สิบสองปันนา สงกรานต์เมืองจีน…เชียงใหม่แห่งที่2



ตอนที่ 1 http://pantip.com/topic/35140269
ตอนที่ 3 http://pantip.com/topic/35149628/comment1
ตอนที่ 4 http://pantip.com/topic/35164567/comment3-1
ตอนที่ 5 (ตอนสุดท้าย) http://pantip.com/topic/35179616/comment2

บันทึกการเดินทาง สิบสองปันนา-คุนหมิง-ต้าลี่ หนีร้อน...เที่ยวเมืองจีน



Day 2 : สิบสองปันนา
หลังจากที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว เช้านี้ที่สิบสองปันนาอากาศดี เช้าๆยังไม่ค่อยร้อน ยิ้มข้างล่างเป็นภาพจากวิวระเบียงของโรงแรมที่ผมพัก จะเห็นได้ว่าสิบสองปันนาเป็นเมืองที่มีการพัฒนา(อย่างต่อเนื่อง) สร้างอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ที่นี่มีตึกสูงเยอะพอสมควรครับ เนื่องจากทางการจีนเข้ามาให้ความสำคัญกับสิบสองปันนามากขึ้น คงตั้งใจทำให้เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวเพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศนะครับ




ดูนาฬิกานี้ก็สายแล้ว วันนี้ตื่นสายซะด้วย555 เริ่มออกเดินทางจากโรงแรม เช็คเอาท์เรียบร้อย และโบกแท็กซี่หน้าโรงแรมไปวัดป่าเชต์มหาราชฐาน หรืออีกชื่อคือ วัดป่าเจ อมยิ้ม04
ระหว่างทางผมแอบเก็บภาพบ้านเมืองที่นี่มาฝาก มีตึกสูงเยอะครับ พอๆกับบ้านเรา แต่ที่เด่นเลยก็คือ ที่นี่มีต้นไม้ปลูกไว้ในเมืองเยอะด้วยเช่นกัน จึงทำให้ถนนร่มรื่น และที่สำคัญคือถนนที่นี่สะอาดมากๆนะครับ มีเจ้าหน้าที่คอยทำความสะอาดและดูแลพวกต้นไม้อยู่ตลอด บ้านเราก็น่าจะเป็นแบบนี้บ้างนะ คงจะดีไม่น้อยเลยประหลาดใจเยี่ยม





ถึงแล้วครับ วัดป่าเจ สิบสองปันนา เหมือนวัดแถวๆภาคเหนือของบ้านเราเลยเนอะ!

ตอนแรกผมนึกว่าวัดนี้เป็นวัดของคนชาวไตนะครับ มารู้ที่หลังว่าวัดนี้เป็นวัดไทยในสิบสองปันนา เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนที่นี่ ในอดีตชาวบ้านนิยมส่งลูกชายเช้ามาบวชเรียนที่วัดนี้ แต่ตอนนี้สังคมได้เปลี่ยนแปลงไป ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องทำมาหากินมากกว่า ความคิดแบบดั้งเดิมก็ค่อยๆจางลงตามไปด้วย



ลวดลายบนเพดานสวยดีครับ

มีฆ้องด้วย


เดินไปเดินมาไปสะดุดกับป้ายนี้เข้า พอดูดีๆนี่มันภาษาไทยนิ (ทำไมตอนนั้นเราถึงไม่คิดว่าเป็นวัดไทยนะ!)


คุณคงสงสัยสินะ…ว่านี่เป็นประเทศจีนจริงหรอ?



