They Can’t Take That Away From Me [Kingsman: The Secret Service - fan fiction] ตอนต้น

Kingsman: The Secret Service - fan fiction

The Parting Glass : http://pantip.com/topic/33501949
The Ghost Ship : http://pantip.com/topic/33553578
Last Tango in London : http://pantip.com/topic/33634213
Long Lost Lullaby (ตอนต้น) : http://pantip.com/topic/33840527
Long Lost Lullaby (ตอนจบ) : http://pantip.com/topic/33854781


หมายเหตุ: Fan fiction คือ เรื่องที่เขียนขึ้นโดยอาศัยตัวละคร และเค้าโครงเรื่องจากหนัง หนังสือ หรือการ์ตูนดั้งเดิม เอามาต่อยอดออกมาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจจะอยู่บนพื้นฐานของเรื่องเดิมหรือไม่ก็ได้ และคำเตือนสำหรับเรื่องนี้ คือ จะพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละครที่เป็นผู้ชายด้วยกัน เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ชอบแนวนี้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงที่จะอ่านค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ  

----------------------------------------------------------------------------------------




They Can’t Take That Away From Me    



ไม่มีใครเห็นตอนที่เขาตาย และไม่มีใครเห็นว่าผู้ใดเป็นคนฆ่าเขา นอกจากเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น


ความตายที่มาเยือนไม่ได้น่ากลัวหรือเจ็บปวดเท่าที่เคยคิด เพราะมันเร็วและกะทันหันเสียจนไม่มีเวลาตั้งตัว


มีคนเคยบอกว่า คนที่ถูกตัดศีรษะจะยังรับรู้สรรพสิ่งรอบตัวได้ยาวนานที่สุดประมาณสามสิบวินาที แต่เขาไม่เคยรู้ว่า ถ้าร่างกายถูกแบ่งออกเป็นสองซีก เขาจะมีเวลาเหลืออยู่อีกเท่าใด ก่อนที่ทุกอย่างจะดับสิ้นลง


จะมีเวลาเหลืออยู่เท่าใดก็ช่างมันเถอะ… เขาบอกตัวเองด้วยสำนึกสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่… เพราะในเวลานั้น ภาพที่เขามองเห็นอยู่เบื้องหน้า คือ คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาสองคน ซึ่งเขาไม่มีโอกาสจะเอ่ยคำลา และแม้จะมีโอกาส เขาก็ไม่ปรารถนาจะกล่าวคำเหล่านั้นออกมาเช่นกัน


คนแรกที่เขานึกถึง คือ แม่ ผู้หญิงคนเดียวที่รักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข และรักในทุกสิ่งที่เขาเลือกแล้วโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ส่วนอีกคนหนึ่ง คือ คนที่เขาเลือกแล้ว คนที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่กันและกัน เป็นเพื่อนที่พร้อมยอมมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เขาได้แม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง และยอมผูกพันตนเองกับเขาโดยไม่มีข้อผูกมัดใดระหว่างกัน


เช้ามืดวันที่เขาจากมา คู่หูในเรื่องการงานที่กลายมาเป็นคนข้างกายของเขายังคงหลับสนิท เขาลุกจากเตียงและแต่งตัวอย่างระมัดระวังไม่ให้รบกวนคนที่กำลังนอนสบาย อีกฝ่ายไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด เมื่อเขาจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปาก ก่อนออกจากบ้านไปอย่างเงียบเชียบ


ไม่ใช่เพราะไม่ปรารถนาที่จะร่ำลา เพราะพวกเขาเคยตกลงกันไว้ว่าจะไม่เอ่ยคำลาต่อกัน แต่เป็นเพราะเขากลัวว่า หากเขายังอยู่ที่นั่นจนอีกฝ่ายตื่นขึ้น เขาจะทำใจจากไปได้ยากกว่าเดิม เนื่องด้วยเขานึกหวั่นใจอยู่ไม่วายว่า เมื่อไปแล้วอาจไม่ได้กลับมาอีก และความกลัวนั้นก็กลายเป็นความจริง


ในห้วงคำนึงสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะดับวูบลงพร้อมกับร่างทั้งสองซีกของเขาจะร่วงกระทบกับพื้น… เขาปรารถนาที่จะกอดคนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาทั้งสองเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมบอกว่า รักพวกเขามากเพียงใด… เขาต้องการแค่นั้นจริง ๆ




............................................................................




