ซีรี่ย์ชุดเอินผจญภัย : ตอนมือใหม่หัดเที่ยวนิวซีแลนด์ (4)

ตอนที่ 1 http://pantip.com/topic/34966935
ตอนที่ 2 http://pantip.com/topic/34979611
ตอนที่ 3 http://pantip.com/topic/34995830

มือใหม่หัดเที่ยวนิวซีแลนด์
                                        ดรัสวันต์


ตอนที่ 4

    เต้เปิด Google map เพื่อศึกษาแผนที่ของเมืองนี้ สักพักเขาตัดสินใจย้อนรถกลับมาทางเดิมที่เขาเห็นว่ามีทางแยกเลี้ยวขวาขึ้นเนิน รอบบริเวณนี้เป็นเขตบ้านพักอาศัย เราขับไปได้สักพัก ถนนสายเล็กๆ นี้ก็พาเรามาเจอถนนสายหลักในที่สุด ค่อยโล่งอกกันไปได้เปลาะหนึ่ง เราเริ่มไล่สายตามองหาที่พักกันอีกครั้ง มีที่พักเป็นอาคารเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ขึ้นป้าย Vacancy เราเลี้ยวเข้าไปจอด แล้วเข้าไปติดต่อ ที่หลังเคาน์เตอร์รีเซฟชั่น เป็นหญิงสูงอายุกำลังพูดโทรศัพท์ดูท่าว่าจะเป็นเจ้าของ เรายืนรอจนเธอวางหูแล้วสอบถามเกี่ยวกับห้องพัก ปรากฏว่าเพิ่งขายห้องหมดไปเดี๋ยวนี้เอง

    งั้นไปหาข้างหน้าต่อไป

    จนกระทั่งเจออีกแห่งหนึ่ง ชื่อ Garden Court Suites เรารีบจอดรถและก้าวเข้าไปติดต่อ ก่อนที่นักท่องเที่ยวสาวชาวตะวันตกสองคนที่กำลังเดินลากกระเป๋าเดินทางมองหาที่พักจะมาแย่งเราไป

    “We’re looking for a room for three”

    “Yes, we have”

    เหมือนเสียงสวรรค์ เราตกลงทันทีเพราะเหนื่อยกันแล้ว แม้ว่าค่าที่พักจะไม่ใช่ถูก แต่ก็ยังแพงน้อยกว่าเมื่อคืนที่ทะเลสาบเทคาโพ เราจัดแจงรูดการ์ดเพื่อเก็บเงินสดไว้สำหรับไปใช้จ่ายเบี้ยใบ้รายทางเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาไม่รับบัตรเครดิต

    ห้องพักของเราที่นี่มีรูปแบบที่แปลกกว่าที่อื่นคือเป็นทาวน์เฮ้าส์สองชั้น มีที่จอดรถให้เราหน้าห้อง พอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับครัวเล็กๆ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเตาอบไฟฟ้า เตาอบไมโครเวฟ เตาไฟฟ้าสำหรับทำอาหาร ตู้เย็น ฯลฯ ทางด้านขวาเป็นห้องน้ำใหญ่ แล้วจึงเป็นห้องรับแขก โซฟา ทีวี ประตูกระจกด้านหลังเปิดออกไปสู่สวนดอกไม้ร่มรื่น ติดกับห้องน้ำเป็นบันไดทางขึ้นไปชั้นบนที่มีสองห้องนอน และห้องน้ำเล็ก ระเบียงด้านหลังห้องนอนใหญ่ที่ยื่นออกไปทำให้เราเห็นวิวทะเลสาบและสวนสวย

    เราหายเหนื่อยเลยกับที่พักที่น่าพอใจเช่นนี้

    หลังจากขนกระเป๋าและสัมภาระเข้าที่พักแล้ว เราเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาแล้วเตรียมตัวออกไปสำรวจควีนส์ทาวน์

