นำมาฝากจากเวบ สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย
https://thairheumatology.org/
อาการปวดเข่า
เข่าของเรา
เข่าเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักตัว เข่าประกอบขึ้นจากกระดูก 3 ชิ้น คือ กระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง และกระดูกสะบ้า ปลายของกระดูกจะมีกระดูกอ่อนปกคลุมอยู่ ทำหน้าที่ให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวด้วยความราบเรียบ ระหว่างกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งจะมีกระดูกอ่อนรูปวงแหวนช่วยรับน้ำหนักด้วย รอบ ๆ ข้อจะมีเอ็นและเยื่อหุ้มข้อทำหน้าที่ส่งเสริมความแข็งแรงให้กับข้อ ถุงน้ำรอบ ๆ ข้อเข่าจะทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานระหว่างเอ็นกับกระดูกเมื่อข้อมีการเคลื่อนไหว
เมื่อข้อเข่ามีปัญหาจะมีอาการอย่างไร ?
อาการเริ่มแรกของข้อเข่าที่มีปัญหาคืออาการปวด ซึ่งในระยะแรกอาจเป็นอาการปวดเป็น ๆ หาย ๆ และปวดมากเมื่อมีการใช้งานของข้อเข่า เช่น การยืนนาน ๆ หรือการเดินขึ้นลงบันได เมื่อเป็นนานเข้าจะมีอาการฝืดขัด อาการปวดจะเป็นมากขึ้นและรุนแรงขึ้น อาจมีการสะดุดหรือข้อติดขัดเวลาเดินในรายที่เป็นมาก ๆ ข้อจะบวม
สาเหตุของอาการปวดข้อเข่ามีอะไรบ้าง ?
สาเหตุของการปวดเข่า
อาจแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ดังนี้
1. การบาดเจ็บหรือมีอุบัติเหตุต่อข้อเข่า พบได้บ่อยมาก ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อหรือข้อบวมทันทีภายหลังจากมีอุบัติเหตุ อาจพบรอยช้ำบริเวณข้อได้
2. โรคข้อเข่าเสื่อม พบได้มากในเพศหญิงวัยกลางคนและสูงอายุ อาการปวดจะเป็น ๆ หาย ๆ มาเป็นเวลานาน และมีความสัมพันธ์กับการใช้ข้อ
3. กระดูกอ่อนของกระดูกสะบ้าเสื่อม เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กหรือหนุ่มสาว อาจพบร่วมกับการออกกำลังกายอย่างรุนแรงหรือมีอุบัติเหตุต่อข้อเข่า เป็นเหตุให้กระดูกสะบ้าเสื่อมก่อนวัย
4. กระดูกสะบ้าเคลื่อน พบได้ในคนอายุน้อย จะมีการเคลื่อนของกระดูกสะบ้าเมื่อมีการงอข้อเข่า อาจเป็นผลจากการเสื่อมหรือฉีกขาดของเอ็นยึดกระดูกสะบ้า หรือกระดูกผิวข้อต้นขาตื้นกว่าปกติ
5. ปุ่มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ พบได้บ่อยในเด็กวัยรุ่นที่มีการเจริญเติบโตอย่างมาก และมีการออกกำลังกายอย่างรุนแรง ทำให้มีการอักเสบของเอ็นที่ยึดติดกับปุ่มกระดูกหน้าแข้ง
6. ถุงน้ำรอบข้อเข่าอักเสบ พบได้บ่อยในผู้หญิงอ้วน หรือผู้ที่ต้องคุกเข่าทำงาน
7. อาการปวดเข่าภายหลังข้อเข่าอักเสบ มักพบในรายที่มีข้อเข่าอักเสบเรื้อรัง เมื่อได้รับการรักษาจนหายแล้วก็ตาม ผลจากการอักเสบของข้อจะทำให้มีการทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อ ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อมตามมาได้
8. ข้อเข่าอักเสบ ในกรณีที่มีข้อเข่าอักเสบ ข้อเข่าจะมีอาการบวมและร้อนร่วมด้วย การเคลื่อนไหวของข้อเข่าจะทำได้ไม่เต็มที่
สัญญาณอันตรายของอาการปวดข้อเข่ามีอะไรบ้าง ?