วัดนี้เคยมีนายกหลายท่านมาแล้วนะครับ นายกที่อยู่ภาคเหนือก็เคยมานะ อิอิ เท่ด้านข้างของวัดจะติดกับสวนบ้านถิ่น เป็นสวนพรรณไม้ป่าชื้นเขตร้อน ต้นไม้ต่างๆก็คงคล้ายๆกับบ้านเรา และภายในสวนมีหมู่บ้านสาธิตของชาวไต และชาวพื้นเมืองต่างๆ ถ้ามีเวลาก็แวะได้นะครับ แต่พอดีผมไม่ได้แวะเข้าไป ท้องร้องหนักมาก ยังไม่ได้กินอะไรเลยอมยิ้ม25

เดินออกมาจากวัดไปทางซ้ายประมาณ 200เมตร มีร้านอาหารไตอยู่ร้านหนึ่ง เลยขอจัดสักหน่อย

บรรยากาศภายในร้าน เป็นชุดโต๊ะเก้าอี้จักสรร ได้อรรถรสแบบชาวไตไปอีก

เมื่อเราเข้ามานั่ง พนักงานจะเอาน้ำชาและชุดถ้วยจานแก้วให้เราคนล่ะชุด ร้านอาหารที่จีนหลายๆร้านก็จะมีถ้วยจานที่ห่อพลาสติกเรียบร้อยมาอย่างงี้แหละครับ ดูแล้วสะอาดน่าใช้จัง แต่คุณรู้มั้ยว่าถ้วยจานพวกนี้ หลังจากที่คุณทานเสร็จทางร้านก็จะส่งให้โรงงานที่รับจ้างล้างจานไปล้างทำความสะอาด พอล้างเสร็จก็จะห่อพลาสติกอย่างดี แล้วส่งกลับมาที่ร้านให้ลูกค้าใช้ในครั้งต่อไป โดยทางร้านจะเก็บค่าล้างจานเหล่านี้จากเราอยู่แล้ว ค่าเสียหายก็ชุดละ 1หยวน อย่าคิดว่าฟรีนาจา!

มาเข้าเรื่องอาหารกันดีกว่าหัวใจ อาหารไตจะรสชาติเผ็ดๆเปรี้ยวๆ คนไทยทานได้สบายครับ เริ่มกันที่อย่างแรกคือ ยำข้าวแรมฟืน อันนี้ที่แม่สายก็มีครับ รสชาติเปรี้ยวมากมะนาวมาเป็นลูก แต่ก็อร่อยดี

อย่างต่อไปเป็นหมูทอด ทอดจดแห้ง ด้านในหมูจะหยัดใส่พริก แต่ไม่เผ็ดนะครับ เหนียวนิดๆ รสชาติก็อร่อยดี

อันนี้ขอนำเสนออย่างแรง เพราะมันดีมาก มันคือถั่วเนา ถั่วเน่าคืออะไร? ถั่วเน่าก็คือถั่วเหลือที่นำไปหมัก จะมีกลิ่นและรสชาติที่เฉพาะตัว แล้วนี่เขาเอาถั่วเน่ามาพัดกับเครื่องเทศของจีนอีก โอ้ยยยย มันดีมาก เยี่ยมขอข้าวเหนียวด่วนๆ อันนี้ต้องลอง แนะนำอย่างแรงครับ

อย่างสุดท้ายคือจอผักกาด อาหารเหนือบ้านเราก็มีครับ รสชาติก็ทั่วๆไป

รอดไปอีกหนึ่งมื้อ ^^

กินเสร็จก็พอมีเรี่ยวมีแรงเที่ยวต่อ สถานที่ต่อไปมีหลายคนแนะนำว่าถ้ามาสิบสองปันนาแล้วต้องไปที่นี้นะ เพราะถือว่าเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่เลย และนี่ก็คือวันหลวงเมืองลื้อ เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 4A ที่จีนแบ่งสถานที่ท่องเที่ยวออกเป็น 5ระดับ คือ ตั้งแต่ 1A-5A ค่าเข้าชมที่นี้ปกติ120หยวน แต่ผมซื้อกับพี่แท็กซี่ที่มาส่งในราคา80หยวน ต้องต่อราคานะครับอาจจะต่อได้ถูกกว่านี้ก็ได้ ถ้าคุณพูดภาษาไตได้อ่ะนะ!