    เราขับรถเข้าไปในใจกลางเมืองอีกครั้ง แล้ววนหาที่จอดรถ บางแห่งมีป้ายห้ามจอดแต่มีรถจอดกันเต็ม พอมีที่ว่างเราก้เสียบเข้าไปจอดบ้าง  พอลงจากรถจึงเดินไปอ่านป้ายชัดๆ อีกที จึงรู้ว่าเขาห้ามจอดช่วงกลางวันถึงหกโมงเย็น และตอนนี้เลยเวลาหกโมงมาแล้ว  มิเตอร์จอดรถแบบหยอดเหรียญก็ขึ้นป้ายงดหยอดเหรียญ ดีจังเลย

    ตอนแรกเอินทำท่าจะไปหยอดเหรียญด้วยความซื่อสัตย์ทำตามกฎระเบียบแล้ว แต่ป้ายที่บอกไม่รับเหรียญหลังเวลาหกโมงเย็นเป็นความยุติธรรมของการจัดการที่นี่  

    จากที่จอดรถ เราเดินมุ่งหน้าไปที่ริมทะเลสาบเพื่อถ่ายรูป แต่เราอดทนอยู่ตรงนี้ได้ไม่นานเพราะหนาวสุดๆ และลมแรงมากจนยืนแทบไม่อยู่ เราเลยเดินเที่ยวชมร้านค้า และร้านอาหารที่อยู่รอบบริเวณนี้  มีร้านขายของที่ระลึกร้านใหญ่อยู่แห่งหนึ่งมีสินค้าน่าสนใจจนเราอดที่จะแวะไม่ได้ ทั้งๆ ที่เราก็ซื้อของฝากกันมาแล้วรอบหนึ่งที่เทคาโพ

    เอินติดใจ หมวก ถุงมือและเสื้อผ้าที่ทำจากขนแกะ เขาไปลูบๆ คลำๆ อยากได้ เพราะมันนุ่มมือเหลือเกินและท่าทางคงจะอุ่นไม่น้อย  แต่เมื่อดูราคาแล้วก็ต้องมานั่งชั่งใจว่าซื้อไปแล้วเราจะใช้คุ้มไหม เราจะมีโอกาสท่องเที่ยวไปยังประเทศหนาวอีกบ่อยครั้งแค่ไหน  แต่ถ้าเอินสามารถตามฝันไปดูออโรร่าได้ถึงแถบสแกนดิเนเวีย เครื่องกันหนาวเหล่านี้ก็นับว่าคุ้มค่าและคงช่วยให้ความอบอุ่นได้เป็นอย่างดี

    แต่สรุปแล้ว เอินไม่ได้ซื้อ เราเดินชมเมืองถ่ายรูปกันจนพอใจแล้วเริ่มมองหาร้านอาหาร สำหรับมื้อเย็นที่เราอยู่ในเมืองใหญ่เช่นนี้ทำให้เรามีตัวเลือกภัตตาคารที่มีระดับซึ่งเราอยากจะชิม Lamb steak มาถึงถิ่นที่มีประชากรแกะมากกว่าคนแล้วจะไม่ให้ชิมได้อย่างไร

    หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบทานสเต็กเนื้อแกะนี้เพราะมีกลิ่นสาบ  แต่เคยมีคนบอกเอินว่า ถ้าคนปรุงอาหารรู้วิธีทำที่ถูกต้องแล้วจะไม่มีกลิ่น หรือถ้ามีก็เพียงเล็กน้อยพอให้รู้ว่าเป็นเนื้อแกะ ไม่ใช่เนื้อวัว เพราะฉะนั้น เราจึงต้องมองหาของดีตามภัตตาคารที่เราจะไม่ผิดหวัง เพราะมื้อนี้กะทุ่มทุน  แล้วมื้ออื่นค่อยไปกินบะหมี่สำเร็จรูปเอา 5555

    เราเจอร้านสเต็กใหญ่แห่งหนึ่ง เข้าไปดูเมนูหน้าร้านพร้อมราคาแล้ว ถึงจะแพงแต่ก็น่าจะเชื่อใจได้ว่ามื้อนี้ต้องได้ทานสเต๊กชั้นดีแน่ๆ



    เราสั่ง lamb steak สองที่กับ pork chop หนึ่งที่ และสลัดอีกหนึ่งเพื่อจะได้มีผักกินบ้างไม่ใช่กินแต่เนื้ออย่างเดียวเพราะเราเช็คแล้วว่าไม่มีสลัดมากับอาหาร เราต้องสั่งต่างหาก เราไม่ได้สั่งเครื่องดื่มเพราะพอเราสั่งเสร็จปุ๊ปก็มีน้ำเปล่าหนึ่งเหยือกและแก้ว 3 ใบมาวางให้เรา  รอไม่นาน Garlic bread จานใหญ่ก็มาวาง

