แฉมุมมืดวงการศึกษาจีน! ธุรกิจ ‘รับจ้างเรียน-สอบแทน’ ระบาดหนัก
.
บนแพลตฟอร์มโซเชียล “Huyou” (หูโหย่ว) ที่เป็นชุมชนออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยในจีน มีบริการลับอย่าง เช่น “จ้างวิ่ง 800 เมตร” (ม.จีนบางแห่งมีข้อบังคับด้านสุขภาพ) “จ้างเข้าเรียนแทน” “จ้างลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรม” ปรากฏให้เห็นเป็นจำนวนมาก ระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวจาก Zongxiang News ได้ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ เพื่อติดตามพฤติกรรมของผู้รับจ้างเข้าเรียนและรับจ้างสอบแทน เพื่อทำความเข้าใจถึงเบื้องหลังการมีอยู่ของธุรกิจนี้ แม้ปัจจุบันแพลตฟอร์มจะบล็อกคำค้นที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ผู้ใช้งานยังคงสามารถใช้ “คำพ้องเสียง” หรือ “อีโมจิ” เพื่อหลีกเลี่ยงระบบตรวจสอบ และใช้ “รหัสลับ” ในการซื้อขายได้ ทำให้มีมหาวิทยาลัยออกประกาศแจ้งเตือนว่าห้ามทำเด็ดขาด พร้อมประกาศกวาดล้างและตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวอย่างเข้มงวด
.
ข้อมูลระบุว่า จ้างเรียนหนึ่งคาบมีค่าจ้าง 20 หยวน (ราว 90 บาท) ส่วนรับจ้างวิ่ง 800 เมตรให้ผ่านเกณฑ์ อยู่ที่ประมาณ 50 หยวน (ราว 225 บาท) ผู้สื่อข่าวพบว่าในกลุ่มสนทนาของนักศึกษาในหลายมหาวิทยาลัยมีโพสต์ว่าจ้างลักษณะนี้จำนวนมาก ในหนึ่งวันอาจมีคนโพสต์หาคนเรียนแทนถึงเกือบสิบราย ทั้งที่กลุ่มมีสมาชิกเพียงสามร้อยกว่าคนเท่านั้น
.
บนแพลตฟอร์ม มีทั้งผู้อยากจ้างและผู้เสนอตัวรับงานอย่างคึกคัก เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อกับนักศึกษา A ซึ่งถือเป็นผู้มีประสบการณ์สูงในการรับจ้างเรียนแทน เธอกล่าวตรงไปตรงมาว่า “ได้เงินค่าขนมและไม่เสียเวลาส่วนตัว ทำไมจะไม่ทำ” ผู้ว่าจ้างบอกกับเธอว่า แม้อาจารย์วิชานี้จะไม่ค่อยขานเช็กชื่อ แต่ก็อาจมีการเซ็นชื่อเข้าเรียน และหากขาดเรียนเกิน 3 ครั้งจะติด F ในที่สุดทั้งสองฝ่ายตกลงราคากันที่ 20 หยวน (ราว 90 บาท) โดยเหตุผลที่ผู้ว่าจ้างใช้อ้างเพื่อขาดเรียนคือต้องไปฉลองวันเกิดให้เพื่อน
.
เนื่องจากอาจารย์ให้นักศึกษาเช็คชื่อผ่านแอปพลิเคชันโดยใช้ระบบGPS ผู้รับจ้างเรียนแทนจึงต้องล็อกอินเข้าบัญชีของผู้ว่าจ้างผ่านมือถือและกดเช็คชื่อในอาคารเรียน โดยนักศึกษาบางคนระบุว่า การระบุพิกัดนี้แม่นยำมาก ตัวต้องอยู่ในตึกเรียนเท่านั้น อยู่หอสมุดก็เช็กไม่ได้
นอกจาก วิชาเอก วิชาพื้นฐานและวิชาศึกษาทั่วไป ก็มีนักศึกษากว่าร้อยคนกลายเป็นพื้นที่ที่มีคนเข้าเรียนแทนมากที่สุด
.
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสังเกตการณ์ในวิชาพื้นฐาน ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ พบว่าในห้องมีนักศึกษากว่าร้อยคน แต่บรรยากาศในห้องเรียนดูเงียบสงบแต่วุ่นวาย บางคนดูซีรีส์ บางคนหลับ หรือกินขนม ระหว่างเรียนไม่มีการจัดระเบียบจากอาจารย์ ทำให้การเข้าเรียนแทนเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
.
เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลทดสอบสมรรถภาพทางกายในเดือนพฤศจิกายน การโพสต์หาคนสอบสมรรถภาพแทนบน Huyou ก็พุ่งสูงขึ้น ผู้สื่อข่าวตรวจสอบกลุ่มสนทนาของมหาวิทยาลัย 3 แห่ง ภายในสัปดาห์เดียว มีโพสต์ประกาศหาคนสอบแทนอย่างเปิดเผยไม่ต่ำกว่า 10 โพสต์
ในการสังเกตการณ์ครั้งหนึ่ง ผู้รับจ้างวิ่งแทนที่รูปร่างต่างจากนักศึกษาตัวจริงอย่างเห็นได้ชัด วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งพร้อมขานชื่อของผู้ว่าจ้าง แต่อาจารย์คุมสอบกลับไม่สงสัยและบันทึกผลทันที
.
ผู้รับจ้างหลายรายระบุว่า ช่วงทดสอบร่างกายแทบไม่มีอาจารย์ตรวจสอบตัวตน เรียกชื่อจากรายชื่อแล้วให้ทำการทดสอบได้เลย ส่งผลให้ผู้รับจ้างสามารถทำคะแนนแทนผู้อื่นได้โดยง่าย
.
เมื่อตรวจสอบข้อมูลต่อ พบว่ามีเรตราคาใต้ดินชัดเจน เช่น เข้าเรียนแทนวิชาที่ยากในฤดูหนาวที่ต้องตื่นเช้าฝ่าความหนาวหรือเลิกดึก ค่าจ้างจะพุ่งสูงถึง 20-25 หยวน (ราว 90-113 บาท) ขณะที่ช่วงเวลาปกติราคาจะคงที่อยู่ที่ประมาณ 15 หยวน (ราว 68 บาท) หากต้องตอบคำถามอาจารย์ หรือมีส่วนร่วมในชั้น หรือจดเลกเชอร์จะเป็นค่าบริการเสริม สำหรับการวิ่ง 800 เมตรหญิง ราคาอยู่ที่ประมาณ 50 หยวน (ราว 225 บาท) ซึ่งราคานี้แค่วิ่งให้ผ่านเกณฑ์เท่านั้น หากต้องการสถิติเวลาที่ดีขึ้น ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
.
วันที่ 18 พ.ย. หลังเว็บไซต์ Banyue Tan รายงานปัญหานี้ ต่อมาแพลตฟอร์ม HuYou ออกประกาศภายในชื่อ “ร่วมกัน Say No กับการผิดวินัยในมหาวิทยาลัย!” ระบุชัดเจนว่า ไม่อนุญาตให้มีการขายบริการเข้าเรียนหรือเข้าสอบแทนทุกกรณี และเริ่มบล็อกคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
.
หลังจากมหาวิทยาลัยและผู้ดูแลแพลตฟอร์มเข้ามาจัดการ ผู้สื่อข่าวพบว่ากรณีการเรียนแทนในกลุ่ม HuYou ของหลายมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ดีขึ้นบ้าง แต่ไม่นานนักศึกษาก็ใช้ สัญลักษณ์ อีโมจิ หรือคำพ้องเสียง เพื่อหลบการตรวจสอบ ทำให้ธุรกรรมย้ายสู่ตลาดใต้ดิน นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Xiaohongshu หรือ Xianyu ก็ถูกใช้เป็นพื้นที่ซื้อขายด้วยเช่นกัน
.
เมื่อวันที่ 27 พ.ย. สยงปิ่งฉี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการศึกษาแห่งศตวรรษที่ 21 ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าปัญหานี้ไม่ควรถูกโยนให้เป็นเรื่องศีลธรรมของนักศึกษาตกต่ำ เพราะมีมาตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน แต่การขยายตัวของแพลตฟอร์มออนไลน์ทำให้ธุรกรรมที่เคยเกิดในวงจำกัด กลายเป็นธุรกิจสีเทาที่เปิดเผยและแพร่หลาย จึงสร้างความกังวลต่อสังคมมากขึ้น
.
สยงมองว่ามาตรการที่เข้มงวด เช่น เพิ่มการตรวจสอบหรือลงโทษหนักของหลายมหาวิทยาลัย ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การเรียนแทน-สอบแทนเกิดขึ้นเพราะความขัดแย้งเชิงโครงสร้างในระบบประเมินผลการศึกษา หากต้องแก้ปัญหานี้ ต้องปฏิรูปโครงสร้างการศึกษา 3 ด้าน ได้แก่
.