1. มีการบวมและร้อนของข้อเข่าหรือบริเวณรอบ ๆ ข้อ
2. มีต่อมน้ำเหลืองโต
3. มีกล้ามเนื้อต้นขาลีบ
4. มีการเปลี่ยนแปลงของสีของเท้าเวลาเดินนาน ๆ
5. มีอาการเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
6. มีอาการข้อติดหรือข้อขัด
7. มีอาการชาหรืออ่อนแรงของขา
การรักษาภาวะปวดข้อ
1. ในกรณีที่มีอาการบวมหรือปวดข้อมากภายหลังได้รับปรึกษาแพทย์
2. ในรายที่มีข้อเข่าบวมหรือเคยมีประวัติข้อเข่าบวมควรปรึกษาแพทย์
3. ในรายที่ทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลหรือแอสไพรินมาประมาณ 5-7 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
4. ในรายที่มีน้ำหนักตัวมาก ควรพยายามลดน้ำหนัก เพื่อลดแรงกดที่กระทำต่อข้อ
5. ในรายที่เป็นมานานและกล้ามเนื้อต้นขาลีบ ควรทำกายภาพบำบัดเพื่อลดอาการเจ็บปวด และเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อ (ศึกษาได้จากเอกสารการบริหารร่างกาย)
https://thairheumatology.org/index.php?view=article&id=28:1-16&catid=13

โรคปุ่มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ
( ออสกูด-ชาเลตเทอร์'ส ดีสีส , Osgood-Schlatter's Disease)
ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ เรื้อรัง (chronic microtrauma) และจัดเป็นโรคที่เกิดจากการใช้งานมากเกินไป (overuse disorder)
พบบ่อยในเด็กช่วงอายุ10-15 ปี ( เด็กผู้ชายอายุ12-15ปี เด็กผู้หญิง อายุ8-12ปี ) ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กจะมีอัตราการเจริญเติบโตสูงและมีกิจกรรมมากในชีวิตประจำวัน เมื่อเด็กเจริญเติบโตเต็มที่ (เด็กผู้ชาย อายุ 16 ปีขึ้นไป เด็กผู้หญิง อายุ 14 ปี ขึ้นไป) มักจะหายไปได้เอง(ไม่เจ็บ) แต่อาจยังมีปุ่มกระดูกนูนอยู่
ประมาณ 90% มักจะมีอาการดีขึ้นหรือหายเจ็บหลังจากเริ่มมีอาการ 1-2 ปี
ก้อนนูนที่ปุ่มกระดูกหน้าแข้ง (tibial tuberosity) ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงเข่าข้างเดียว แต่ก็สามารถเป็นทั้งสองข้าง (ประมาณ 20-50 %)
อาการเจ็บที่ปุ่มกระดูก จะมีอาการเป็นๆ หาย ๆ มักมีอาการเจ็บมากขึ้นเวลาทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น นั่งคุกเข่า นั่งยอง เดินขึ้นบันได วิ่ง หรือ กระโดด แต่ถ้าอยู่นิ่ง ๆ มักไม่เจ็บ เดินได้ปกติ (ไม่กะเผลก)แต่ ถ้ามีอาการปวดมากทันที เดินกะเผลก อาจต้องนึกถึง โรคอื่น เช่น avulsion fractures, Sinding-Larsen and Johansson syndrome เป็นต้น
การวินิจฉัยโรค อาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ แต่อาจตรวจเพิ่มเติม ในกรณีที่มีอาการปวดมาก รักษาแล้วไม่ดีขึ้น หรือ เพื่อแยกโรคอื่น เช่น เนื้องอกกระดูก การติดเชื้อในกระดูก เป็นต้น
การตรวจร่างกาย พบก้อนนูน กดเจ็บ ที่ปุ่มกระดูกหน้าแข้ง เคลื่อนไหวข้อได้ปกติ ไม่มีข้อบวมแดงร้อน (โครงสร้างร่างกายอย่างอื่นจะต้องปกติ )
แนวทางรักษา
1.วิธีไม่ผ่าตัด
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและแนวทางรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยพ่อแม่ผู้ปกครอง เข้าใจและสบายใจ การรักษาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด ส่วนก้อนนูน แต่ไม่มีอาการเจ็บปวด ไม่จำเป็นต้องรักษา
ขณะที่มีอาการเจ็บ ควรลดกิจกรรมและประคบเย็นบริเวณที่เจ็บ นานครั้งละ20-30 นาที ทุก 2 – 4 ชั่วโมง แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบังคับให้งดกิจกรรมดังกล่าวทั้งหมดเพราะจะทำให้เกิดผลทางด้านจิตใจต่อเด็ก เพียงแต่แนะนำให้เลี่ยงหรือลด กิจกรรมที่ทำให้เจ็บมากขึ้นก็เพียงพอ
