จูบ (in memory of clay mask)

กระทู้สนทนา




ผมจูบกับเธอ ในห้องเรียนเก่า
ลมหน้าร้อนพัดวูบมาอย่างว้าเหว่ ความร้อนของลมแบ่งปันมายังริมฝีปาก
ม่านหน้าต่างปักลายกุหลาบ ปลิวสะบัด

มันไม่ใช่จูบแรกของผม แต่เป็นครั้งแรกที่ลิ้มรสความชุ่มฉ่ำจากปลายลิ้นคนอื่น
เธอพูดกับผมแค่ประโยคเดียว ก่อนที่เราจะจูบกัน
ซึ่งประโยคนั้นผมยังจำมันได้

ผมกระซิบแผ่วเบาข้างหูของเธอ และลุกจากที่นั่งมุ่งหน้าเดินไปทางตึกศิลปะ
ห้องน้ำใต้ตึกไม่มีใครใช้ทั้งชาย หญิง
กลิ่นห้องน้ำใต้ตึก กับกลิ่นสบู่ก้อนสีชมพูเก่า ทำให้ผมรู้สึกคุ้นชิน และไม่ประหม่ามากนัก
เราจูบกันอีกครั้งในห้องคับแคบ เสียงน้ำหยดจากก๊อกแผ่วเบา
เป็นเธออีกครั้งที่บอกความลับของตัวเธอเองกับผม
ซึ่งผมไม่ใคร่ยินดีมากนัก เมื่อไม่เข้าใจว่า โรคที่เกี่ยวกับหัวใจของเธอ มันจะเป็นอุปสรรคในความรื่นรมย์ที่กำลังบังเกิด
เธอจับมือผม ทาบไปที่หัวใจของเธอ มันเต้นแรง ราวกับจะระเบิด
ผมย่ามใจ ปลดกระดุมเม็ดน้อย เธอใส่เสื้อกล้ามทับชั้นในเธอตามสมัยนิยมของวัยสาวที่มาเร็วกว่ากำหนด
มือของเธอกึ่งผลักใส กึ่งโอบรัด เมื่อปากและลิ้นของผม ทะยานไปในอารมณ์อยาก
ผมได้ยินเสียงหัวใจของเธอเต้นถี่ กระชั้น เธอบอกผมว่าหายใจไม่ออก และเริ่มละล่ำละลักจนเป็นเสียงจะโกน
ผมชะโงกหน้าขึ้นมา จูบเธอเผื่อว่าอาการเธอจะดีขึ้น
แต่ปล่าวเลย เธอกระชากใบหน้าผมให้มองดูหน้าของเธอ พร้อมประทับฝ่ามือ เสียงดังลั่นในห้องน้ำตึกศิลปะ



--------------------------------------------------------------------------




ในงานเลี้ยงรุ่น ผมได้เจอเธออีกครั้ง
เป็นเวลาเกือบยี่สิบปี
เรานั่งอยู่คนละโต๊ะกันแต่แรก และเมื่อประธานรุ่นเริ่มกระบวนการ แนะนำตัวในแต่ละโต๊ะ
มันก็ลากผมไปไหนต่อไหนด้วย อาจเพราะความเขินของตัวมันหรือการสาระแนในตอนมัธยมของผม
ที่ดันไปรู้จักเพื่อนต่างห้องไปทั่วก็ไม่รู้ได้ ทำให้มันเลือกผมวนไปทั่วโต๊ะ

เราสบตากันอีกครั้ง ผมเผลอลูบไปที่แก้มฝั่งที่โดนตบ รอยยังประทับอยู่ในความทรงจำ
ผมชมเธอว่า แหวนแต่งงานสวยดี เธอยิ้มรับ
พร้อมเล่าเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาให้ฟัง
จะบอกว่าอะไรดี ผมได้ยินนะ แต่ไม่ได้ฟังเรื่องราวของเธอเลยมัวแต่มองหน้าของเธอ
รู้แต่ว่า เธอหายจากโรคที่เกี่ยวกับหัวใจของเธอแล้ว ตัวเธอผอมลง ดูซูบไปเยอะ
ดอกกุหลาบสีแดงที่ปักอยู่บนแจกันบนโต๊ะส่ายไหว ด้วยแรงของลมฤดูหนาว
ผมถามเธอว่าได้ไปดูห้องเรียนเก่ามาบ้างไหม เธอส่ายหน้า
ผมบอกเธอไปว่า เขาเปลี่ยนผ้าม่านเป็นสีฟ้าแล้วนะและลมร้อนก็ไม่มีสิทธิ์ย่างกรายมาในห้องอีกแล้ว
เพราะเขาติดแอร์กันทุกห้องเรียน ไม่ต้องใช้พัดลมอีกต่อไป

แล้วเธอก็เริ่มเปลี่ยนจากน้ำเปล่า เป็นไวน์ แก้วแล้วแก้วเล่า
ก่อนที่เธอจะตัดสินใจ เดินมากระซิบแผ่วเบาข้างหูของผม และลุกจากที่นั่งมุ่งหน้าเดินไปทางตึกศิลปะ


.
.
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่