ในโลกกีฬา บางครั้งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่ทุกอย่างสมบูรณ์พร้อม
แต่เกิดขึ้นในวันที่ไม่มีใครคิดว่าเราจะชนะได้อีกแล้ว
และสำหรับแฟนฟุตบอลไทย
หนึ่งในค่ำคืนแบบนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 1998
ในศึกเอเชียนเกมส์ 1998
วันที่ทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติเกาหลีใต้ 2-1
ทั้งที่เหลือผู้เล่นเพียง 9 คนในสนาม...
ย้อนกลับไปในปลายปี 1998
ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เอเชียนเกมส์
และทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ วิธ
สามารถทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ
แต่คู่แข่งในวันนั้น คือ เกาหลีใต้
หนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังของเอเชีย
ทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับแถวหน้าของทวีป
ไม่ว่าจะเป็น
-อี ดงกุก
-ยู ซังชอล
-คิม บยองจี
ส่วนฝั่งไทย นำโดยนักเตะยุคทองอย่าง
-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
-ตะวัน ศรีปาน
-ดุสิต เฉลิมแสน
-วรวุธ ศรีมะฆะ
-นที ทองสุขแก้ว
ตลอด 80 นาทีแรก
ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0
ก่อนที่นาที 81
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
จะยิงประตูให้ทีมชาติไทยขึ้นนำ 1-0
แต่ความยากของเกมยังไม่จบ
เพราะก่อนหน้านั้น ไทยต้องเหลือผู้เล่นน้อยกว่าคู่แข่ง
หลัง วรวุธ ศรีมะฆะ ถูกไล่ออกจากสนาม
จากทีมที่กำลังนำ ไทยต้องกลายเป็นทีมที่พยายามเอาชีวิตรอด
แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายกว่าเดิม
เมื่อ สุรชัย จิระศิริโชติ ได้รับใบเหลืองที่สองและถูกไล่ออก
ทำให้ทีมชาติไทยเหลือผู้เล่นเพียง 9 คนเท่านั้น
เมื่อเกาหลีใต้โหมบุกอย่างหนัก
และในนาทีที่ 86 ยู ซังชอล
ก็ตีเสมอให้เกาหลีใต้เป็น 1-1 ได้สำเร็จ
ลองจินตนาการดูว่า ต้องเจอกับเกาหลีใต้
ในเกมระดับนานาชาติ และมีผู้เล่นน้อยกว่าถึง 2 คน
คนส่วนใหญ่อาจคิดว่า เป้าหมายเดียวคือประคองเกมให้ถึงจุดโทษ
แต่ไทยเลือกจะสู้ต่อ ช่วงต่อเวลาพิเศษเริ่มขึ้น
ประเทศไทยทั้งประเทศกำลังลุ้นอยู่หน้าจอโทรทัศน์
และแล้วนาทีที่ 95 ก็มาถึง
ช่วงต้นของการต่อเวลาพิเศษ
ทีมไทยได้ลูกฟรีคิกในระยะอันตราย
ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ยืนอยู่หน้าลูกฟุตบอล
ก่อนที่ ดุสิต เฉลิมแสน จะเขี่ยบอลมาให้
ธวัชชัย ตัดสินใจวิ่งเข้ายิงเต็มข้อ
ส่งลูกฟุตบอลพุ่งผ่านแนวรับเกาหลีใต้
ก่อนเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม
ราชมังคลากีฬาสถานแทบถล่มจากเสียงเฮของแฟนบอลชาวไทย
ไทยขึ้นนำ 2-1ทั้งที่เหลือผู้เล่นเพียง 9 คน...
หลังจากนั้น นักเตะไทยทั้ง 9 คน
ช่วยกันป้องกันประตูอย่างสุดชีวิต
ก่อนเสียงนกหวีดสุดท้ายจะดังขึ้น
ประเทศไทยเอาชนะเกาหลีใต้ได้สำเร็จ
ด้วยสกอร์ 2-1..
หากมองในหน้าสถิติ
มันอาจเป็นเพียงชัยชนะ 1 นัด
แต่ในความทรงจำของแฟนบอลไทย
มันคือหนึ่งในค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลไทย
เพราะไม่บ่อยนักที่ไทยจะเอาชนะหนึ่งในมหาอำนาจของเอเชียได้
และยิ่งไม่บ่อยกว่านั้น
ที่จะทำได้ทั้งที่เหลือผู้เล่นเพียง 9 คน..