ยาบรรเทาอาการปวดลดการอักเสบ (เอนเสด)
ใส่สายรัดเข่าใต้ลูกสะบ้า (knee strap with protective padding ) หรือใส่เฝือกชั่วคราว (slap or knee brace) 2-4 อาทิตย์แต่ควรถอดออกบริหารกล้ามเนื้อบ่อย ๆ เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อลีบและข้อติด
ไม่ควรฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ เพราะอาจทำให้เส้นเอ็นขาด แต่ถ้าเจ็บมากให้ฉีดยาชา เพื่อบรรเทาอาการ
..............................
#ซีรีย์ปวด เข่า ขา เท้า
ปวดเข่า ..แถม the Ottawa Knee Rules
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-05-2008&group=5&gblog=13
ปวดเข่า .... ส่องกล้องข้อเข่า ... knee arthroscopy
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=15-01-2009&group=5&gblog=42
โรคปุ่มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ ( ออสกูด-ชาเลตเทอร์'ส ดีสีส , Osgood-Schlatter's Disease)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-05-2008&group=5&gblog=14
ข้อเข่าเสื่อม ( OA knee , Osteoarthritis knee )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-05-2008&group=5&gblog=15
ข้อเข่าเสื่อม ยาฉีดเข่า: น้ำไขข้อเทียม ยาสเตียรอยด์ เกล็ดเลือด (PRP) สเต็มเซลล์ เจลปฏิวัติข้อเสื่อม (อัปเดต ราชวิทยาลัยออร์โธฯ มค2568)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-05-2008&group=5&gblog=16
วิ่ง ไม่ทำให้ เข่าเสื่อม แต่ถ้าเป็นเข่าเสื่อม ต้องปรับวิธีวิ่ง
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=05-11-2025&group=5&gblog=62
เส้นเอ็นเข่า ฉีกขาด เส้นเอ็นไขว้หน้า .... knee ligament sprain / injury
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-07-2009&group=6&gblog=31
หมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด [ meniscus , เมนิคัส ]
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-07-2009&group=6&gblog=30
ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าเคล็ด ( ankle sprain ) .. แถม the Ottawa Ankle Rule
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=21-06-2008&group=6&gblog=15
กลุ่มอาการปวดส้นเท้า เอ็นร้อยหวายอักเสบ ถุงน้ำเอ็นร้อยหวายอักเสบ กระดูกส้นเท้างอก(Haglund's heel)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-07-2008&group=5&gblog=34
เส้นเอ็นร้อยหวาย...ขาด [ Achilles tendon ruptures ]
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=21-06-2009&group=6&gblog=29
เส้นเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ ( รองช้ำ )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-07-2008&group=5&gblog=33
ปวดส้นเท้าในเด็ก Calcaneal Apophysitis (Sever's Disease)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=31-08-2021&group=32&gblog=28
ปวดขาในเด็ก จากการเจริญเติบโต ( Growing Pain or benign limb pain of childhood )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-12-2008&group=5&gblog=41
ทำไม ลูกถึงเดินขาโก่ง แบบนั้นละคะคุณหมอ ??? ( แถมเรื่อง ฝ่าเท้าแบน ในเด็ก)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=02-07-2010&group=5&gblog=47
ตาปลา
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-06-2008&group=4&gblog=44
