เอลนีโญ ไทยต้องเตรียมรับมืออะไรบ้าง?

เอลนีโญล่าสุด: ไทยต้องเตรียมรับมืออะไรบ้าง?

โลกกำลังเผชิญเอลนีโญที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และประเทศไทยต้องเฝ้าระวังทั้งอากาศร้อน ฝนทิ้งช่วง และความเสี่ยงภัยแล้งในปี 2570 อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจริงในแต่ละพื้นที่ยังขึ้นอยู่กับปริมาณฝน มรสุม และการบริหารจัดการน้ำด้วย


1. เอลนีโญมีแนวโน้มแรงขึ้น
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ประเมินเมื่อ 8 ตุลาคม 2569 ว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอาจขึ้นถึงจุดสูงสุดในเดือนธันวาคม 2569 โดยคาดว่าปรากฏการณ์จะดำเนินต่อไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ด้วยความน่าจะเป็นเกือบ 100%


ไทยเสี่ยงฝนน้อยและอากาศร้อนขึ้น: กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมรายงานแนวโน้มฝนลดลงและอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปกติ พร้อมเตือนเรื่องฝนทิ้งช่วง
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ภาครัฐเริ่มเตรียมแผนบริหารน้ำ: ข่าววันที่ 2 พฤศจิกายนระบุว่า กรมชลประทานรายงานปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศประมาณ 83% ของความจุ และติดตามความเสี่ยงในฤดูแล้งปี 2569/70 อย่างใกล้ชิด


2. เอลนีโญจะกระทบไทยด้านไหนบ้าง?

    1. เกษตรกรรมและรายได้เกษตรกร
ฝนอาจมาไม่สม่ำเสมอ น้ำสำหรับทำนาและปลูกพืชอาจไม่เพียงพอ ผลผลิตลดลง และต้นทุนสูบน้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่พึ่งพาน้ำฝน
กรุงศรี+1

    2. น้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร
หากฝนทิ้งช่วงยาว อาจเกิดการแข่งขันใช้น้ำระหว่างครัวเรือน เกษตรกรรม และภาคธุรกิจ จึงต้องวางแผนจัดสรรน้ำล่วงหน้า

    3. อากาศร้อนจัด
อากาศร้อนจัดเพิ่มความเสี่ยงเจ็บป่วยจากความร้อน และอาจทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นจากการใช้เครื่องปรับอากาศ

    4. ไฟป่าและฝุ่น PM2.5
หากพื้นที่แห้งแล้งและเกิดการเผาในที่โล่ง ความเสี่ยงไฟป่าและหมอกควันอาจเพิ่มขึ้น แต่ความรุนแรงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและแหล่งกำเนิดมลพิษในแต่ละพื้นที่

    5. ราคาอาหารและค่าครองชีพ
หากผลผลิตเกษตรเสียหายต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อต้นทุนและราคาอาหาร แต่ไม่ใช่ว่าสินค้าทุกชนิดจะขึ้นราคาโดยอัตโนมัติ

แต่!!!  เอลนีโญไม่ได้แปลว่าจะไม่มีน้ำท่วมหรือไม่มีฝนตกหนัก เพราะพายุและมรสุมยังสามารถทำให้บางพื้นที่เกิดฝนมากและน้ำท่วมได้ แม้ภาพรวมบางช่วงจะมีฝนน้อยกว่าปกติก็ตาม



3. ควรเตรียมตัวอย่างไร?
สำหรับประชาชนและครัวเรือน
สำรองน้ำดื่มและน้ำใช้ตามความจำเป็น โดยไม่กักตุนเกินควร
ตรวจสอบระบบประปา ถังเก็บน้ำ และอุปกรณ์ป้องกันความร้อน
ลดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนจัด และติดตามประกาศเตือนภัย

สำหรับเกษตรกร
ตรวจสอบปริมาณน้ำต้นทุนก่อนเริ่มเพาะปลูก
วางแผนเพาะปลูกให้สอดคล้องกับน้ำที่มีจริง และพิจารณาพืชที่ใช้น้ำน้อยตามความเหมาะสม
ใช้วัสดุคลุมดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ และลดการสูญเสียน้ำ
หลีกเลี่ยงการเผาเศษวัสดุการเกษตร และเตรียมแผนรับมือศัตรูพืชหรือผลผลิตเสียหาย

สำหรับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น
สำรวจพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำและกลุ่มเกษตรกรเปราะบาง
ประสานข้อมูลน้ำต้นทุน ฝนคาดการณ์ และปฏิทินเพาะปลูก
เตรียมแผนช่วยเหลือกรณีฝนทิ้งช่วง พร้อมติดตามความเสี่ยงน้ำท่วมควบคู่กัน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่