เรื่องราวของเกมนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอล
แต่เป็นเรื่องของความเชื่อ เพราะในหลายครั้งของชีวิต
สถานการณ์อาจไม่ได้เข้าข้างเรา
ทรัพยากรอาจน้อยกว่า โอกาสอาจน้อยกว่า
และคนส่วนใหญ่อาจเชื่อว่าเราไม่มีทางชนะ
แต่ฟุตบอลค่ำคืนนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่า
จำนวนผู้เล่นในสนาม ไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินผลการแข่งขันเสมอไป
เหมือนกับในชีวิต ที่ข้อได้เปรียบไม่ได้รับประกันความสำเร็จ
และข้อเสียเปรียบ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องพ่ายแพ้
เพราะบางครั้งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่เราแข็งแกร่งที่สุด
แต่เกิดขึ้นในวันที่เราเลือกจะไม่ยอมแพ้
แม้โลกทั้งใบจะคิดว่าเราหมดโอกาสแล้วก็ตาม
และนั่นคือเหตุผลที่ ผ่านมาเกือบสามทศวรรษ
แฟนฟุตบอลไทยยังคงพูดถึงเกม ไทย 2-1 เกาหลีใต้
ไม่ใช่เพราะสกอร์ 2-1
แต่เพราะมันเป็นคืนที่ทีมชาติไทยพิสูจน์ให้เห็นว่า
หัวใจของผู้ชนะ ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เล่นที่เหลืออยู่ในสนาม
แต่วัดจากจำนวนครั้งที่ยังเลือกจะสู้ต่อ แม้ทุกอย่างจะเป็นรองก็ตาม..
ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ แบบนี้
👉กดติดตามเพจ When Saturday Comes
https://www.facebook.com/share/1K4rHmdhYp/?mibextid=wwXIfr
References
-
https://www.11v11.com/matches/thailand-v-korea-republic-14-december-1998-266212/
-Photo Credit: Asian Football Confederation
“เอเชียนเกมส์ 98” วันที่บอลไทยเหลือ 9 คน แต่เกาหลีใต้หยุดเราไม่ได้ / By When Saturday Comes
ในโลกกีฬา บางครั้งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่ทุกอย่างสมบูรณ์พร้อม
แต่เกิดขึ้นในวันที่ไม่มีใครคิดว่าเราจะชนะได้อีกแล้ว
และสำหรับแฟนฟุตบอลไทย
หนึ่งในค่ำคืนแบบนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 1998
ในศึกเอเชียนเกมส์ 1998
วันที่ทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติเกาหลีใต้ 2-1
ทั้งที่เหลือผู้เล่นเพียง 9 คนในสนาม...
ย้อนกลับไปในปลายปี 1998
ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เอเชียนเกมส์
และทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ วิธ
สามารถทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ
แต่คู่แข่งในวันนั้น คือ เกาหลีใต้
หนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังของเอเชีย
ทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับแถวหน้าของทวีป
ไม่ว่าจะเป็น
-อี ดงกุก
-ยู ซังชอล
-คิม บยองจี
ส่วนฝั่งไทย นำโดยนักเตะยุคทองอย่าง
-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
-ตะวัน ศรีปาน
-ดุสิต เฉลิมแสน
-วรวุธ ศรีมะฆะ
-นที ทองสุขแก้ว
ตลอด 80 นาทีแรก
ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0
ก่อนที่นาที 81
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
จะยิงประตูให้ทีมชาติไทยขึ้นนำ 1-0
แต่ความยากของเกมยังไม่จบ
เพราะก่อนหน้านั้น ไทยต้องเหลือผู้เล่นน้อยกว่าคู่แข่ง
หลัง วรวุธ ศรีมะฆะ ถูกไล่ออกจากสนาม