สำหรับอาจารย์ : เลิกวัดค่ากันที่ “งานวิจัย” จนละเลยการสอน ต้องให้ความสำคัญกับการสอน เพราะเมื่อการสอนไม่น่าสนใจก็จะเป็นต้นเหตุแรกที่ให้นักศึกษาต้องไปหาคนมาเรียนแทน
.
สำหรับนักศึกษา : ลดการยึดติดกับคะแนนและหน่วยกิต เพราะเมื่อการได้รับทุนการศึกษา การรับเข้าเรียนต่อ และการสมัครงาน ล้วนขึ้นอยู่กับตัวเลขเหล่านี้ นักศึกษาจึงมองหน่วยกิตเป็นดังสกุลเงิน แทนที่จะเป็นความรู้และความสนุกในการเรียน
.
สำหรับมหาวิทยาลัย : ปรับเกณฑ์ประเมินและการจัดสรรทรัพยากรใหม่ เมื่ออันดับมหาวิทยาลัยพึ่งพางานวิจัยมากเกินไป ทรัพยากรจึงไปยังสาขาที่ทำวิจัยได้ง่าย การสอนระดับปริญญาตรีจึงถูกลดความสำคัญลง
.
ท้ายที่สุด สยงปิ่งฉีเตือนว่าหากมหาวิทยาลัยปล่อยให้การเรียนแทนและสอบแทนดำรงอยู่ต่อไป ก็เท่ากับสร้างระบบที่ผู้โกงได้ประโยชน์ ซึ่งไม่ยุติธรรมต่อนักศึกษาที่ตั้งใจเรียนจริงๆ การเรียนแทนดูเหมือนเป็นทางลัด แต่จริงๆ แล้วคือการแลกผลประโยชน์ระยะสั้นกับการสูญเสียโอกาสพัฒนาตนเองในระยะยาว ปัญหานี้เหมือนกระจกสะท้อนรอยร้าวในระบบอุดมศึกษาปัจจุบัน มากกว่าจะเป็นเรื่องพฤติกรรมรายบุคคล และนำไปสู่คำถามสำคัญว่า มหาวิทยาลัยทุกวันนี้ได้มอบคุณค่าที่ ควรค่าแก่การมานั่งเรียนด้วยตัวเองแล้วหรือยัง
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#การศึกษาจีน #มหาวิทยาลัยในจีน
🎓แฉมุมมืดวงการศึกษาจีน! ธุรกิจ ‘รับจ้างเรียน-สอบแทน’ ระบาดหนัก
.
บนแพลตฟอร์มโซเชียล “Huyou” (หูโหย่ว) ที่เป็นชุมชนออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยในจีน มีบริการลับอย่าง เช่น “จ้างวิ่ง 800 เมตร” (ม.จีนบางแห่งมีข้อบังคับด้านสุขภาพ) “จ้างเข้าเรียนแทน” “จ้างลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรม” ปรากฏให้เห็นเป็นจำนวนมาก ระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวจาก Zongxiang News ได้ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ เพื่อติดตามพฤติกรรมของผู้รับจ้างเข้าเรียนและรับจ้างสอบแทน เพื่อทำความเข้าใจถึงเบื้องหลังการมีอยู่ของธุรกิจนี้ แม้ปัจจุบันแพลตฟอร์มจะบล็อกคำค้นที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ผู้ใช้งานยังคงสามารถใช้ “คำพ้องเสียง” หรือ “อีโมจิ” เพื่อหลีกเลี่ยงระบบตรวจสอบ และใช้ “รหัสลับ” ในการซื้อขายได้ ทำให้มีมหาวิทยาลัยออกประกาศแจ้งเตือนว่าห้ามทำเด็ดขาด พร้อมประกาศกวาดล้างและตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวอย่างเข้มงวด
.
ข้อมูลระบุว่า จ้างเรียนหนึ่งคาบมีค่าจ้าง 20 หยวน (ราว 90 บาท) ส่วนรับจ้างวิ่ง 800 เมตรให้ผ่านเกณฑ์ อยู่ที่ประมาณ 50 หยวน (ราว 225 บาท) ผู้สื่อข่าวพบว่าในกลุ่มสนทนาของนักศึกษาในหลายมหาวิทยาลัยมีโพสต์ว่าจ้างลักษณะนี้จำนวนมาก ในหนึ่งวันอาจมีคนโพสต์หาคนเรียนแทนถึงเกือบสิบราย ทั้งที่กลุ่มมีสมาชิกเพียงสามร้อยกว่าคนเท่านั้น
.
