​[อุทาหรณ์เตือนภัย] กินยาคลายเส้นทุกวันติดต่อกัน 1 ปี... เคสนี้จบที่ "น้ำท่วมรอบหัวใจ" ตับ-ไตพัง เกือบเอาชีวิตไม่รอด! 😱

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

สวัสดีครับทุกคน หมอพูมเองครับ 🩺✨



​วันนี้มีเคสอุทาหรณ์เตือนภัยใกล้ตัวมากๆ ที่อยากจะนำมาแชร์และเตือนสติทุกคนครับ โดยเฉพาะคนที่ชอบมีอาการปวดเมื่อย แล้วไปหาซื้อยาแก้ปวด ยาคลายเส้น กินเองเป็นประจำต่อเนื่องยาวนาน... เคสนี้บอกเลยว่าทำเอาทีมแพทย์ใจหายวาบกันทั้งห้องตรวจเลยครับ!


​📌 จุดเริ่มต้น: แค่อ่อนเพลียและชาตามมือ
​ผู้ป่วยเคสนี้เป็นหญิงอายุ 38 ปี เดินทางมาพบหมอด้วยอาการ อ่อนเพลียเรื้อรังมานานกว่า 1 ปี มีอาการชามือสองข้าง ตาบวม มือบวม และปัสสาวะน้อยลง
​เมื่อสอบถามประวัติลึกๆ ถึงได้รู้ความจริงที่น่าตกใจมากครับ... "ผู้ป่วยปวดมือ จึงซื้อยาคลายเส้นแก้ปวดกินเองทุกวัน ติดต่อกันนานถึง 1 ปีเต็ม!" โดยที่ไม่เคยมาตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงเลยว่าอาการปวดมือเกิดจากอะไร


​🔍 ผลตรวจที่ทำเอาช็อก: ตับพัง ไตพัง และน้ำท่วมรอบหัวใจ!
​พอหมอทำการส่งตรวจแล็บและตรวจร่างกายอย่างละเอียด ผลที่ออกมาคือซับซ้อนและน่ากลัวมากครับ:
​ไตพัง & ตับอักเสบจากพิษยา: ค่าไต (Cr 1.5 mg/dL, eGFR เหลือเพียง 44 mL/min) และค่าตับ (AST 81, ALT 63) พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลข้างเคียงโดยตรงจากการสะสมของยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (NSAIDs abuse) ที่กินติดต่อกันเป็นปีๆ




​หัวใจโตมโหฬาร (Severe Cardiomegaly): จากภาพเอกซเรย์ปอด (CXR) และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) พบว่าสัญญาณไฟฟ้าหัวใจต่ำผิดปกติ (Low Voltage)




​น้ำท่วมรอบหัวใจจนหัวใจวาย (Cardiac Tamponade): เมื่อทำอัลตราซาวด์หัวใจหน้าเตียง (POCUS Echo) พบของเหลวปริมาณมากคั่งอยู่รอบหัวใจ (Large circumferential pericardial effusion) กดทับจนหัวใจห้องขวาแฟบ บีบตัวส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ได้ ความดันตก เลือดไม่ไปเลี้ยงอวัยวะ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินถึงแก่ชีวิต!



​💉 การรักษาฉุกเฉินและการไขปริศนาโรคซ่อนรูป
​ทีมแพทย์ต้องรีบทำการเจาะระบายน้ำออกจากเยื่อหุ้มหัวใจฉุกเฉิน (Bedside Pericardiocentesis) ทันที เพื่อลดแรงดันที่กดทับหัวใจไว้ โดยสามารถดูดน้ำสีฟางข้าวออกมาได้มากถึง 380 ซีซี! หลังเจาะเสร็จคนไข้ถึงเริ่มหายใจได้ดีขึ้น และปริมาณน้ำรอบหัวใจลดลงอย่างเห็นได้ชัดครับ



​แล้วอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้น้ำท่วมหัวใจ?
​
พอหมอตะลุยส่งตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด ก็พบว่าแท้จริงแล้วผู้ป่วยเป็นโรค Hashimoto Thyroiditis (โรคไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากภูมิคุ้มกันตัวเอง) ซึ่งทำให้ค่าฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำมากต่ำเตี้ยเรี่ยดิน (TSH พุ่งสูงถึง 92.1 uIU/mL, FT4 <0.04)




​ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำอย่างรุนแรงนี้เอง คือสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายสร้างและคั่งน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ บวกกับอาการมือชาตัวบวมที่ผู้ป่วยเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ปวดเมื่อยธรรมดา แล้วไปกินยาแก้ปวดคลายเส้นอัดซ้ำเข้าไปทุกวัน จนตับอักเสบและไตพังตามมานั่นเองครับ

​🎉 ผลการรักษาล่าสุด
​หมอได้ทำการรักษาด้วยการให้ยาฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน (Levothyroxine 100 mg/day) พร้อมกับสั่งหยุดยาแก้ปวดและยาคลายเส้นทั้งหมด
​ล่าสุดเมื่อนัดติดตามอาการ (02/11/2569) ผู้ป่วย ไม่มีอาการเหนื่อยอีกเลย เดินเหินได้สบาย และภาพเอกซเรย์ปอด (CXR) พบว่าหัวใจยุบลงกลับมามีขนาดปกติเรียบร้อยแล้วครับ! ❤️



​💡 ข้อคิดและข้อเตือนใจจากหมอพูม
​อย่ากินยาแก้ปวด/ยาคลายเส้นติดต่อกันนานๆ: ยาในกลุ่ม NSAIDs มีประโยชน์ลดอักเสบ แต่ถ้ากินต่อเนื่องโดยไม่ควบคุมจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อตับและไตโดยตรง

​อย่ามองข้ามอาการอ่อนเพลีย ตัวบวม ชามือ: อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องปวดเมื่อยหรือทำงานหนัก แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคระบบฮอร์โมน เช่น ไทรอยด์ หรือโรคไตได้ครับ

​หาสาเหตุที่แท้จริงก่อนกินยา: หากมีอาการปวดเรื้อรังเกิน 1-2 สัปดาห์ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ แทนการซื้อยากินเองไปเรื่อยๆ นะครับ


​ใครมีญาติพี่น้อง หรือคนใกล้ตัวที่ชอบซื้อยาแก้ปวดกินเองบ่อยๆ ฝากแชร์กระทู้นี้ไปเตือนภัยกันด้วยนะครับ ด้วยความห่วงใยจากหมอพูมครับ 🙏✨

ภ้าถูกใจกระทู้นี้ อย่าลืม กด + แชร์ คอทเมนต์เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ

แล้วอย่าลืมกดติดตาม จะได้ไม่พลาดความรู้สนุกๆ ทางการแพทย์แบบนี้ครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่