5 เรื่องต้องรู้ก่อนตัดแว่นโปรเกรสซีฟ



ปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญเมื่อตัดแว่นโปรเกรสซีฟมาใส่ คือมึนหัว ภาพลอย คลื่นไส้ หรือบางคนอาจถึงขั้นใส่ไม่ได้ วันนี้เราเลยเอา 5 เรื่องต้องรู้ก่อนตัดแว่นโปรเกรสซีฟ จาก Mattaya Vision Center มาแชร์กันค่ะ

อาการมึนหัว ภาพลอย ปัญหาคลาสสิกของคนเริ่มใส่แว่น
สาเหตุหลักที่ใส่แว่นสายตาเลนส์โปรเกรสซีฟแล้วมึนหัว เกิดจากการวัดค่าสายตาที่ไม่ละเอียด จนทำให้ค่าสายตาคลาดเคลื่อน การฟิตติ้งเลนส์ที่ผิดพลาด จุดโฟกัสเลนส์ไม่ตรง โครงสร้างเลนส์ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ รวมถึงกรอบแว่นที่ไม่พอดี หลวมหรือแน่นเกินไป

เนื่องจากเลนส์โปรเกรสซีฟ มีความละเอียดและซับซ้อน ข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เช่น การวัดสายตาที่ไม่ละเอียด โครงสร้างเลนส์ที่ไม่รับกับพฤติกรรม หรือกรอบแว่นที่ไม่ได้มาตรฐาน ล้วนทำให้ใส่แว่นโปรเกรสซีฟแล้วมีอาการเวียนหัว ภาพลอย แทนที่จะทำให้ภาพที่เห็นชัดขึ้น กลับสร้างภาระให้ดวงตามากกว่าเดิม แนะนำให้เข้าปรึกษานักทัศนมาตร เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง และแก้ไขอย่างเหมาะสมค่ะ



5 เรื่องต้องรู้ ก่อนตัดแว่นโปรเกรสซีฟ
1. ต้องวัดสายตากับนักทัศนมาตร (Optometrist) ผู้เชี่ยวชาญ
เนื่องจากเลนส์โปรเกรสซีฟ มีความละเอียดซับซ้อนกว่าแว่นสายตาทั่วไป ดังนั้น การตรวจวัดค่าสายตาจึงต้องทำโดยนักทัศนมาตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ค่าสายตาที่แม่นยำ ลดโอกาสที่ค่าสายตาจะคลาดเคลื่อน และเลือกเลนส์ที่เหมาะกับปัญหา และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาสายตาหลายอย่าง สายตาสั้น ยาว และเอียง ก็ยิ่งต้องอาศัยความละเอียดมากขึ้นอีก เพราะถ้าผิดพลาดอาจทำให้ภาพลอย ปวดหัว หรือบางคนถึงขั้นใส่ไม่ได้ด้วยซ้ำค่ะ

2. จำเป็นต้องทดลองเลนส์โปรเกรสซีฟ (Simulation Test) ก่อนซื้อจริง
เนื่องจากเลนส์โปรเกรสซีฟมีให้เลือกหลากหลายรุ่น หลากหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น Essilor Hoya Zeiss Nikon Rodenstock ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป จนอาจทำให้หลายคนสับสนว่าแบบไหนจึงจะเหมาะกับตัวเองที่สุด คำตอบคือจะต้องทดลองด้วยระบบ Simulation Test ผ่านสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ตัวคุณเองและนักทัศนมาตรมั่นใจว่าโครงสร้างเลนส์เหมาะกับดวงตาของคุณจริง ๆ เมื่อนำไปตัดแว่นก็จะได้แว่นที่มีคุณภาพ และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

3. กรอบแว่นโปรเกรสซีฟที่ดีต้องมีฟิตติ้งพอดี
กรอบแว่นโปรเกรสซีฟ เป็นอีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม โดยจะเปรียบแว่นโปรเกรสซีฟเป็นรถยนต์ ถ้าหากเลนส์โปรเกรสซีฟเป็นเหมือนเครื่องยนต์ของรถ กรอบแว่นก็เปรียบเสมือนตัวถังของรถยนต์ แม้เครื่องดี เครื่องแรงแค่ไหน แต่ถ้าตัวถังไม่ดี ใหญ่เทอะทะ รถยนต์คันนั้นก็จะกินน้ำมันและประสิทธิภาพในการขับขี่ลดลง ดังนั้น กรอบแว่นโปรเกรสซีฟ จึงต้องได้รับการฟิตติ้งให้พอดีกับใบหน้า ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก และไม่โค้งจนเกินไป เพื่อให้จุดโฟกัสของเลนส์อยู่ในจุดที่ดีที่สุดบนดวงตา ที่สำคัญกรอบแว่นควรมีแป้นจมูกที่ปรับแต่งได้ เพราะหากแว่นมีปัญหา จะได้สามารถปรับแต่งและแก้ปัญหาได้ง่ายค่ะ

4. การฝึกปรับตัวและการมองเห็นทั้ง 3 ระยะ
เนื่องจากเลนส์โปรเกรสซีฟ เป็นเลนส์ที่ออกแบบมาให้มองเห็นทั้ง 3 ระยะ ทั้งใกล้ กลาง และไกล โครงสร้างเลนส์แบ่งเป็นโซนต่าง ๆ จึงจำเป็นจะต้องเรียนรู้การใช้งานที่ถูกต้อง และใช้เวลาในการปรับตัวเพื่อให้ชินกับแว่น โดยทุกขั้นตอนนักทัศนมาตรจะเป็นผู้คอยแนะนำและดูแลให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับตัวกับแว่นจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ถ้าหากนานกว่านี้ แนะนำให้กลับไปปรึกษานักทัศนมาตรอีกครั้ง เพราะอาจเกิดจากปัญหาอื่นได้ค่ะ

5. เทคโนโลยีและการวัดพารามิเตอร์เฉพาะบุคคล
การออกแบบโครงสร้างเลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล จะต้องใช้เครื่องมือที่ทันสมัย และได้มาตรฐานในการวัดค่าพารามิเตอร์ เช่น ความโค้งหน้าแว่น ความเทหน้าแว่น ระยะห่างกระจกตา ซึ่งค่าทั้งหมดนี้จะนำไปใช้ในการคำนวณโครงสร้างของเลนส์ เพื่อให้ได้รับมุมมองภาพที่กว้าง คมชัด สบายตา ใช้งานง่าย ปรับตัวน้อย ใช้แว่นโปรเกรสซีฟได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นใจในทุก ๆ วันค่ะ

การตัดแว่นโปรเกรสซีฟไม่ใช่เรื่องยากหรือน่ากลัว เพียงแต่ต้องอาศัยความละเอียดและแม่นยำ จึงต้องทำโดยนักทัศนมาตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะนักทัศนมาตรจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับเลนส์ มีความแม่นยำ และช่วยลดปัญหาภาพลอยหรืออาการเวียนหัว

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 5 เรื่องต้องรู้ก่อนตัดแว่นโปรเกรสซีฟ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่