บนแพลตฟอร์ม มีทั้งผู้อยากจ้างและผู้เสนอตัวรับงานอย่างคึกคัก เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อกับนักศึกษา A ซึ่งถือเป็นผู้มีประสบการณ์สูงในการรับจ้างเรียนแทน เธอกล่าวตรงไปตรงมาว่า “ได้เงินค่าขนมและไม่เสียเวลาส่วนตัว ทำไมจะไม่ทำ” ผู้ว่าจ้างบอกกับเธอว่า แม้อาจารย์วิชานี้จะไม่ค่อยขานเช็กชื่อ แต่ก็อาจมีการเซ็นชื่อเข้าเรียน และหากขาดเรียนเกิน 3 ครั้งจะติด F ในที่สุดทั้งสองฝ่ายตกลงราคากันที่ 20 หยวน (ราว 90 บาท) โดยเหตุผลที่ผู้ว่าจ้างใช้อ้างเพื่อขาดเรียนคือต้องไปฉลองวันเกิดให้เพื่อน
.
เนื่องจากอาจารย์ให้นักศึกษาเช็คชื่อผ่านแอปพลิเคชันโดยใช้ระบบGPS ผู้รับจ้างเรียนแทนจึงต้องล็อกอินเข้าบัญชีของผู้ว่าจ้างผ่านมือถือและกดเช็คชื่อในอาคารเรียน โดยนักศึกษาบางคนระบุว่า การระบุพิกัดนี้แม่นยำมาก ตัวต้องอยู่ในตึกเรียนเท่านั้น อยู่หอสมุดก็เช็กไม่ได้
นอกจาก วิชาเอก วิชาพื้นฐานและวิชาศึกษาทั่วไป ก็มีนักศึกษากว่าร้อยคนกลายเป็นพื้นที่ที่มีคนเข้าเรียนแทนมากที่สุด
.
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสังเกตการณ์ในวิชาพื้นฐาน ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ พบว่าในห้องมีนักศึกษากว่าร้อยคน แต่บรรยากาศในห้องเรียนดูเงียบสงบแต่วุ่นวาย บางคนดูซีรีส์ บางคนหลับ หรือกินขนม ระหว่างเรียนไม่มีการจัดระเบียบจากอาจารย์ ทำให้การเข้าเรียนแทนเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
.
เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลทดสอบสมรรถภาพทางกายในเดือนพฤศจิกายน การโพสต์หาคนสอบสมรรถภาพแทนบน Huyou ก็พุ่งสูงขึ้น ผู้สื่อข่าวตรวจสอบกลุ่มสนทนาของมหาวิทยาลัย 3 แห่ง ภายในสัปดาห์เดียว มีโพสต์ประกาศหาคนสอบแทนอย่างเปิดเผยไม่ต่ำกว่า 10 โพสต์
ในการสังเกตการณ์ครั้งหนึ่ง ผู้รับจ้างวิ่งแทนที่รูปร่างต่างจากนักศึกษาตัวจริงอย่างเห็นได้ชัด วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งพร้อมขานชื่อของผู้ว่าจ้าง แต่อาจารย์คุมสอบกลับไม่สงสัยและบันทึกผลทันที
.
ผู้รับจ้างหลายรายระบุว่า ช่วงทดสอบร่างกายแทบไม่มีอาจารย์ตรวจสอบตัวตน เรียกชื่อจากรายชื่อแล้วให้ทำการทดสอบได้เลย ส่งผลให้ผู้รับจ้างสามารถทำคะแนนแทนผู้อื่นได้โดยง่าย
.
เมื่อตรวจสอบข้อมูลต่อ พบว่ามีเรตราคาใต้ดินชัดเจน เช่น เข้าเรียนแทนวิชาที่ยากในฤดูหนาวที่ต้องตื่นเช้าฝ่าความหนาวหรือเลิกดึก ค่าจ้างจะพุ่งสูงถึง 20-25 หยวน (ราว 90-113 บาท) ขณะที่ช่วงเวลาปกติราคาจะคงที่อยู่ที่ประมาณ 15 หยวน (ราว 68 บาท) หากต้องตอบคำถามอาจารย์ หรือมีส่วนร่วมในชั้น หรือจดเลกเชอร์จะเป็นค่าบริการเสริม สำหรับการวิ่ง 800 เมตรหญิง ราคาอยู่ที่ประมาณ 50 หยวน (ราว 225 บาท) ซึ่งราคานี้แค่วิ่งให้ผ่านเกณฑ์เท่านั้น หากต้องการสถิติเวลาที่ดีขึ้น ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
.