(1)


เขามักจะกลับมาหาแม่ที่บ้าน โดยมาพักอยู่ด้วยคราวละสองหรือสามวันในช่วงวันหยุดที่ได้รับหลังทำงานที่ได้รับมอบหมายเรียบร้อยแล้ว แม้จะไม่บ่อยนัก แต่ก็บ่อยกว่าพี่น้องคนอื่น ๆ ที่จะกลับมาเฉพาะช่วงคริสต์มาสและวันเกิดของแม่


ตั้งแต่เล็กจนโต ภาพลักษณ์ของแม่ในความทรงจำของเขาแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย


นอกจากรสนิยมประจำตัวที่ไม่เหมือนใคร บุคลิกและนิสัยอีกหลายอย่างของเขา ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจ ความมีชีวิตชีวา ไม่อยู่นิ่ง ความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งบางครั้งก็ค่อนข้างกวนใจและสายตาของเพื่อนร่วมองค์กรส่วนใหญ่ที่นิยมความเป็นระเบียบแบบแผน ก็ได้รับการสืบทอดมาจากผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาตรงนี้ด้วยเช่นกัน


บางครั้ง เขาก็อดที่จะสงสัยเหมือนญาติผู้ใหญ่อีกหลายคนไม่ได้ว่า เพราะเหตุใด ผู้หญิงที่มาดมั่นอย่างแม่ถึงได้เลือกผู้ชายเจ้าระเบียบอย่างพ่อของเขาได้ ในเมื่อทั้งสองคนแตกต่างกันคนละขั้ว อย่างที่ป้าของเขาเคยเปรียบเทียบว่า เหมือนเวสเปอร์ ลินด์ สาวบอนด์ที่มาลงเอยกับมิสเตอร์ฟิตซ์วิลเลียม ดาร์ซี พระเอกในนิยายของเจน ออสเต็น


แม่เป็นผู้หญิงสวย ฉลาด และทันสมัย เป็นสาวสังคมที่โดดเด่นและมีเสน่ห์เสียจนไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาลงเอยกับพ่อของเขาที่ นิสัยเหมือนมาจากคนละโลก เว้นเสียแต่เรื่องหัวแข็งและหยิ่งในศักดิ์ศรีพอกัน


ถึงจะไม่ค่อยมีใครยอมใครนัก แต่แม่กับพ่อของเขาก็อยู่ด้วยกันมาอย่างยาวนานจนพ่อของเขาจากไป เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เป็นเช่นนั้น เขาคิดว่าคงเป็นเพราะความรู้เท่าทันคนและเข้าอกเข้าใจของแม่ ซึ่งเป็นเหมือนศูนย์กลางของความสบายใจที่ดึงดูดให้ทุกคนในครอบครัวเข้ามาหา และทำให้ลูกทุกคนรู้สึกได้ว่า ปัญหาทุกอย่างมีหนทางแก้ไขเสมอ


ในวันที่เขาบอกกับแม่ของเขาว่า คนพิเศษของเขาเป็นใคร แม่เงียบไปครู่หนึ่ง และมองหน้าของเขาเนิ่นนาน โดยไม่พูดอะไรสักคำ อย่างไรก็ตาม สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่มองตอบกลับมา ทำให้ความกังวลทั้งหมดมลายหายไป


“โชคดีจริง ที่พ่อของลูกตายไปก่อนที่จะรู้เรื่องนี้” แม่ของเขาเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก “มันทำให้อะไรต่อมิอะไรง่ายขึ้นเยอะ”


น้ำเสียงของแม่ โดยเฉพาะสำเนียงทั้งรักทั้งรำคาญ เมื่อพูดถึงพ่อของเขาที่จากไปเมื่อหลายปีก่อน ทำให้เขายิ้มได้ และถอนใจออกมาอย่างโล่งอก


แม่ของเขาไม่ได้ประหลาดใจ และดูเหมือนว่าจะรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำไป… นั่นคือความมหัศจรรย์ของแม่ที่ดูเหมือนจะรู้ใจและรู้ความเป็นไปของเขาทั้งหมด เว้นเสียแต่เรื่องที่เขาทำงานให้คิงส์แมน องค์กรสายลับอิสระ ซึ่งเป็นเพียงเรื่องเดียวที่เขาจำเป็นต้องปิดบังเธอ เพราะเขาต้องรักษาความลับดังกล่าวเอาไว้จนกว่ามันจะตายไปพร้อมกับตัวเขาโดยที่แม้แต่คนใกล้ชิดเพียงคนเดียวก็ไม่มีวันที่จะล่วงรู้


“ลูกรัก” เธอยิ้ม ใช้ปลายนิ้วตบที่แก้มของเขาเบา ๆ “ถ้าลูกบอกว่า คนที่ลูกชอบไม่ใช่เขา นั่นละ ที่จะทำให้แม่ประหลาดใจ”


เธอหัวเราะ เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งอยู่ และมองมาเหมือนไม่คาดคิดว่า คำสารภาพของตนเองจะได้รับการตอบรับอย่างง่ายดายกว่าที่นึกหวั่นเอาไว้แต่แรก