โรคนิ้วหัวแม่เท้าเก ออกด้านนอก (โรคฮัลลักซ์ วัลกัส ,Hallux Valgus )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-07-2008&group=5&gblog=35
รองเท้า ใครคิดว่าไม่สำคัญ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-06-2008&group=4&gblog=41
เล็บขบ ( Ingrown Nail )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-06-2008&group=4&gblog=42
เลือดออกไต้เล็บ ( ห้อเลือด )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-06-2008&group=4&gblog=43
ปวดเข่า
นำมาฝากจากเวบ สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย
https://thairheumatology.org/
อาการปวดเข่า
เข่าของเรา
เข่าเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักตัว เข่าประกอบขึ้นจากกระดูก 3 ชิ้น คือ กระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง และกระดูกสะบ้า ปลายของกระดูกจะมีกระดูกอ่อนปกคลุมอยู่ ทำหน้าที่ให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวด้วยความราบเรียบ ระหว่างกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งจะมีกระดูกอ่อนรูปวงแหวนช่วยรับน้ำหนักด้วย รอบ ๆ ข้อจะมีเอ็นและเยื่อหุ้มข้อทำหน้าที่ส่งเสริมความแข็งแรงให้กับข้อ ถุงน้ำรอบ ๆ ข้อเข่าจะทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานระหว่างเอ็นกับกระดูกเมื่อข้อมีการเคลื่อนไหว
เมื่อข้อเข่ามีปัญหาจะมีอาการอย่างไร ?
อาการเริ่มแรกของข้อเข่าที่มีปัญหาคืออาการปวด ซึ่งในระยะแรกอาจเป็นอาการปวดเป็น ๆ หาย ๆ และปวดมากเมื่อมีการใช้งานของข้อเข่า เช่น การยืนนาน ๆ หรือการเดินขึ้นลงบันได เมื่อเป็นนานเข้าจะมีอาการฝืดขัด อาการปวดจะเป็นมากขึ้นและรุนแรงขึ้น อาจมีการสะดุดหรือข้อติดขัดเวลาเดินในรายที่เป็นมาก ๆ ข้อจะบวม
สาเหตุของอาการปวดข้อเข่ามีอะไรบ้าง ?
สาเหตุของการปวดเข่า
อาจแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ดังนี้
1. การบาดเจ็บหรือมีอุบัติเหตุต่อข้อเข่า พบได้บ่อยมาก ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อหรือข้อบวมทันทีภายหลังจากมีอุบัติเหตุ อาจพบรอยช้ำบริเวณข้อได้
2. โรคข้อเข่าเสื่อม พบได้มากในเพศหญิงวัยกลางคนและสูงอายุ อาการปวดจะเป็น ๆ หาย ๆ มาเป็นเวลานาน และมีความสัมพันธ์กับการใช้ข้อ
3. กระดูกอ่อนของกระดูกสะบ้าเสื่อม เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กหรือหนุ่มสาว อาจพบร่วมกับการออกกำลังกายอย่างรุนแรงหรือมีอุบัติเหตุต่อข้อเข่า เป็นเหตุให้กระดูกสะบ้าเสื่อมก่อนวัย
4. กระดูกสะบ้าเคลื่อน พบได้ในคนอายุน้อย จะมีการเคลื่อนของกระดูกสะบ้าเมื่อมีการงอข้อเข่า อาจเป็นผลจากการเสื่อมหรือฉีกขาดของเอ็นยึดกระดูกสะบ้า หรือกระดูกผิวข้อต้นขาตื้นกว่าปกติ
5. ปุ่มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ พบได้บ่อยในเด็กวัยรุ่นที่มีการเจริญเติบโตอย่างมาก และมีการออกกำลังกายอย่างรุนแรง ทำให้มีการอักเสบของเอ็นที่ยึดติดกับปุ่มกระดูกหน้าแข้ง
6. ถุงน้ำรอบข้อเข่าอักเสบ พบได้บ่อยในผู้หญิงอ้วน หรือผู้ที่ต้องคุกเข่าทำงาน
7. อาการปวดเข่าภายหลังข้อเข่าอักเสบ มักพบในรายที่มีข้อเข่าอักเสบเรื้อรัง เมื่อได้รับการรักษาจนหายแล้วก็ตาม ผลจากการอักเสบของข้อจะทำให้มีการทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อ ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อมตามมาได้
8. ข้อเข่าอักเสบ ในกรณีที่มีข้อเข่าอักเสบ ข้อเข่าจะมีอาการบวมและร้อนร่วมด้วย การเคลื่อนไหวของข้อเข่าจะทำได้ไม่เต็มที่
สัญญาณอันตรายของอาการปวดข้อเข่ามีอะไรบ้าง ?