วันที่ 18 พ.ย. หลังเว็บไซต์ Banyue Tan รายงานปัญหานี้ ต่อมาแพลตฟอร์ม HuYou ออกประกาศภายในชื่อ “ร่วมกัน Say No กับการผิดวินัยในมหาวิทยาลัย!” ระบุชัดเจนว่า ไม่อนุญาตให้มีการขายบริการเข้าเรียนหรือเข้าสอบแทนทุกกรณี และเริ่มบล็อกคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
.
หลังจากมหาวิทยาลัยและผู้ดูแลแพลตฟอร์มเข้ามาจัดการ ผู้สื่อข่าวพบว่ากรณีการเรียนแทนในกลุ่ม HuYou ของหลายมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ดีขึ้นบ้าง แต่ไม่นานนักศึกษาก็ใช้ สัญลักษณ์ อีโมจิ หรือคำพ้องเสียง เพื่อหลบการตรวจสอบ ทำให้ธุรกรรมย้ายสู่ตลาดใต้ดิน นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Xiaohongshu หรือ Xianyu ก็ถูกใช้เป็นพื้นที่ซื้อขายด้วยเช่นกัน
.
เมื่อวันที่ 27 พ.ย. สยงปิ่งฉี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการศึกษาแห่งศตวรรษที่ 21 ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าปัญหานี้ไม่ควรถูกโยนให้เป็นเรื่องศีลธรรมของนักศึกษาตกต่ำ เพราะมีมาตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน แต่การขยายตัวของแพลตฟอร์มออนไลน์ทำให้ธุรกรรมที่เคยเกิดในวงจำกัด กลายเป็นธุรกิจสีเทาที่เปิดเผยและแพร่หลาย จึงสร้างความกังวลต่อสังคมมากขึ้น
.
สยงมองว่ามาตรการที่เข้มงวด เช่น เพิ่มการตรวจสอบหรือลงโทษหนักของหลายมหาวิทยาลัย ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การเรียนแทน-สอบแทนเกิดขึ้นเพราะความขัดแย้งเชิงโครงสร้างในระบบประเมินผลการศึกษา หากต้องแก้ปัญหานี้ ต้องปฏิรูปโครงสร้างการศึกษา 3 ด้าน ได้แก่
.
สำหรับอาจารย์ : เลิกวัดค่ากันที่ “งานวิจัย” จนละเลยการสอน ต้องให้ความสำคัญกับการสอน เพราะเมื่อการสอนไม่น่าสนใจก็จะเป็นต้นเหตุแรกที่ให้นักศึกษาต้องไปหาคนมาเรียนแทน
.
สำหรับนักศึกษา : ลดการยึดติดกับคะแนนและหน่วยกิต เพราะเมื่อการได้รับทุนการศึกษา การรับเข้าเรียนต่อ และการสมัครงาน ล้วนขึ้นอยู่กับตัวเลขเหล่านี้ นักศึกษาจึงมองหน่วยกิตเป็นดังสกุลเงิน แทนที่จะเป็นความรู้และความสนุกในการเรียน
.
สำหรับมหาวิทยาลัย : ปรับเกณฑ์ประเมินและการจัดสรรทรัพยากรใหม่ เมื่ออันดับมหาวิทยาลัยพึ่งพางานวิจัยมากเกินไป ทรัพยากรจึงไปยังสาขาที่ทำวิจัยได้ง่าย การสอนระดับปริญญาตรีจึงถูกลดความสำคัญลง
.
ท้ายที่สุด สยงปิ่งฉีเตือนว่าหากมหาวิทยาลัยปล่อยให้การเรียนแทนและสอบแทนดำรงอยู่ต่อไป ก็เท่ากับสร้างระบบที่ผู้โกงได้ประโยชน์ ซึ่งไม่ยุติธรรมต่อนักศึกษาที่ตั้งใจเรียนจริงๆ การเรียนแทนดูเหมือนเป็นทางลัด แต่จริงๆ แล้วคือการแลกผลประโยชน์ระยะสั้นกับการสูญเสียโอกาสพัฒนาตนเองในระยะยาว ปัญหานี้เหมือนกระจกสะท้อนรอยร้าวในระบบอุดมศึกษาปัจจุบัน มากกว่าจะเป็นเรื่องพฤติกรรมรายบุคคล และนำไปสู่คำถามสำคัญว่า มหาวิทยาลัยทุกวันนี้ได้มอบคุณค่าที่ ควรค่าแก่การมานั่งเรียนด้วยตัวเองแล้วหรือยัง
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#การศึกษาจีน #มหาวิทยาลัยในจีน