ชีวิตก็มีแค่นี้ :)

วันนี้หลังเลิกงานได้เจอเพื่อนเก่ามากๆ รู้จักกันมาเกินครึ่งนึงของอายุ เห็นกันมาตั้งแต่ผูกคอซองไปโรงเรียน
เพื่อนเราเป็นผุ้ชายมาดโหด ปากร้าย แต่ใจดี เจอกันทีไรก็เหน็บกัดกันเหมือนเดิม
เขาเพิ่งกลับมาจากฮ่องกง (ไปเที่ยวกับแฟนมา) เพิ่งว่างเว้นจากสอบ ป.โท นัดเรากินข้าว เราก็ตกลงเลย

พอไปถึงห้าง คนเยอะทุกร้าน... เราหิวมาก ไม่รู้เพื่อนรู้ทันได้ไง ลากเราไปชาบูชิเลย หยิบของชอบเราทุกอย่างเทใส่หม้อ เดินไปเติมน้ำชาให้เสร็จสรรพ แล้วก็คอยตักของที่ต้มจากหม้อเขามาวางให้เราด้วย (กินเหมือนอดอยากมากๆ -*-) ผ่านไป 15 นาที...

"สงสัยจะหิวจริง กินเงียบมาก..."
"อือ...ก็..(เนื้อสไลด์ยังเต็มปาก)" พยักหน้าเอาล่ะกัน ^_^

ต้มไปเรื่อยๆ จนเราบอกไม่ไหวล่ะ อิ่ม... พ่อคุณเดินไปหยิบฟรุ๊ตสลัดมาอีก เราก็กินต่อ...

"ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย ดูสีหน้ารู้" แล้วก็ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์
"ช่าย ดีขึ้นมาก เมื่อกี้หิวสุดๆ ดีนะมีคนช่วยเสริฟ กินสบาย"
"เสียงใสด้วย คอนเฟริม พลังกลับมาล่ะ" แล้วก็ยิ้มกว้างๆ เหมือนผู้ใหญ่มองเด็ก ฮ่าๆ

บรรยากาศเริ่มมีสมาธิคุยกันได้
"เป็นไงมั่ง"
"เหนื่อย แต่สนุกนะ ไม่เหมือนใครบางคนหรอกไปเที่ยวมา ชิ"
"แหม่ ไปแบบกรอบๆ เดินอย่างเดียวเลย ตังค์ไม่มี"
"หรา...."
"เอ๊ะแว่น...อันนี้ที่ไปซื้อด้วยกันป่ะ?"
"อ่าช่าย ทำงานหน้าคอม ต้องใส่แว่นอ่ะ ไม่ไหวปวดตา"
"วันนี้ดูแต่งตัวน่ารักนะไม่ห้าวล่ะ" (วันนี้เราใส่กระโปรงยาวคลุมเข่าสีฟ้า คอปิด รองเท้าส้นแบนสีชมพู ผมฟูๆระคอ ใส่แว่นตากรอบพลาสติกสีเทาใสใหญ่ๆ หน้าเกลี้ยงๆไม่มีแม้แต่แป้ง)
"โทรมจะตาย ดูสารรูปดิ"
"แบบนี้อ่ะดีแล้ว ไม่แก่" แล้วหันมาทำหน้ากวน...
"เชอะ ยังไงก็แก่เหมือนกันล่ะ"
"ว่าแต่ ที่ใหม่ตกลงว่าไง"
"ได้ล่ะ ไปสัมภาษณ์แบบจริงใจมากๆ"
"ยังไง?"
"เขาถามว่า ได้เรียนรู้อะไรจากรุ่นพี่บ้างตอนอยู่ที่เดิม เราตอบไปว่า ที่ประทับใจที่สุดคือ รู้วิธีเสริฟอาหารยังไงไม่ให้ลวกมือตัวเองและผู้โดยสาร (เพื่อนนั่งขำ) เขาให้เล่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เราบอกไปว่า มีครั้งหนึ่งกัปตันอยากกินอาหารเฟิสคลาส แต่มันหมดแล้ว เราไม่ได้เก็บไว้ให้ คนอื่นจะกลัวไม่กล้าขัด เราไปเสนอกัปตันว่า อาหารอีโค่ที่จริงอร่อยมากเลยนะ พวกยูไม่เคยชิมใช่มั้ย เดี๋ยวชั้นจัดมาให้ลองนะ ถ้าไม่อร่อยชั้นกินเอง ปรากฎว่า อร่อยมาก กัปตันเลยรู้ความลับว่า ที่จริงกับข้าวที่อีโค่อร่อย "
"ฮ่าๆ จริงใจโคตร ได้งานเพราะแบบนี้แหละ เรื่องกินล้วนๆ พูดแล้วตาเป็นประกายเชียว"
"แหม...ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เอาความจริงใจเข้าสู้ล่ะกัน"
"ดีแล้ว เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน" แล้วเพื่อนก็หันมายิ้มกว้างๆ

พอจะจ่ายตังค์ คุณเพื่อนคว้าไปจ่ายเสร็จสรรพ เรายื่นเงินให้ก็ไม่เอา บอกว่าเลี้ยงไง กินเยอะๆจะได้มีแรงไปสู้งานต่อ

แล้วก็ยืนส่งเราขึ้นรถเมลล์ พอเราขึ้นรถ ส่งข้อความมาว่า "กลับบ้านไปนอนพักผ่อนซะ พรุ่งนี้ลุยต่อ"

วันนี้ไม่ใช่แค่อิ่ม แต่เรามีความสุข ไม่ใช่สุขเพราะกินฟรี แต่สุขใจที่มีเพื่อนแบบนี้อยู่ในชีวิต แม้จะไม่ได้คุยกันทุกวัน แต่ก็อ่านใจเราออกเสมอ ไม่ว่าเราจะเหนื่อยจะทุกข์จะสุขหรือเศร้า แค่ฟังเสียงก็รู้แล้ว ยิ้ม

ชีวิตนั้นแสนสั้น เกินกว่าจะจมอยู่กับความเศร้า
แม้จะไม่ได้สมหวังในทุกสิ่ง หากแต่รู้คุณค่าของสิ่งที่เรามี พอใจกับสิ่งที่เป็น เราก็ไม่ทุกข์แล้ว

ขอให้นอนหลับฝันดีทุกคนจ้า
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่