เมรุเผาศพที่ไม่มีวันดับ
ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มีเมรุเก่าอยู่ท้ายวัด เป็นเมรุที่ชาวบ้านไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ เพราะมีข่าวลือว่า ทุกคืนหลังเที่ยงคืน จะมีควันไฟลอยออกมาจากปล่องเมรุ ทั้งที่ไม่มีงานศพและไม่มีใครจุดไฟเผา
ลุงเพิ่มเป็นชายวัยหกสิบปี มีหน้าที่ดูแลเมรุแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี เขาเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดกับใคร และมักจะเตือนคนงานใหม่เสมอว่า
“ถ้าได้ยินเสียงคนเคาะประตูเตาเผาตอนกลางคืน อย่าเปิดเด็ดขาด”
วันหนึ่ง มีชายหนุ่มชื่อภพมาสมัครเป็นคนงานวัด เขาต้องการเงินไปดูแลแม่ที่ป่วย เจ้าอาวาสจึงให้เขามาช่วยลุงเพิ่มดูแลบริเวณเมรุ
คืนแรกผ่านไปอย่างปกติ จนกระทั่งเวลาประมาณตีหนึ่ง ภพได้ยินเสียงดังมาจากด้านในเตาเผา
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เขาหยุดเดินแล้วหันไปมองประตูเตาเผา
เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง
“ช่วยเปิดหน่อย... ร้อน...”
ภพหน้าซีด รีบวิ่งไปหาลุงเพิ่ม แต่ลุงกลับนั่งนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ผมได้ยินเสียงคนอยู่ในเตาเผาครับ”
ลุงเพิ่มมองหน้าเขา ก่อนตอบเบา ๆ
“อย่าไปสนใจ บางครั้งคนตายก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้ว”
ภพคิดว่าลุงคงพูดเล่น แต่หลังจากคืนนั้น เหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นทุกคืน
บางคืนมีเสียงร้องไห้จากเตาเผา บางคืนมีเสียงคนขอความช่วยเหลือ และบางคืนภพเห็นเงาคนยืนอยู่หน้าปล่องควัน ทั้งที่บริเวณนั้นไม่มีใคร
จนคืนหนึ่ง ภพทนไม่ไหว เขาแอบหยิบกุญแจไปเปิดห้องเก็บเอกสารเก่าของวัด เพื่อค้นหาว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเมรุแห่งนี้
เขาพบสมุดบันทึกการเผาศพเล่มเก่า มีรายชื่อผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่มีชื่อหนึ่งถูกขีดทับซ้ำ ๆ
ชื่อของ “เพิ่ม”
ภพตกใจ เพราะชื่อตรงกับลุงที่ดูแลเมรุ
เขาพลิกอ่านหน้าถัดไป แล้วพบข้อความที่เขียนไว้เมื่อ 18 ปีก่อน
“คืนวันที่ 12 มีคนงานติดอยู่ในเตาเผา ขณะเกิดเหตุไฟไหม้ ไม่มีใครสามารถช่วยออกมาได้”
ใต้ข้อความนั้นมีชื่อผู้เสียชีวิตเพียงคนเดียว
นายเพิ่ม
ภพรีบปิดสมุดแล้วเดินกลับไปที่เมรุ แต่สิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบทรุดลงกับพื้น
ลุงเพิ่มยืนอยู่หน้าประตูเตาเผา เสื้อผ้าของเขาไหม้เกรียม ผิวหนังดำคล้ำ และมีควันลอยออกมาจากร่างกาย
“รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร”
ภพถอยหลังด้วยความกลัว
ลุงเพิ่มค่อย ๆ ยื่นมือออกมา
“ช่วยฉันหน่อย... ฉันยังออกไปไม่ได้”
ทันใดนั้น ประตูเตาเผาก็เปิดออกเอง เสียงร้องของคนจำนวนมากดังระงมมาจากด้านใน
ภพวิ่งหนีสุดชีวิตไปยังศาลาวัด
เช้าวันต่อมา เจ้าอาวาสพบภพนอนหมดสติอยู่หน้ากุฏิ เมื่อฟื้นขึ้นมา ภพเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
เจ้าอาวาสถอนหายใจ ก่อนบอกว่า
“โยมเพิ่มเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ก่อนตายเขาเป็นคนงานที่แอบเผาศพโดยไม่ทำพิธีให้ถูกต้อง เพราะต้องการเร่งงานให้เสร็จ เขาจึงถูกไฟคลอกเสียชีวิตในเตาเผา”
ภพถามด้วยความสงสัย
“แล้วเสียงคนที่ร้องขอความช่วยเหลือในเตาเผาล่ะครับ?”
เจ้าอาวาสนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า
“นั่นแหละที่อาตมาไม่เคยเข้าใจ เพราะหลังจากลุงเพิ่มตายไปแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปทำงานในเมรุอีกเลย”
คืนนั้น ภพตัดสินใจลาออกจากงานวัด
แต่ก่อนออกจากหมู่บ้าน เขาแวะไปที่เมรุเพื่อเก็บของส่วนตัว
ทันทีที่เดินเข้าไป เขาได้ยินเสียงเคาะจากด้านในเตาเผาอีกครั้ง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
คราวนี้มีเสียงผู้หญิงพูดตามมา
“ช่วยเปิดให้หน่อย... ฉันไม่ใช่ลุงเพิ่มนะ...”
ภพยืนนิ่งด้วยความตกใจ
เพราะเสียงนั้น...