มีนกยูงด้วย ตั้งสอตัวแหน่ะ!อมยิ้ม09 สิบสองปันนานี่เมืองนกยูงเลยนะ ไมเจอแค่สองตัวเองอ่ะ

ซื้อตั๋วเรียบร้อยก็เข้าไปกันดีกว่า

ด้านในก็เป็นเป็นวัดที่อาคารคล้ายๆกับวัดในบ้านเราเลย ในเรื่องของสถาปัตไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจนะครับ รู้สึกผิดหวังนิดนึง สู้วัดแรกที่ไปก็ไม่ได้ วัดนั้นเข้าฟรีด้วย!




เดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆก็จะเจอกับพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ยืนเด่นเป็นสง่า

เดินตามขั้นบันไดขึ้นไปอีก สองข้างของบันไดจะมีวิหารเล็กๆของประเทศเพื่อนด้านสี่ประเทศของจีน ประกอบไปด้วย ประเทศพม่า ลาว ศรีลังกา และประเทศไทย ซึ่งภายในของแต่ละวิหารก็จะมีพระพุทธรูปของประเทศนั้นๆที่มีเอกลักษณ์ต่างกันไป


ขึ้นบันไดกันต่อ เริ่มเหนื่อยแล้วสิ เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย แต่พอหันกลับหลัง โอโห เห็นวิวของสิบสองปันนาทั้งเมืองเลย นี่เดินมาสูงใช่หย่อยเหมือนกันนะ โอเค หันหน้ากลับไปก้มหน้าก้มตาเดินขึ้นบันไดต่อไปอมยิ้ม12 ก็จะเจอกับวิหารอีกหลังนึง ด้านในมีพระพุธรูปอีกเหมือนเคย แต่สิ่งมี่สะดุดตาผมมากที่สุดคือ ภาพวาดฝาพนังด้านหลังของพระพุธรูป ดูไปดูมามันก็คล้ายๆจิตรกรรมฝาผนังของ อ.เฉลิมชัย ที่วัดร่องขุนเลยนะ ดูจากลายเส้นและโทนสีที่ใช้ ก็มีส่วนคล้ายอยู่นะ

เดินขึ้นบันไดต่อนะ ยังไม่จบ และแล้วก็เดินมาถึงพระพุทธองค์ใหญ่ที่เมื่อกี้เราอยู่ด้านหลังเห็นว่าเล็กๆ แต่พอเดินมาใกล้ขนาดนี้ถึงรู้ว่าองค์ใหญ่มาก ต้องเงยหน้าดูเลยทีเดียว

ที่นี้ก็มีทางเดินกระจกนะ เห็นช่วงนี้หลายที่กำลังฮิต มองไปข้างล่างก็แอบขาสั่นนิดนึง


ถึงเวลาเดินลงเขาแล้วครับ เดินลงยังดีหน่อยไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แต่ระหว่างทางเดินผมบังเอิญเห็นนักท่องเที่ยวคนอื่นต่างวิ่งไปดูอะไรสักอย่าง ด้วยสัญชาติญาณนักสืบเลยวิ่งตามเขาไปเหมือนกัน555อมยิ้ม03 แล้วผมก็พบเข้ากับลานสาดน้ำซึ่งเป็นลานแสดงโชว์ของที่นี้ครับ โดยมีการแสดงของชาวไตผสมผสานกับวิถีชีวิตแห่งสายน้ำ โชคดีมากครับที่มาเจอเข้าโดยบังเอิญ

ที่นี้เปิดแสดงอยู่วันล่ะ2รอบนะครับ คือ 14.00 และ 16.00 ตามเวลาท้องถิ่น บรรยากาศการสดน้ำหรือเล่นสงกรานต์สนุกไม่แพ้บ้านเราเลย

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ทุกโชว์น่าประทับใจมากครับ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวที่วัดหลวงเมืองลื้อ จากนั้นดูนาฬิกายังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง เลยตัดสินใจไปเที่ยวอีกทีหนึ่งนั่นคือ “เชียงใหม่ปลอม”
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่