1. มีการบวมและร้อนของข้อเข่าหรือบริเวณรอบ ๆ ข้อ
2. มีต่อมน้ำเหลืองโต
3. มีกล้ามเนื้อต้นขาลีบ
4. มีการเปลี่ยนแปลงของสีของเท้าเวลาเดินนาน ๆ
5. มีอาการเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
6. มีอาการข้อติดหรือข้อขัด
7. มีอาการชาหรืออ่อนแรงของขา
การรักษาภาวะปวดข้อ
1. ในกรณีที่มีอาการบวมหรือปวดข้อมากภายหลังได้รับปรึกษาแพทย์
2. ในรายที่มีข้อเข่าบวมหรือเคยมีประวัติข้อเข่าบวมควรปรึกษาแพทย์
3. ในรายที่ทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลหรือแอสไพรินมาประมาณ 5-7 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
4. ในรายที่มีน้ำหนักตัวมาก ควรพยายามลดน้ำหนัก เพื่อลดแรงกดที่กระทำต่อข้อ
5. ในรายที่เป็นมานานและกล้ามเนื้อต้นขาลีบ ควรทำกายภาพบำบัดเพื่อลดอาการเจ็บปวด และเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อ (ศึกษาได้จากเอกสารการบริหารร่างกาย)
https://thairheumatology.org/index.php?view=article&id=28:1-16&catid=13
โรคปุ่มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ
( ออสกูด-ชาเลตเทอร์'ส ดีสีส , Osgood-Schlatter's Disease)
ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ เรื้อรัง (chronic microtrauma) และจัดเป็นโรคที่เกิดจากการใช้งานมากเกินไป (overuse disorder)
พบบ่อยในเด็กช่วงอายุ10-15 ปี ( เด็กผู้ชายอายุ12-15ปี เด็กผู้หญิง อายุ8-12ปี ) ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กจะมีอัตราการเจริญเติบโตสูงและมีกิจกรรมมากในชีวิตประจำวัน เมื่อเด็กเจริญเติบโตเต็มที่ (เด็กผู้ชาย อายุ 16 ปีขึ้นไป เด็กผู้หญิง อายุ 14 ปี ขึ้นไป) มักจะหายไปได้เอง(ไม่เจ็บ) แต่อาจยังมีปุ่มกระดูกนูนอยู่
ประมาณ 90% มักจะมีอาการดีขึ้นหรือหายเจ็บหลังจากเริ่มมีอาการ 1-2 ปี
ก้อนนูนที่ปุ่มกระดูกหน้าแข้ง (tibial tuberosity) ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงเข่าข้างเดียว แต่ก็สามารถเป็นทั้งสองข้าง (ประมาณ 20-50 %)
อาการเจ็บที่ปุ่มกระดูก จะมีอาการเป็นๆ หาย ๆ มักมีอาการเจ็บมากขึ้นเวลาทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น นั่งคุกเข่า นั่งยอง เดินขึ้นบันได วิ่ง หรือ กระโดด แต่ถ้าอยู่นิ่ง ๆ มักไม่เจ็บ เดินได้ปกติ (ไม่กะเผลก)แต่ ถ้ามีอาการปวดมากทันที เดินกะเผลก อาจต้องนึกถึง โรคอื่น เช่น avulsion fractures, Sinding-Larsen and Johansson syndrome เป็นต้น
การวินิจฉัยโรค อาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ แต่อาจตรวจเพิ่มเติม ในกรณีที่มีอาการปวดมาก รักษาแล้วไม่ดีขึ้น หรือ เพื่อแยกโรคอื่น เช่น เนื้องอกกระดูก การติดเชื้อในกระดูก เป็นต้น
การตรวจร่างกาย พบก้อนนูน กดเจ็บ ที่ปุ่มกระดูกหน้าแข้ง เคลื่อนไหวข้อได้ปกติ ไม่มีข้อบวมแดงร้อน (โครงสร้างร่างกายอย่างอื่นจะต้องปกติ )
แนวทางรักษา
1.วิธีไม่ผ่าตัด
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและแนวทางรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยพ่อแม่ผู้ปกครอง เข้าใจและสบายใจ การรักษาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด ส่วนก้อนนูน แต่ไม่มีอาการเจ็บปวด ไม่จำเป็นต้องรักษา
..............................