“คนที่ลูกรักจะเป็นใคร เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แม่ก็รับได้ทั้งนั้น ขอแค่ใครคนนั้นรักลูกจริง ๆ ก็พอแล้ว…”


เธอเดินอย่างกระฉับกระเฉง ด้วยท่วงท่าเหมือนกำลังเต้นรำไปบนฟลอร์มากกว่าเดิน พลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ไปยังบาร์เหล้าที่มุมห้องโถง ซึ่งเป็นรางวัลจากการเถียงกับพ่อของเขามาจนได้ชัยชนะระหว่างการต่อเติมบ้าน


“วอดก้ามาร์ตินี หรือ ดรายมาร์ตินี ดีจ๊ะ”


เขารู้ว่า แม่ถามไปอย่างนั้นเอง เพราะสิ่งที่แม่ชอบ คือ สิ่งที่เขาเองก็ชอบ และโดยไม่ต้องพูดอะไร ไม่นานนัก ดรายมาร์ตินี ค็อกเทลคลาสสิกที่มีส่วนผสมของลอนดอนยินกับดรายเวอร์มุธแต่งด้วยโอลีฟเขียวก็ถูกส่งให้ถึงมือ


ริมฝีปากของแม่คลี่ออกเป็นรอยยิ้มกว้าง และส่ายหน้าช้า ๆ คล้ายระอาใจกับลูกชายคนเล็กที่ไม่ยอมเข้าใจอะไรง่าย ๆ  


“สีหน้าหรืออารมณ์อื่น เราอาจแสร้งทำได้ แต่สายตาของคนสองคนที่รักกันเป็นสิ่งที่ปกปิดหรือบิดเบือนไม่ได้หรอก ที่รัก”  


ท่าทียิ้ม ๆ อย่างนั้นของแม่บอกให้รู้ว่า เธอน่าจะตามสืบข้อมูลของเพื่อนสนิทของเขามาเรียบร้อยแล้ว สัญชาตญาณของผู้หญิงและคนเป็นแม่ โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่ของเขา เป็นสิ่งที่จะประมาทไม่ได้เลย


“แม่ได้เจอคนคนนั้นของลูกมาหลายครั้ง เขาเป็นคนดี น่ารัก และที่สำคัญ แม่ชอบเขา”


“เท่าที่แม่รู้ เขาเป็นผู้จัดการร้านหนังสือเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในลอนดอน มาจากครอบครัวที่มีแต่นายทหาร นักการเมืองและนายธนาคารที่มีหน้ามีตาในสังคม และเป็นพวกอนุรักษ์นิยมอย่างที่สุด” เธอเอ่ย “ครอบครัวของเขาไม่เหมือนของเรา แม่ไม่รู้ว่า เขาต้องใช้ความกล้าหาญในการตัดสินใจที่จะคบกับลูกมากขนาดไหน”


คำเฉลยที่เขาได้ยินจากปากของเธอทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก


“ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ที่แม่จะไม่ยอมรับคนที่รักลูกมากและจริงใจกับลูกมากอย่างเขา”  


แม่ของเขาวางแก้วมาร์ตินีลง เอื้อมมือออกไปลูบผมของเขา ใช้มือทั้งสองค่อย ๆ โน้มศีรษะของเขาให้ก้มลงมาจนหน้าผากแนบชิดกัน ก่อนที่จะกอดเขาเอาไว้ เช่นที่ทำทุกครั้งเมื่อต้องการให้กำลังใจและให้ความมั่นใจว่า สิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้องแล้ว ในขณะที่เขาโอบแขนรอบตัวของเธอแน่น และกล่าวขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า จนเธออดหัวเราะออกมาไม่ได้


“เจมส์ แม่ยังไม่เคยเล่าให้ลูกฟังใช่ไหมว่า ทำไมแม่ถึงสนใจพ่อของลูกทั้งที่เขาเป็นผู้ชายธรรมดา ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น เมื่อเทียบกับสเปนเซอร์คนอื่น ๆ หรือหนุ่ม ๆ ที่เป็นที่สนใจในแวดวงสังคมที่เข้ามาทำความรู้จักกับแม่ในตอนนั้น”


แม่คลายแขนจากเขา และยิ้มด้วยรอยยิ้มในแบบที่แม่มักจะยิ้มให้พ่อของเขาอยู่เสมอ เมื่อเอ่ยถึงคู่ชีวิตผู้ล่วงลับ


“พ่อของลูกเป็นคนที่ไม่มีอะไรน่าจดจำ แต่เขากลับทำให้แม่ไม่สามารถลืมทุกสิ่งที่เขาทำและทุกช่วงเวลาที่ใช้ด้วยกัน ไม่ว่าจะดีหรือร้ายได้เลยจนถึงวันนี้ และพ่อหนุ่มคนนั้นมีอะไรหลายอย่างที่ทำให้แม่นึกถึงเขา…”



(มีต่อนะคะ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่