    พอถึงเมน คอร์ส เราก็ตาเหลือกเลย มาจานใหญ่มากสมราคาอีกตามเคย เราลิ้มลองรสชาติแล้ว เนื้อนุ่มแทบไม่มีกลิ่นสาบแม้แต่น้อย ผักสลัดก็สดกรอบ แฟรนชฟรายที่แนมมากับสเต็กเป็นแท่งใหญ่ๆ ทอดมาทั้งเปลือก ให้รู้ว่าทำมาจากมันฝรั่งสด ไม่ใช่แท่งเล็กๆ ที่เป็นแบบแช่แข็ง แบบที่มีขายในเมืองไทย


    รับประทานกันไปได้สักพัก เจ้าของร้านหรือผู้จัดการร้านก็เข้ามาทักทายเรา เป็นธรรมเนียมของภัตตาคารมีระดับที่เชฟ หรือเจ้าของร้าน หรือผู้จัดการ จะเข้ามาพูดคุยซักถามถึงรสชาติอาหารว่าถูกปากไหม



    แน่นอน เราชมเชยไปว่า อร่อยสมกับที่เราตั้งใจมาลิ้มลองจริงๆ กลิ่นสาบไม่มี แถมยังสัมผัสได้ถึงความหวานของเนื้อที่สดใหม่อีกด้วย

    เขายิ้มรับด้วยความปลาบปลื้มและบอกเราว่า ทางร้านพิถีพิถันในการเลือกเนื้อแกะ โดยจะสั่งซื้อมาจากฟาร์มท้องถิ่นใกล้ๆ นี่เองรับประกันความสดใหม่ไม่ใช่เนื้อแกะแบบแช่แข็ง แถมฟาร์มที่ว่านี้ยังเป็นฟาร์มออแกนนิคที่ใช้หญ้าธรรมชาติเลี้ยงแกะอีกด้วย

    ว้าว ! เราได้ยินแบบนี้ ถือว่าตัดสินใจถูกจริงๆ ที่เลือกร้านนี้

    กว่าเราจะจัดการกับสเต็กจานยักษ์ทั้งสามเสร็จก็เล่นเอาจุก ส่วนขนมปังกระเทียมกับเฟรชฟราย ห่อกลับค่ะทานไม่ไหวจริงๆ





    เราจ่ายเงินค่าอาหารจนกระเป๋าเบาแล้วออกมาเดินย่อย มองดูความเป็นไปในเมืองที่บาร์ ผับและร้านอาหารเริ่มธุรกิจยามค่ำคืนอย่างคึกคัก หน้าร้อนเช่นนี้ผู้คนที่ต้องอยู่เจ่าจุกอยู่ในบ้านมานานหลายเดือนเพราะไม่อยากออกมาลุยหิมะ จะได้ออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านซะที ร้านส่วนใหญ่จึงจัดที่นั่งด้านนอกไว้ให้ลูกค้า แต่กระนั้นความหนาวเย็นก็ยังคงมีอยู่ เราจึงได้เห็นบางร้านสร้างความอบอุ่นให้ลูกค้าด้วยการทำเตาผิงที่มีลักษณะเป็นแท่งเสาที่ห่อหุ้มด้วยกรงตาข่ายใส่ฟืนและจุดไฟลุกโชนอยู่ในนั้น เป็นของแปลกอย่างหนึ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

    แสงอาทิตย์สุดท้ายหม่นมัวสะท้อนกับน้ำในทะเลสาบเมื่อเวลาสามทุ่มกว่า เรากลับที่พักกันได้แล้ว และบอกกันว่าระยะทางพรุ่งนี้ไม่ไกลแล้ว  เราจะออกสายหน่อยก็ได้



>>>ขออนุญาตแท็กห้องถนนนักเขียนนะคะ อยากแชร์ให้เพื่อนๆ ที่ห้องนี้<<<

(มีต่อค่ะ)
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่