เป็นเสียงของแม่เขาเอง
และในคืนเดียวกันนั้น แม่ของภพที่นอนป่วยอยู่ที่บ้าน ก็เสียชีวิตลงอย่างไม่มีสาเหตุ
เมรุเผาศพที่ไม่มีวันดับ
ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มีเมรุเก่าอยู่ท้ายวัด เป็นเมรุที่ชาวบ้านไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ เพราะมีข่าวลือว่า ทุกคืนหลังเที่ยงคืน จะมีควันไฟลอยออกมาจากปล่องเมรุ ทั้งที่ไม่มีงานศพและไม่มีใครจุดไฟเผา
ลุงเพิ่มเป็นชายวัยหกสิบปี มีหน้าที่ดูแลเมรุแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี เขาเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดกับใคร และมักจะเตือนคนงานใหม่เสมอว่า
“ถ้าได้ยินเสียงคนเคาะประตูเตาเผาตอนกลางคืน อย่าเปิดเด็ดขาด”
วันหนึ่ง มีชายหนุ่มชื่อภพมาสมัครเป็นคนงานวัด เขาต้องการเงินไปดูแลแม่ที่ป่วย เจ้าอาวาสจึงให้เขามาช่วยลุงเพิ่มดูแลบริเวณเมรุ
คืนแรกผ่านไปอย่างปกติ จนกระทั่งเวลาประมาณตีหนึ่ง ภพได้ยินเสียงดังมาจากด้านในเตาเผา
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เขาหยุดเดินแล้วหันไปมองประตูเตาเผา
เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง
“ช่วยเปิดหน่อย... ร้อน...”
ภพหน้าซีด รีบวิ่งไปหาลุงเพิ่ม แต่ลุงกลับนั่งนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ผมได้ยินเสียงคนอยู่ในเตาเผาครับ”
ลุงเพิ่มมองหน้าเขา ก่อนตอบเบา ๆ
“อย่าไปสนใจ บางครั้งคนตายก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้ว”
ภพคิดว่าลุงคงพูดเล่น แต่หลังจากคืนนั้น เหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นทุกคืน
บางคืนมีเสียงร้องไห้จากเตาเผา บางคืนมีเสียงคนขอความช่วยเหลือ และบางคืนภพเห็นเงาคนยืนอยู่หน้าปล่องควัน ทั้งที่บริเวณนั้นไม่มีใคร
จนคืนหนึ่ง ภพทนไม่ไหว เขาแอบหยิบกุญแจไปเปิดห้องเก็บเอกสารเก่าของวัด เพื่อค้นหาว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเมรุแห่งนี้
เขาพบสมุดบันทึกการเผาศพเล่มเก่า มีรายชื่อผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่มีชื่อหนึ่งถูกขีดทับซ้ำ ๆ
ชื่อของ “เพิ่ม”
ภพตกใจ เพราะชื่อตรงกับลุงที่ดูแลเมรุ
เขาพลิกอ่านหน้าถัดไป แล้วพบข้อความที่เขียนไว้เมื่อ 18 ปีก่อน
“คืนวันที่ 12 มีคนงานติดอยู่ในเตาเผา ขณะเกิดเหตุไฟไหม้ ไม่มีใครสามารถช่วยออกมาได้”
ใต้ข้อความนั้นมีชื่อผู้เสียชีวิตเพียงคนเดียว
นายเพิ่ม
ภพรีบปิดสมุดแล้วเดินกลับไปที่เมรุ แต่สิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบทรุดลงกับพื้น
ลุงเพิ่มยืนอยู่หน้าประตูเตาเผา เสื้อผ้าของเขาไหม้เกรียม ผิวหนังดำคล้ำ และมีควันลอยออกมาจากร่างกาย
“รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร”
ภพถอยหลังด้วยความกลัว
ลุงเพิ่มค่อย ๆ ยื่นมือออกมา
“ช่วยฉันหน่อย... ฉันยังออกไปไม่ได้”
ทันใดนั้น ประตูเตาเผาก็เปิดออกเอง เสียงร้องของคนจำนวนมากดังระงมมาจากด้านใน
ภพวิ่งหนีสุดชีวิตไปยังศาลาวัด
เช้าวันต่อมา เจ้าอาวาสพบภพนอนหมดสติอยู่หน้ากุฏิ เมื่อฟื้นขึ้นมา ภพเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
เจ้าอาวาสถอนหายใจ ก่อนบอกว่า
“โยมเพิ่มเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ก่อนตายเขาเป็นคนงานที่แอบเผาศพโดยไม่ทำพิธีให้ถูกต้อง เพราะต้องการเร่งงานให้เสร็จ เขาจึงถูกไฟคลอกเสียชีวิตในเตาเผา”
ภพถามด้วยความสงสัย
“แล้วเสียงคนที่ร้องขอความช่วยเหลือในเตาเผาล่ะครับ?”
เจ้าอาวาสนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า
“นั่นแหละที่อาตมาไม่เคยเข้าใจ เพราะหลังจากลุงเพิ่มตายไปแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปทำงานในเมรุอีกเลย”
คืนนั้น ภพตัดสินใจลาออกจากงานวัด
แต่ก่อนออกจากหมู่บ้าน เขาแวะไปที่เมรุเพื่อเก็บของส่วนตัว
ทันทีที่เดินเข้าไป เขาได้ยินเสียงเคาะจากด้านในเตาเผาอีกครั้ง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
คราวนี้มีเสียงผู้หญิงพูดตามมา
“ช่วยเปิดให้หน่อย... ฉันไม่ใช่ลุงเพิ่มนะ...”
ภพยืนนิ่งด้วยความตกใจ
เพราะเสียงนั้น...
เป็นเสียงของแม่เขาเอง
และในคืนเดียวกันนั้น แม่ของภพที่นอนป่วยอยู่ที่บ้าน ก็เสียชีวิตลงอย่างไม่มีสาเหตุ