โรดแมป"ยิ่งลักษณ์" ทางออก-โอกาส-บรรยากาศเป็นใจ ...วิเคราะห์การเมือง ..ไทยรัฐออนไลน์ ... หน้าม้าขอ .. "อวย" นายกฯ

รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินมา 1 ปี 5 เดือน พยายามผลัก
ดัน 16 นโยบายเร่งด่วนให้เป็นจริงตามที่ประกาศหาเสียง
เอาไว้ รวมทั้งยังต้องเสียเวลาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ
ระหว่างทาง ทั้งมหาอุทกภัย และความขัดแย้งในบ้านเมือง
หลายนโยบายต้องสะดุด

วันนี้รัฐบาลตั้งหลักได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะ
นายกรัฐมนตรี จะบริหาร ประเทศในด้านต่างๆอย่างไร
น่าติดตาม

“ที่น่าหนักใจจะเป็นเรื่องที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็น
ความผันผวนทางเศรษฐกิจ จะต้องเตรียมตัวไว้ก่อน พร้อมที่จะลดความเสี่ยง
เช่น ส่งเสริมเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งเสริมการส่งออกไปตลาดประเทศ
อื่นบ้าง ไม่ใช่เฉพาะส่งออกไปที่ยุโรป เพื่อกระจายความเสี่ยง ปัญหาอุทกภัย
เป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ ไม่รู้ว่าสภาวะอากาศจะเป็นอย่างไร ตรงนี้ต้อง
ศึกษาและคิดทำแผนบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน...

...การเมืองเป็นอีกเรื่องที่เป็นห่วง แต่ส่วนตัวมีความเชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่า
ถ้าเราร่วมกันสร้างบรรยากาศ ในส่วนของรัฐบาลตั้งมั่นว่าจะลดบรรยากาศ
ความขัดแย้ง เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาจะเห็นว่าความเจ็บปวดที่เจอ
สุดท้ายไม่มีอะไรดีขึ้น เชื่อว่าทุกคนเห็นเหมือนกัน ถ้ามองว่าเป็นเรื่องที่
ท้าทายก็เป็นเรื่องทางการเมือง”

รัฐบาลพูดฝ่ายเดียวอาจจะไม่มีใครฟัง แต่ขณะนี้หน้าที่ของรัฐบาลจะร่วม
กันอย่างเต็มที่ในการสร้างบรรยากาศ ปีนี้เป็นปีแห่งการคิดบวก มาถึงวันนี้
โอกาสเปิดแล้ว ทุกคนเห็นแล้วว่าไม่มีอะไรดีขึ้นจากความขัดแย้ง ทุกคน
ห่วง เมื่อเราพบกับความสุขแล้วในวันที่ 5 ธ.ค.55 เป็นวันแห่งความสุขมาก
เราอยากเห็นบรรยากาศนี้กลับมา

เมื่อโอกาสเปิดแล้วขอให้คิดบวกได้ไหม เพราะคิดบวกมันได้อะไร
หลายๆอย่าง แทนที่จะตั้งป้อมก็มาฟังกัน ฟังตามแนวพระราชดำรัส
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 5 ธ.ค.55 พระองค์ท่านรับสั่งให้
เรามีความเมตตาซึ่งกันและกัน ถ้าเราคิดตรงนี้เอื้ออาทรกัน เชื่อว่า
จะต้องมีอะไรดีขึ้นหน่อย อาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่ถ้าร่วมกันเชื่อว่า
จะมีทางออกสักทาง

ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้เสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วม
และสร้างความเข้าใจไปด้วยกัน ไม่อยากเห็นความขัดแย้งทางความ
คิดเกิดขึ้น ขอให้ทำในจุดที่สร้างสรรค์จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ไปศึกษาดูว่า มีวิธีไหนที่เรียกว่าเป็นทางหนึ่งที่สงบและสันติ

ในใจอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่นอน แต่เราไม่อยากเห็นทางออก
ที่ต่างคน ต่างไปแล้วเกิดความขัดแย้ง ไม่อยากเห็นการเผชิญหน้า
อยากเห็นวิธีไหนก็ได้ที่

ทุกคนยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
มาตรา 291 โหวตวาระ 3 ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้เลย

หรือการแก้ไขรายมาตรา ก็คงต้องไปดูว่าแก้อะไร ถ้าแก้นิดเดียวก็
ไม่มีประโยชน์ ไม่ตอบโจทย์ ซึ่งแต่ละวิธีขึ้นอยู่ที่เวลามากกว่า
ถ้านำไปสู่ความขัดแย้งก็ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง

“ทีมข่าวการเมือง” ตั้งถามขึ้นว่า มีคนมองว่าเอื้อประโยชน์ให้พี่ชายคือ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คำตอบที่เราได้คือ...

