ครม.สัญจรอุดรธานี เสนอ 170 โครงการ วงเงินกว่า 7.84 หมื่นล้านบาท

3 พฤศจิกายน 2569
รัฐบาลประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดอุดรธานี โดยกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เสนอแผนงานและโครงการ
วงเงิน 7.84 หมื่นล้านบาท โดยเป็นวงเงินข้อเสนอ  ต้องรอผลการพิจารณาและมติอย่างเป็นทางการของรัฐบาล


1. พื้นที่เป้าหมายประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่
อุดรธานี — ศูนย์กลางการค้า การคมนาคม บริการสุขภาพ และการท่องเที่ยว
หนองคาย — ประตูการค้าชายแดนไทย–ลาว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค
บึงกาฬ — โอกาสด้านการค้าชายแดน เกษตรกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
เลย — การท่องเที่ยวธรรมชาติและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูกระดึง
หนองบัวลำภู — การเกษตร การพัฒนาชุมชน และโครงสร้างพื้นฐาน

โดยมุ่งให้การพัฒนาทั้ง 5 จังหวัดเชื่อมโยงกัน แทนที่จะดำเนินโครงการแยกส่วน โดยคำนึงถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจและความต้องการของประชาชนในพื้นที่


2. เงิน 78,461 ล้านบาท แบ่งไปทำอะไรบ้าง?

เกษตรและอาหาร
7,956.42 ล้านบาท
38 โครงการ
10.1%

การค้าชายแดน
57,578 ล้านบาท
35 โครงการ
73.4%

การท่องเที่ยว
9,887 ล้านบาท
66 โครงการ
12.6%

การแก้ไขปัญหายาเสพติด
3,039.51 ล้านบาท
31 โครงการ
3.9%

รวมทั้งสิ้น 78,461.58 ล้านบาท

ทั้งนี้ การค้าชายแดนใช้งบประมาณตามข้อเสนอมากที่สุด คิดเป็นประมาณสามในสี่ของวงเงินทั้งหมด ขณะที่การท่องเที่ยวมีจำนวนโครงการมากที่สุด คือ 66 โครงการ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าพื้นที่ต้องการทั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจ และการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น



3. โครงการที่น่าจับตาเป็นพิเศษ
กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จ.เลย ประมาณ 1,757.95 ล้านบาท
เป็นโครงการที่ถูกหยิบยกขึ้นมาจับตาในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว การสร้างรายได้ในพื้นที่ และข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งนี้ การเสนอให้พิจารณาไม่ได้หมายความว่าได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างแล้ว



โครงสร้างพื้นฐานและการค้าชายแดน
กลุ่มจังหวัดเสนอแผนพัฒนาการค้าชายแดนและการเชื่อมโยงระบบขนส่ง เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเป็นหมวดที่มีวงเงินเสนอสูงที่สุด

เกษตรมูลค่าสูงและสินค้าอาหาร
ตัวอย่างโครงการที่ปรากฏในข้อเสนอ ได้แก่ การพัฒนาห่วงโซ่การผลิตโคขุนลุ่มน้ำโขงสู่เกษตรแปรรูปมูลค่าสูง วงเงิน 10 ล้านบาท และการส่งเสริมเกษตรสร้างสรรค์สู่อุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง วงเงิน 5 ล้านบาท
มติชนออนไลน์

การป้องกัน บำบัด และฟื้นฟูผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ข้อเสนอ 31 โครงการ วงเงินประมาณ 3,039.51 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนงบสำหรับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสูงกว่างบด้านการปราบปรามและป้องกัน



4. โครงการเร่งด่วนกับโครงการระยะยาวต่างกันอย่างไร?
โครงการเร่งด่วน (Quick Win) 101 โครงการ 2,879 ล้านบาท
มุ่งดำเนินการในโครงการที่มีความพร้อมและให้ผลได้เร็ว
โครงการระยะยาว 69 โครงการ 75,582 ล้านบาท
เน้นโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ในระยะยาว

ประเด็นสำคัญเพราะแม้จะมีโครงการเร่งด่วนถึง 101 โครงการ แต่คิดเป็นวงเงินเพียงประมาณ 3.7% ของยอดเสนอทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นโครงการระยะยาวที่ยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณา ความเหมาะสม และการจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอน


5. แล้วประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร?
เกษตรกร: มีโอกาสได้รับการส่งเสริมการผลิต การแปรรูป และการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร
ผู้ประกอบการ: อาจได้รับประโยชน์จากการพัฒนาถนน ระบบขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานการค้าชายแดน
ชุมชนท่องเที่ยว: มีโอกาสสร้างงานและเพิ่มรายได้จากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ประชาชนทั่วไป: หากโครงการด้านสาธารณสุขและการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้รับการขับเคลื่อน จะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการและความปลอดภัยในชุมชน

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์เหล่านี้เป็นผลที่คาดหวัง ไม่ใช่ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องติดตามทั้งมติอนุมัติ การเบิกจ่าย และผลการดำเนินงานจริง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่