน ตราสารหนี้ ตราสารทุน เงินสด
พยายามจัดสรรเงินเก็บที่มี ลงตามกองต่างๆให้ได้สัดส่วนตามที่วางแผนไว้
ได้เงินเดือนมาก็เอามาจัดใส่พอร์ต สะสมไปเรื่อยๆ ราคามันก็เฉลี่ยๆกันไป

เม่าชอปปิ้ง

2. ทุนส่วนใหญ่เล่นผ่านกองทุน เพราะภาพรวมของตลาดในภาพรวม คาดการณ์ได้ง่ายกว่าเล็งหุ้นเป็นตัวๆ
ในฐานะที่เป็นรายย่อย ย่อมมีข้อจำกัดในด้านข้อมูลข่าวสาร และเวลาที่ใช้เล่นหุ้น ดังนั้น การเล่นหุ้นเป็นตัวๆ
จะค่อนข้างเสียเปรียบ ส่วนดัชนีรวมของตลาด จะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยในระดับมหภาค ซึ่งปัจจัยหลักๆเป็นข่าวที่รู้ทั่วกัน
ถึงจะไม่รู้อนาคต แต่ก็พอเดาได้และไม่เสียเปรียบมาก ที่เหลือก็แค่เลือกกองทุนที่มีผลประกอบการชนะตลาด ซึ่งก็หาได้ไม่ยากเลย

3. เงินที่เล่นหุ้นเป็นตัวๆ เป็นทุนส่วนน้อยของผม เล่นพอสนุกๆ หาตังกินขนม
หลักการเลือกหุ้นของผมก็คือ เลือกหุ้น Blue-chip ที่มีกำไรต่อเนื่อง มีปันผลสม่ำเสมอ และต้องเป็นบริษัทใหญ่ๆ ที่มีกิจการมั่นคงเท่านั้น
ผมใช้เทคนิค หาจังหวะเข้าซื้อในช่วงที่ราคาต่ำแต่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น บางครั้งอาศัยสถานการณ์ขณะนั้นช่วยวิเคราะห์ ในกรณีที่ซื้อไม่นานแล้วราคาขึ้นมากๆ ก็ปล่อยขาย ถ้าซื้อไว้เยอะ ก็ทยอยปล่อย แต่ถ้ามันลง ผมก็ถือยาวกินปันผลได้อย่างสบายใจ เพราะยังไงๆ บริษัทมันก็ไม่ล้ม ลงได้มันก็ขึ้นได้

ตัวอย่างหุ้น ที่ผมเล่นแล้วประสบความสำเร็จ กำไรบานเบอะ
PTTEP
ADVANCE
CPF
BBL
KK
KBANK
เม่าเคาะซื้อ

หุ้นบางตัว ซื้อแล้วร่วงก็มีเหมือนกัน ร่วงก็เก็บกินปันผลอยู่หลายปี สุดท้ายราคาขึ้นก็ขาย ได้กำไรไม่น้อย
BECL
MCOT
INET
เม่าจอแดง

4. ไม่เล่น Day-Trade ไม่แตะหุ้นปั่น
ผมมองว่า การเล่น Day-Trade ไม่ต่างกับการเล่นการพนัน ที่ต้องลงทุนเพิ่มในเรื่องของค่าคอม และเวลาที่เสียไปกับการติดตามราคาหุ้น
ซึ่งไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย สำหรับคนที่มีพอร์ตขนาดเล็กอย่างผม ดังนั้น Day-Trade จึงไม่ใช่ทางเลือกของผม ช่วงถนัดของผมคือประมาณ
3 เดือน - 1 ปี ซื้อแล้วถือยาวๆ หุ้นส่วนใหญ่ที่ซื้อ ก็ราคาพุ่งไปเกินคาด

เม่าเริงร่า

5. หลีกให้ห่าง หุ้นการเมือง บทวิเคราะห์ เชื่อไม่ได้
ช่วงที่เริ่มลงทุนใหม่ๆ ผมเคยซื้อหุ้นอยู่ 2 ตัว ตามบทวิเคราะห์ คือ BECL และ MCOT ซึ่งได้รับการเชียร์แบบเต็มที่ แต่พอซื้อเข้าไปจริงๆ
ราคากลับลดลงต่อเนื่อง หุ้นที่ราคาขึ้นๆลงๆตามข่าว หรือนโยบาย ไม่ค่อยเหมาะกับผมเท่าไหร่ การเข้าซื้อ BECL ยังเป็นบทเรียนให้ผมหัดดูงบการเงิน เพราะเจ้าธุรกิจทางด่วน แม้ว่าจะดูเหมือนแค่นั่งเก็บเงินไม่ได้มีต้นทุนอะไรมากมาย แต่จริงๆแล้วมีหนี้ก้อนใหญ่ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยไม่ใช่น้อยๆ ฉุดให้กำไรหดหายแถมยังเจอวิกฤตซับไพร์มทำเอาผมนั่งเฝ้าดอยอยู่หลายปี แต่สุดท้ายก็เอาตัวรอดมาจนได้

แนวทางของผม ไม่ได้เก่งกาจอะไร ไม่ได้ทำให้รวยได้แบบชั่วข้ามคืน แต่ที่ผ่านมา พอร์ตของผมก็เอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้ ถ้านับเฉพาะส่วนที่เป็นหุ้น ก็สูงกว่า SET การคาดเดาของผม ก็ไม่ได้ถูกทุกครั้ง เพียงแต่เงินที่ใช้เป็นเงินเย็นแและรับความเสี่ยงได้ ใครชอบแบบช้าๆ แต่สบายใจ ลองเอาไปใช้ดูได้ครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่