#ซีรีย์ปวด เข่า ขา เท้า
ปวดเข่า .... ส่องกล้องข้อเข่า ... knee arthroscopy
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=15-01-2009&group=5&gblog=42
โรคปุ่มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ ( ออสกูด-ชาเลตเทอร์'ส ดีสีส , Osgood-Schlatter's Disease)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-05-2008&group=5&gblog=14
ข้อเข่าเสื่อม ( OA knee , Osteoarthritis knee )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-05-2008&group=5&gblog=15
ข้อเข่าเสื่อม ยาฉีดเข่า: น้ำไขข้อเทียม ยาสเตียรอยด์ เกล็ดเลือด (PRP) สเต็มเซลล์ เจลปฏิวัติข้อเสื่อม (อัปเดต ราชวิทยาลัยออร์โธฯ มค2568)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-05-2008&group=5&gblog=16
วิ่ง ไม่ทำให้ เข่าเสื่อม แต่ถ้าเป็นเข่าเสื่อม ต้องปรับวิธีวิ่ง
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=05-11-2025&group=5&gblog=62
เส้นเอ็นเข่า ฉีกขาด เส้นเอ็นไขว้หน้า .... knee ligament sprain / injury
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-07-2009&group=6&gblog=31
หมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด [ meniscus , เมนิคัส ]
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-07-2009&group=6&gblog=30
ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าเคล็ด ( ankle sprain ) .. แถม the Ottawa Ankle Rule
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=21-06-2008&group=6&gblog=15
กลุ่มอาการปวดส้นเท้า เอ็นร้อยหวายอักเสบ ถุงน้ำเอ็นร้อยหวายอักเสบ กระดูกส้นเท้างอก(Haglund's heel)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-07-2008&group=5&gblog=34
เส้นเอ็นร้อยหวาย...ขาด [ Achilles tendon ruptures ]
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=21-06-2009&group=6&gblog=29
เส้นเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ ( รองช้ำ )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-07-2008&group=5&gblog=33
ปวดส้นเท้าในเด็ก Calcaneal Apophysitis (Sever's Disease)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=31-08-2021&group=32&gblog=28
ปวดขาในเด็ก จากการเจริญเติบโต ( Growing Pain or benign limb pain of childhood )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-12-2008&group=5&gblog=41
ทำไม ลูกถึงเดินขาโก่ง แบบนั้นละคะคุณหมอ ??? ( แถมเรื่อง ฝ่าเท้าแบน ในเด็ก)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=02-07-2010&group=5&gblog=47
ตาปลา
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-06-2008&group=4&gblog=44
โรคนิ้วหัวแม่เท้าเก ออกด้านนอก (โรคฮัลลักซ์ วัลกัส ,Hallux Valgus )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-07-2008&group=5&gblog=35
รองเท้า ใครคิดว่าไม่สำคัญ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-06-2008&group=4&gblog=41
เล็บขบ ( Ingrown Nail )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-06-2008&group=4&gblog=42
เลือดออกไต้เล็บ ( ห้อเลือด )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-06-2008&group=4&gblog=43