จากทีมที่กำลังนำ ไทยต้องกลายเป็นทีมที่พยายามเอาชีวิตรอด
แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายกว่าเดิม
เมื่อ สุรชัย จิระศิริโชติ ได้รับใบเหลืองที่สองและถูกไล่ออก
ทำให้ทีมชาติไทยเหลือผู้เล่นเพียง 9 คนเท่านั้น
เมื่อเกาหลีใต้โหมบุกอย่างหนัก
และในนาทีที่ 86 ยู ซังชอล
ก็ตีเสมอให้เกาหลีใต้เป็น 1-1 ได้สำเร็จ
ลองจินตนาการดูว่า ต้องเจอกับเกาหลีใต้
ในเกมระดับนานาชาติ และมีผู้เล่นน้อยกว่าถึง 2 คน
คนส่วนใหญ่อาจคิดว่า เป้าหมายเดียวคือประคองเกมให้ถึงจุดโทษ
แต่ไทยเลือกจะสู้ต่อ ช่วงต่อเวลาพิเศษเริ่มขึ้น
ประเทศไทยทั้งประเทศกำลังลุ้นอยู่หน้าจอโทรทัศน์
และแล้วนาทีที่ 95 ก็มาถึง
ช่วงต้นของการต่อเวลาพิเศษ
ทีมไทยได้ลูกฟรีคิกในระยะอันตราย
ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ยืนอยู่หน้าลูกฟุตบอล
ก่อนที่ ดุสิต เฉลิมแสน จะเขี่ยบอลมาให้
ธวัชชัย ตัดสินใจวิ่งเข้ายิงเต็มข้อ
ส่งลูกฟุตบอลพุ่งผ่านแนวรับเกาหลีใต้
ก่อนเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม
ราชมังคลากีฬาสถานแทบถล่มจากเสียงเฮของแฟนบอลชาวไทย
ไทยขึ้นนำ 2-1ทั้งที่เหลือผู้เล่นเพียง 9 คน...
หลังจากนั้น นักเตะไทยทั้ง 9 คน
ช่วยกันป้องกันประตูอย่างสุดชีวิต
ก่อนเสียงนกหวีดสุดท้ายจะดังขึ้น
ประเทศไทยเอาชนะเกาหลีใต้ได้สำเร็จ
ด้วยสกอร์ 2-1..
หากมองในหน้าสถิติ
มันอาจเป็นเพียงชัยชนะ 1 นัด
แต่ในความทรงจำของแฟนบอลไทย
มันคือหนึ่งในค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลไทย
เพราะไม่บ่อยนักที่ไทยจะเอาชนะหนึ่งในมหาอำนาจของเอเชียได้
และยิ่งไม่บ่อยกว่านั้น
ที่จะทำได้ทั้งที่เหลือผู้เล่นเพียง 9 คน..
เรื่องราวของเกมนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอล
แต่เป็นเรื่องของความเชื่อ เพราะในหลายครั้งของชีวิต
สถานการณ์อาจไม่ได้เข้าข้างเรา
ทรัพยากรอาจน้อยกว่า โอกาสอาจน้อยกว่า
และคนส่วนใหญ่อาจเชื่อว่าเราไม่มีทางชนะ
แต่ฟุตบอลค่ำคืนนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่า
จำนวนผู้เล่นในสนาม ไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินผลการแข่งขันเสมอไป
เหมือนกับในชีวิต ที่ข้อได้เปรียบไม่ได้รับประกันความสำเร็จ
และข้อเสียเปรียบ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องพ่ายแพ้
เพราะบางครั้งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่เราแข็งแกร่งที่สุด
แต่เกิดขึ้นในวันที่เราเลือกจะไม่ยอมแพ้
แม้โลกทั้งใบจะคิดว่าเราหมดโอกาสแล้วก็ตาม
และนั่นคือเหตุผลที่ ผ่านมาเกือบสามทศวรรษ
แฟนฟุตบอลไทยยังคงพูดถึงเกม ไทย 2-1 เกาหลีใต้
ไม่ใช่เพราะสกอร์ 2-1
แต่เพราะมันเป็นคืนที่ทีมชาติไทยพิสูจน์ให้เห็นว่า
หัวใจของผู้ชนะ ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เล่นที่เหลืออยู่ในสนาม
แต่วัดจากจำนวนครั้งที่ยังเลือกจะสู้ต่อ แม้ทุกอย่างจะเป็นรองก็ตาม..
ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ แบบนี้
👉กดติดตามเพจ When Saturday Comes
https://www.facebook.com/share/1K4rHmdhYp/?mibextid=wwXIfr
References
-https://www.11v11.com/matches/thailand-v-korea-republic-14-december-1998-266212/
-Photo Credit: Asian Football Confederation