🤖​ AI กลายเป็นที่ปรึกษาสุขภาพของคนจีน ยอดใช้งานพุ่งวันละกว่า 20 ล้านรอบ​

กระทู้สนทนา
AI กลายเป็นที่ปรึกษาสุขภาพของคนจีน ยอดใช้งานพุ่งวันละกว่า 20 ล้านรอบ
.
ปัจจุบัน ชาวจีนยุคใหม่จำนวนไม่น้อยกลับเลือกหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแอปฯ AI เพื่อสอบถามอาการและค้นหาคำแนะนำเบื้องต้นก่อน การใช้ AI ตรวจเช็กสุขภาพจึงกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในจีนและกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพของผู้คน
.
ข้อมูลจากสื่อจีน Yicai (第一财经) ระบุว่า “โต้วเปา” (Doubao) แอปพลิเคชัน AI ของบริษัท ByteDance มียอดให้คำปรึกษาด้านสุขภาพมากกว่า 20 ล้านครั้งต่อวัน สูงกว่าจำนวนผู้ป่วยนอกที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วจีนเกือบ 2 เท่า โดยข้อมูลจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนระบุว่าโรงพยาบาลทั่วประเทศมีผู้ป่วยนอกเข้ารับบริการรวมกันวันละกว่า 10 ล้านครั้ง
.
กระแสการใช้ AI ปรึกษาสุขภาพกำลังขยายตัวไปทั่วโลก โดย OpenAI เปิดเผยว่ามีผู้ใช้งาน ChatGPT ทั่วโลกสอบถามเรื่องสุขภาพมากกว่า 230 ล้านคนต่อสัปดาห์ในเดือนมกราคม 2026 และเพิ่มเป็น 300 ล้านคนในเดือนกรกฎาคม
.
ขณะที่ “AQ” แอปพลิเคชัน AI ด้านสุขภาพในเครือ Ant Group ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมประจำปี 2026 ของนิตยสาร TIME และเป็นแอป AI จากจีนเพียงรายเดียวที่ติดอันดับ ปัจจุบัน AQ มีผู้ใช้งาน 150 ล้านคน โดยมากกว่าครึ่งมาจากเมืองรอง แสดงให้เห็นว่าการใช้ AI ปรึกษาสุขภาพแพร่หลายไปไกลกว่าเมืองใหญ่
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อ AI กลายเป็นช่องทางแรกที่ผู้คนเลือกใช้ในการสอบถามอาการเจ็บป่วย เทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนแปลงระบบการแพทย์แบบเดิมได้มากน้อยเพียงใด
.
หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน คนจีนมักเริ่มต้นด้วยการค้นหาอาการป่วยผ่าน Baidu ซึ่งเป็นเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลยอดนิยมของจีน (คล้ายกูเกิล) แต่ผลการค้นหาจากเว็บไซต์หลากหลายแห่งมักมีข้อมูลปะปนกัน ทั้งยังมีคุณภาพแตกต่างกัน ผู้ใช้จึงต้องนำข้อมูลมาประเมินอาการด้วยตัวเอง บางครั้งอาการเล็กน้อยอย่างปวดศีรษะ ไอ หรือปวดท้อง กลับนำไปสู่ผลการค้นหาที่เชื่อมโยงกับโรคร้ายแรงอย่างเนื้องอกในสมอง มะเร็งปอด หรือมะเร็งตับอ่อน ยิ่งค้นก็ยิ่งกลัว จนหลายคนวิตกกังวลไปกับอาการที่เป็นอยู่
.
ตอนนี้ AI ก็เข้ามาช่วยให้การค้นหาคำแนะนำด้านสุขภาพตรงกับอาการมากขึ้น เช่น หากตื่นเช้ามาแล้วปวดคอจนขยับไม่ได้ก็สามารถขอคำแนะนำเรื่องวิธีบรรเทาอาการ การเลือกหมอน ท่านอน และการผ่อนคลายระหว่างทำงานได้ นอกจากนี้ AI ยังสามารถเตือนให้ไปพบแพทย์ หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น มือชา แขนขาอ่อนแรง หรือเวียนศีรษะและปวดศีรษะ
.
อีกเหตุผลที่ทำให้คนหันมาพึ่งพา AI คือความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ เพราะการไปโรงพยาบาลต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ตั้งแต่การลางาน เดินทาง และรอคิวตรวจ ขณะที่เวลาพบแพทย์กลับมีจำกัด
.
ผลสำรวจโรงพยาบาลขนาดใหญ่ระดับแนวหน้า 23 แห่งทั่วจีนในปี 2025 พบว่าการตรวจผู้ป่วยนอกทั่วไปใช้เวลาเฉลี่ย 4.8 นาทีต่อคน ส่วนการตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับรองหัวหน้าภาควิชาขึ้นไปใช้เวลาเฉลี่ย 7.6 นาที ส่งผลให้ผู้ป่วยมีเวลาซักถามข้อสงสัยไม่มากนัก บางคนจึงเลือกทนกับอาการเจ็บป่วยแทนการไปโรงพยาบาล
.
AI ยังอาจช่วยเตือนภัยในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ด้วย เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ชาวเน็ตในมณฑลกุ้ยโจวรายหนึ่งเข้ารับการตรวจที่แผนกโรคระบบทางเดินอาหารจากอาการปวดท้อง แต่แพทย์ยังไม่พบสาเหตุ จนเจ้าตัวกังวลว่าอาการอาจรุนแรงถึงขั้นต้องทำพินัยกรรม อดีตภรรยาจึงลองนำอาการไปปรึกษา AI ซึ่งแจ้งเตือนว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด ทั้งคู่รีบนำข้อมูลไปแจ้งโรงพยาบาล ก่อนที่แพทย์จะจัดการผ่าตัดและช่วยชีวิตคุณหลิวไว้ได้ทัน
.
อีกกรณีหนึ่ง ผู้ใช้ Doubao รายหนึ่งเล่าว่าแอปช่วยชีวิตพ่อของตนไว้ หลังมีอาการลิ้นชาและเดินไม่ได้ในช่วงกลางคืน ตอนแรกครอบครัวตั้งใจจะพาไปโรงพยาบาลในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่เมื่อนำอาการไปสอบถาม Doubao กลับได้รับคำเตือนว่าอาจเป็นภาวะสมองขาดเลือดจากหลอดเลือดอุดตัน จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลและได้รับการรักษาด้วยการละลายลิ่มเลือดทันเวลา
.
(อ่านต่อในคอมเมนต์)
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#AIสุขภาพ #เทคโนโลยีจีน
.
https://www.facebook.com/share/p/1KVnNZYwuq/
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่