“ถ้าดิฉันมุ่งแต่พี่ชายคนนี้ ดิฉันมองว่าประชาชนคงไม่ยอมรับ
ยืนยันไม่ได้ทำเพื่อคนคนเดียว แต่ทำเพื่อประชาชนส่วนรวม
และไม่มีใครสามารถขับเคลื่อนได้เพื่อคนคนเดียว” น้ำเสียงของ
นายกฯจริงจัง

และยังขยายความต่อไปว่า ด้วยกลไกของระบอบประชาธิปไตย
และเสน่ห์ของประเทศไทยในการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของ
ประชาชน ตรงนี้แล้วจะบอกว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ไ
ม่อยากให้ดูถูกประชาชน ความจริงประชาชนคือเจ้านายเราที่จะ
บอกว่าอะไรคืออะไร

สิ่งที่ทำมาทุกอย่างตลอด 1 ปี มุ่งทำงานตามนโยบาย สิ่งที่อยาก
เห็นมากกว่าคือ ความยุติธรรมและความเสมอภาคเท่าเทียมกัน
อันนี้ต่างหากที่ควรจะได้รับสำหรับทุกคน ขณะนี้อยากเห็น
บรรยากาศที่ทุกฝ่ายมานั่งคุยกันว่าอยากให้ประเทศเดินไปอย่างไร
อย่างที่เรียนเราต้องมีใจให้กันก่อน หรือมีความคิดร่วมกันก็จะหา
ทางออกเจอ

“ดิฉันเชื่อมั่นว่าปีนี้ความสามัคคีปรองดองจะเกิด
ดูได้จากบรรยากาศที่เริ่มค่อยๆคลี่คลายลงไป แต่ต้องใช้เวลา
กว่าที่ความคิดที่ไม่ตรงกัน มานานจะเดินเข้าหากัน”

เมื่อถูกถามถึงภาวะผู้นำ  เราได้รับคำตอบว่า...

“ผลงานเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ดิฉันมองปัญหาเป็นโอกาส
มองอุปสรรคเป็นเรื่องต้องฟันฝ่า เราไม่เคยย่อท้อกับตรงนี้
ยิ่งถูกมองอย่างนี้ยิ่งต้องทำ ต้องพิสูจน์ เมื่อประชาชนให้
โอกาสแล้วต้องทำ...

...แต่ด้วยบุคลิกความเป็นผู้หญิงการพูดอาจจะไม่ได้เหมือนผู้ชาย
อาจทำให้คนมองไม่เห็น คนอาจไม่รู้จักตัวตน เพราะดิฉันไม่ได้อยู่
การเมืองมา คนอาจจะเพิ่งมาเห็น การทำความเข้าใจกับบุคลิกอาจ
ต้องใช้เวลา”

รวมถึงถูกฝ่ายตรงข้ามวิพากษ์วิจารณ์ชอบลอยตัวหนีปัญหา
เรื่องนี้ก็ต้องแยกแยะบทบาทออกจากกัน เป็นนายกฯไม่ว่าอย่างไร
ในภาพรวมก็ต้องดูแล รับผิดชอบผลของงาน และความเป็นผู้นำ
ต้องมอบภารกิจให้กับรองนายกรัฐมนตรี ว่ากันไปตามสายงาน
ไม่ได้หมายความว่านายกฯลอยตัว แต่พูดไปตามสายงาน
จะบอกว่านายกฯต้องเข้าใจรายละเอียดของหน่วยงานราชการ

ต้องเรียนว่านายกฯคิดถึงเรื่องบ้านเมืองในการพัฒนาประเทศ
คิดทำงานประจำก็จะผิดบทบาทนายกฯ ในฐานะที่เราต้องมา
ทำงานบริหารจัดการ อาจจะมองความหมายคนละมิติมากกว่า

การทำงานที่ผ่านมาในรอบปี ถามว่าท้อไหม เหนื่อยไหม ก็ต้องมอง
ว่าการทำงานที่ประชาชนให้โอกาสเรามา เป็นโอกาสที่แสดงความตั้งใจ
ของเรา ทำให้ไม่เหนื่อย วันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ลงพื้นที่บ้าง ไม่อยากหยุด
ทำงาน เพราะเวลามีน้อย ปัญหาต่างๆที่มีอยู่ รอไม่ได้ ทำเต็มกำลังเท่า
ที่เราจะทำได้

เพราะเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ๆ อย่างเงื่อนไขแรกที่เจอตั้งแต่ต้นคือ
แก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และมีงานหลายอย่างที่ไม่ได้พัฒนา
มาหลายปี ดังนั้น ทุกอย่างต้องทำควบคู่กัน กระจายงาน วิธีการ
ตัดสินใจยึดหลักการเดียวคือ ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง

แต่การทำงานต้องทำเท่าที่ร่างกายรับไหว จะต้องรู้จักข้อจำกัด
สุขภาพของเรา ต้องไม่ให้ล้มป่วยกลางคัน

ในปีนี้จะเป็นปีแห่งการพัฒนาทั้งด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ
การสร้างรากฐานให้ประเทศไทย โดยจะมีนโยบายเสริมสร้าง
เศรษฐกิจที่เข้มแข็งภายในประเทศแบบสมดุล สานต่อนโยบาย
จากปีที่ผ่านมา และการพัฒนาความแข็งแรงทางเศรษฐกิจ
อย่างยั่งยืน แต่ยังไม่อยากบอกว่าเป็นปีแห่งการปฏิรูป

การเมืองและเศรษฐกิจจะเร็วไป พูดง่ายๆให้เป็น
ปีแห่งการพัฒนา ปีแห่งการคิดบวก”

กับคำถามนายกฯเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลา– นนท์ ประธานองคมนตรี
และรัฐบุรุษ หลายครั้ง สังคมอยากทราบว่าได้พูดคุยเรื่องอะไรกันบ้าง

นายกฯตอบว่า “ท่านก็เป็นห่วงบ้านเมือง ถาม สารทุกข์สุกดิบ
คุยเรื่องโครงการพระราชดำริมากกว่าที่ท่านรับผิดชอบหลาย
โครงการ รัฐบาลก็พร้อมทำงานร่วม”

เมื่อเลาะรั้วบ้านสี่เสาก็ได้เลียบๆเคียงๆถามถึงท่าทีของกองทัพ
ต่อรัฐบาลว่าจะมีการยึดอำนาจรัฐบาลหรือไม่

น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยินคำถามถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย
ทำท่าครุ่นคิดแล้วตอบด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มว่า...

...ทุกฝ่ายต้องมีบทบาท มีหน้าที่ของตัวเอง ทหารก็ดูบทบาท
ในเรื่องของความมั่นคง ในฐานะ รัฐบาลก็ต้องดูความมั่นคงของ
ประเทศด้วยว่า ทำอย่างไรให้ประเทศไปได้อย่างมั่นคง เราคำนึง

ตรงนี้อยู่แล้วก็สบายใจ รัฐบาลคำนึงถึงความมั่นคง
ด้วยการทำอะไรควบคู่ไปกับความมั่นคงด้วยความสบายใจ

ส่วนจะพ้นจากความเป็นรัฐบาลด้วยสาเหตุอะไร “อันนี้เราไม่อยาก
ดูพยากรณ์ตัวเอง เราทำวันนี้ ให้ดีที่สุดดีกว่า สุดท้ายก็ควรจะไป
ตามกลไกระบอบประชาธิปไตย...

...เราเองพยายามที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เหมือนการเดิน
ขึ้นบันได เมื่อขึ้น ขั้นที่หนึ่งได้แล้ว ก็ก้าวขึ้นขั้นสอง ขั้นที่สาม
ต่อไป การขึ้นบันไดก็ยากขึ้นเรื่อยๆ ชันขึ้นเรื่อยๆ”

ทีมข่าวการเมือง

http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/321480

เรื่องดีๆ  ค่ะ  หน้าม้า  เอามาให้อ่าน
ใครอ่านแล้ว  คนรักนายกฯ  บอกว่า ถูกใจใช่เลย
ใครเกลียดนายก ฯ  ก็ว่ากันไป    อภิปรายในสภา ...
ตั้งกระทู้  ในสภา  เขียนกระทู้ในรดน.   ทำตามระบบ
ก็แล้วกันนะคะ   อย่าชักชวนกันมาล้มระบบ
รู้จักรอซะบ้าง....ก็แล้วกัน   ถ้าเสียงยังดี   อาจต้องรออีกหลายปี

ถามเพื่อน ๆ  อ่านแล้ว  ยิ้มไหม ?   ยิ้มหน่อยค่ะ  ...
เรื่องดี ๆ  แบบนี้
สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่